โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คปท. ร้องนายกฯ แก้ปัญหาน้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่ง จี้ฟันขบวนการกักตุน ด้านรัฐบาลรับลูกเตรียมรื้อโครงสร้างงบปี 70 กู้วิกฤต

THE STANDARD

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
คปท. ร้องนายกฯ แก้ปัญหาน้ำมันแพง-ค่าครองชีพพุ่ง จี้ฟันขบวนการกักตุน ด้านรัฐบาลรับลูกเตรียมรื้อโครงสร้างงบปี 70 กู้วิกฤต

วันนี้ (11 เมษายน) เมื่อเวลา 10.00 น. ที่ ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล พิชิต ไชยมงคล และ นัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ได้นำมวลชนเดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียนถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนเป็นการด่วน โดยเฉพาะปัญหาราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อราคาเครื่องอุปโภคบริโภคและสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน

สถานการณ์ความเดือดร้อนดังกล่าว มีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัจจัยภายนอก คือ ความตึงเครียดจากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอล สหรัฐอเมริกา และอิหร่าน ที่ส่งผลให้ราคาพลังงานโลกผันผวน อย่างไรก็ตาม คปท. และภาคประชาชนหลายองค์กร ได้แสดงความกังวลอย่างยิ่งต่อปัจจัยภายใน

โดยระบุว่ามีกลุ่มนายทุนหรือ ไอ้โม่ง ฉวยโอกาสกักตุนน้ำมันเพื่อหวังผลกำไรในช่วงวิกฤต ทำให้เกิดภาวะน้ำมันขาดตลาดในบางช่วงเวลา ทั้งที่ปริมาณน้ำมันสำรองยังมีเพียงพอ สะท้อนให้เห็นถึงความผิดปกติในระบบการจัดการ นอกจากนี้ กลุ่มโรงกลั่นน้ำมันภายในประเทศยังถูกตั้งคำถามกรณีการปรับขึ้นค่าการกลั่นอย่างรวดเร็วโดยไม่สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง เนื่องจากน้ำมันที่จำหน่ายยังคงเป็นสต็อกเดิม ซึ่งถือเป็นการซ้ำเติมภาระให้กับประชาชน

คปท. เน้นย้ำว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงวิกฤตด้านราคา แต่เป็นวิกฤตโครงสร้างพลังงาน ที่รัฐบาลต้องเร่งแก้ไขทั้งระบบ ภายใต้หลักคิดที่ว่าพลังงานคือความมั่นคงของชาติ ไม่ใช่เครื่องมือในการแสวงหากำไร พร้อมกันนี้ ได้ยื่นข้อเรียกร้องเร่งด่วนต่อรัฐบาลจำนวน 6 ข้อ ประกอบด้วย:

  • ให้นายกรัฐมนตรีเป็นเจ้าภาพในการปรับโครงสร้างพลังงานทั้งระบบ (น้ำมัน ไฟฟ้า และก๊าซ)
  • ลดค่าการกลั่นให้สอดคล้องกับต้นทุนจริง ลดภาษีสรรพสามิต และควบคุมค่าการตลาดให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม
  • ยกเลิกการอ้างอิงราคาน้ำมันสำเร็จรูปตลาดสิงคโปร์ (MOPS) และเปลี่ยนมาใช้ระบบต้นทุนจริง + กำไรที่เหมาะสม
  • เปิดเผยหลักเกณฑ์และกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอย่างโปร่งใส
  • ปฏิรูปกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงให้เป็นคลังน้ำมันสำรองแห่งชาติ
  • จัดตั้งองค์กรพลังงานแห่งชาติ โดยแยกโครงสร้างพื้นฐานออกจากภาคเอกชนให้มาอยู่ภายใต้การดูแลของรัฐ

สำหรับการติดตามขบวนการกักตุนน้ำมันนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้สั่งการและลงพื้นที่ตรวจสอบเบาะแสแล้ว โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเร่งหาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ต่อมา ตัวแทนคณะรัฐมนตรี นำโดย ภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย เจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, สิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม และวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นตัวแทนออกมารับหนังสือร้องเรียนดังกล่าวเพื่อนำเรียนต่อนายกรัฐมนตรี

ภราดร ได้กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า ภายหลังจากที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภาเมื่อวันที่ 10 เมษายนที่ผ่านมา รัฐบาลมีอำนาจเต็มในการบริหารราชการแผ่นดิน และได้มีการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในวันนี้ โดยรัฐบาลได้กำหนดระยะเวลาในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ ซึ่งวาระเร่งด่วนที่สุดคือการแก้ปัญหาค่าครองชีพเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้วางแนวทางสำคัญในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 โดยสั่งการให้ทุกหน่วยงานราชการทบทวนโครงการต่างๆ อย่างเข้มงวด หากพบว่าโครงการใดไม่มีความจำเป็นหรือไม่มีความสำคัญเร่งด่วน ให้ดำเนินการชะลอหรือระงับไว้ก่อนทั้งหมด

ทั้งนี้ รัฐบาลยืนยันว่าจะบริหารจัดการงบประมาณแผ่นดินทุกบาททุกสตางค์ให้เกิดความคุ้มค่าสูงสุด เพื่อให้นำงบประมาณไปตอบสนองและแก้ไขวิกฤตการณ์ต่างๆ ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงจุดที่สุด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...