‘ดร.ยศชนัน-ดร.พัทน์’ เปิดมุมมองอนาคต AI ที่ไม่ใช่แค่การทำงานแทนมนุษย์
The Bangkok Insight
อัพเดต 08 พ.ค. เวลา 10.28 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. เวลา 10.28 น. • The Bangkok InsightNIA เปิดเวทีเสวนาเผยมุมมองอนาคต AI จาก อ.เชน-ดร.ยศชนัน และ พีพี-ดร.พัทน์ MIT Media Lab ชี้บทบาท AI ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต
สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ NIA จัดเวทีเสวนาAI: The Invisible Architect of Future Industry เพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ด้านปัญญาประดิษฐ์และบทบาทของ AI ในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแห่งอนาคต โดยได้รับเกียรติจาก ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) พร้อมด้วย ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร MIT Professor, Founding Director of the Cyborg Psychology research group & Co-director of the MIT Media Lab’s Advancing Humans with AI (AHA) research program ร่วมแบ่งปันแนวคิดด้าน AI for Human Flourishing
ทั้งนี้ สะท้อนทิศทางการพัฒนาอนาคต AI ที่ไม่ได้มุ่งเพียงการทำงานแทนมนุษย์ แต่คือการใช้ AI เพื่อเสริมศักยภาพ ความคิดสร้างสรรค์ และการเติบโตของมนุษย์ในทุกมิติ โดยมี ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ กล่าวต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและสื่อมวลชนร่วมรับฟังการเสวนากันอย่างคับคั่ง
ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) กล่าวว่า การพัฒนาประเทศในยุค AI จำเป็นต้องให้ความสำคัญกับทุนมนุษย์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาเทคโนโลยี โดยกระทรวง อว. มุ่งสนับสนุนการสร้างกำลังคนสมรรถนะสูง ที่มีทั้งทักษะด้านดิจิทัล ความคิดสร้างสรรค์ และความสามารถในการทำงานร่วมกับ AI เพื่อเตรียมความพร้อมสู่โลกอุตสาหกรรมและเศรษฐกิจแห่งอนาคต
พร้อมทั้งผลักดันการ Reskill และ Upskill คนไทยทุกช่วงวัย ผ่านความร่วมมือระหว่างภาครัฐ มหาวิทยาลัย ภาคเอกชน และภาคอุตสาหกรรม เพื่อสร้างระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิต และเปิดโอกาสให้คนไทยสามารถเข้าถึงองค์ความรู้ เทคโนโลยี และนวัตกรรมได้อย่างเท่าเทียม ทั้งยังให้ความสำคัญกับการสร้างบุคลากรรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดแบบผู้ประกอบการนวัตกรรม เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศสู่เศรษฐกิจฐานนวัตกรรมอย่างยั่งยืน
ด้าน ดร.พัทน์ ภัทรนุธาพร MIT Professor, Founding Director of the Cyborg Psychology research group & Co-director of the MIT Media Lab’s Advancing Humans with AI (AHA) research program กล่าวถึงทิศทางของ AI ในอนาคตว่าจะไม่ได้หยุดอยู่เพียงการสร้างระบบที่ คิดแทนมนุษย์ แต่จะพัฒนาไปสู่การเป็นเทคโนโลยีที่ช่วยเสริมศักยภาพมนุษย์ ทั้งด้านความคิดสร้างสรรค์ การเรียนรู้ การตัดสินใจ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาว
สำหรับแนวคิด AI for Human Flourishing คือการออกแบบ AI ที่มีมนุษย์เป็นศูนย์กลาง (Human-Centered AI) เพื่อให้เทคโนโลยีสามารถทำงานร่วมกับมนุษย์ได้อย่างสมดุล และสร้างการเติบโตทั้งในมิติทางเศรษฐกิจ สังคม และศักยภาพของผู้คน พร้อมชี้ว่า ในอนาคต AI จะกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานที่มองไม่เห็น ของทุกอุตสาหกรรม และผู้ที่สามารถใช้ AI เพื่อขยายขีดความสามารถของตนเอง จะเป็นผู้ที่สามารถต่อยอดโอกาส สร้างนวัตกรรม และเติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในโลกอนาคต
ดร.กริชผกา บุญเฟื่อง ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (NIA) กล่าวว่า ในอนาคต AI กำลังกลายเป็น โครงสร้างพื้นฐานใหม่ ของโลกธุรกิจและอุตสาหกรรม ซึ่งประเทศไทยจำเป็นต้องเร่งสร้างระบบนิเวศนวัตกรรม บุคลากร และความพร้อมด้านเทคโนโลยี เพื่อก้าวสู่การแข่งขันในเศรษฐกิจยุค AI อย่างยั่งยืน
ขณะที่ NIA สนับสนุนผู้ประกอบการด้าน AI ผ่านกลไกการสนับสนุนตามแนวคิด 4G: Groom-Grant-Growth-Global ได้แก่ การพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการ (Groom) ผ่านหลักสูตร ACC Program เร่งสร้าง Tech Talent การสนับสนุนด้านเงินทุน (Grant) ผ่านทุนในแพลตฟอร์ม Mandatory Innovation ส่งเสริมธุรกิจนวัตกรรมที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ ในสาขาธุรกิจดิจิทัลที่ใช้เทคโนโลยี ด้าน AI, Robotic, Immersive & IoT (ARI Tech) การเร่งการเติบโตของธุรกิจนวัตกรรม (Growth) และการขยายสู่ตลาดสากล (Global) เพื่อผลักดันสตาร์ตอัปไทยให้สามารถเติบโตทั้งในประเทศและขยายสู่ตลาดต่างประเทศอย่างยั่งยืน
ความร่วมมือระหว่าง กระทรวง อว. กับสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ ประเทศสหรัฐ ที่จะเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมใน 2 โครงการหลัก คือ
1. โครงการเชื่อมโยงงานวิจัยขั้นสูง (Advanced Research) ด้าน AI และมนุษย์ ระหว่างไทยกับ MIT เพื่อเตรียมผลักดันให้เกิด AHA Thailand เป็นแกนกลางสำคัญในการดึงดูดมหาวิทยาลัยและกลุ่ม Tech Startup มาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศ ทั้งในมิติของการพัฒนาทุนมนุษย์และวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
2. โครงการ Learning Lab ที่ร่วมกับ Open AI เพื่อค้นหารูปแบบ AI ที่ตอบโจทย์การเรียนรู้ของเด็กไทยมากที่สุดเพื่อนำมาสร้างเป็นพิมพ์เขียว (Blueprint) ในการพัฒนาคนทุกช่วงวัย ตั้งแต่เด็ก วัยแรงงานที่ต้อง Reskill/Upskill ไปจนถึงผู้สูงวัยหลังเกษียณ ให้สามารถปรับตัวใช้เทคโนโลยีและกลับมาเป็นกำลังสำคัญในการเพิ่มผลิตภาพ (Productivity) ให้กับประเทศได้ ซึ่งงานวิจัยด้านการศึกษาทั้งหมดนี้ จะเป็นรากฐานสำคัญในการต่อยอดไปสู่นโยบายและการสร้าง แพลตฟอร์มการเรียนรู้กลาง ระดับชาติต่อไป
เวทีดังกล่าวสะท้อนภาพอนาคตในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นชาตินวัตกรรม ด้วยการสร้างความพร้อมให้กับผู้ประกอบการ สตาร์ตอัป และภาคอุตสาหกรรมไทย สามารถใช้ AI เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจในอนาคต
นอกจากนี้ภายในงานยังมีการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมจากผู้ประกอบการด้าน AI ที่ได้รับการสนับสนุนจาก NIA ซึ่งครอบคลุมในหลายอุตสาหกรรม ได้แก่
- Perceptra ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม Inspectra คัดกรองภาพเอกซเรย์โรคทรวงอกโดยการใช้ AI ในรูปแบบ Deep Learning
- MUI Robotics - ผู้พัฒนาผลิตภัณฑ์และให้บริการวิเคราะห์กลิ่นอัจฉริยะที่ใช้สำหรับการวิเคราะห์ประสาทสัมผัสในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
- Dietz - แพลตฟอร์มการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) ดูแลผู้ป่วยโรคเรื้อรัง (NCDs) และผู้ป่วยที่ต้องการการดูแลต่อเนื่องที่บ้าน ใช้งานร่วมกับโรงพยาบาลและคลินิก เชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพอย่างเป็นระบบ
- Cleantech & Beyond - สตาร์ตอัปสาย Deep Tech ผู้เชี่ยวชาญด้านการพัฒนาวัสดุขั้นสูงและเทคโนโลยีเซนเซอร์เพื่อความยั่งยืน
- RIA ผู้ให้บริการด้านการวินิจฉัยทางการแพทย์ พร้อมระบบ Laboratory Information System (LIS) แบบบูรณาการ เพื่อเชื่อมโยงและบริหารจัดการข้อมูลห้องปฏิบัติการอย่างมีประสิทธิภาพ
- Zanegrowth ผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม IoT และโซลูชันด้าน Smart Living และระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'ยศชนัน' ปักเป้าหมายคนไทย 20 ล้านคน เข้าถึงทักษะ AI ใน 4 ปี
- กทม. กางโรดแมป ปฏิวัติ EIA เร่งเครื่องสู่ AI เต็มรูปแบบปี 70
- ทรู ผนึก Google-อว. ขับเคลื่อน 'AI for All Thais' อัปสกิล AI คนไทย
ติดตามเราได้ที่