DSI ส่งสำนวนต่ออัยการฟ้อง ‘แทนไท’ และพวกรวม 11 ราย ในคดีฟอกเงิน
"DSI" ส่งสำนวนต่ออัยการฟ้อง "แทนไท" และพวกรวม 11 ราย ในคดีฟอกเงิน พัวพันเว็บหนังเถื่อน-พนันออนไลน์
วันนี้ (11 เม.ย.) มีรายงานจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สรุปสำนวน นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กับพวก รวมจำนวน 11 ราย ในข้อหาร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไป เพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน โดยวันที่ 9 เม.ย. ดีเอสไอส่งสำนวนคดีพิเศษที่ 64/2567 ต่อพนักงานอัยการสำนักงานคดีพิเศษ เพื่อพิจารณาสั่งฟ้องผู้ต้องหา จำนวน 11 ราย โดยสำนวนมีทั้งหมด 39 แฟ้ม รวม 12,816 แผ่น
อนึ่ง คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากการสืบสวนของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ซึ่งได้ดำเนินคดีในความผิดมูลฐานและขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินของกลุ่มผู้กระทำผิด พบว่ามีการรับโอนเงินจากการละเมิดลิขสิทธิ์ผลงานของผู้อื่นเพื่อนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังมีการจัดให้ประชาชนรับชมหรือรับฟังสื่อประเภทภาพยนตร์และรายการต่างประเทศ โดยเรียกเก็บค่าบริการหรือผลประโยชน์อื่น ส่งผลให้เกิดความเสียหาย รวมมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท
นอกจากนี้ คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ยังตรวจพบว่าเครือข่ายดังกล่าวดำเนินเว็บไซต์ให้บริการดูภาพยนตร์ออนไลน์ รายการโทรทัศน์ และการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลจากต่างประเทศ รวมถึงมีการแฝงเว็บไซต์พนันออนไลน์ผ่านแบนเนอร์โฆษณาบนหลายเว็บไซต์ แม้ผู้ใช้งานทั่วไปจะสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย แต่จะมีการเชื่อมโยง (Link) ไปยังบริการสำหรับลูกค้ากลุ่ม VIP ซึ่งสามารถเข้าถึงเนื้อหาพิเศษ รวมถึงสื่อลามกอนาจารได้ และมีการแฝงโฆษณาเว็บไซต์พนันออนไลน์ทั้งในรูปแบบแบนเนอร์ และการตั้งค่าเปลี่ยนเส้นทางอัตโนมัติ (URL Redirect) เพื่อจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่การเล่นพนันออนไลน์ อีกทั้งยังมีการใช้บัญชีม้ารับโอนเงินจากกิจกรรมดังกล่าว ทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบรวมกว่า 10,000 ล้านบาท ซึ่งจากการขยายผลพบว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการแบ่งหน้าที่กันทำงานอย่างเป็นระบบ เชื่อมโยงกันในลักษณะเครือข่ายอาชญากรรม มีการใช้บัญชีธนาคารเพื่อโอนและรับโอนเงิน รวมถึงการแปลงสภาพทรัพย์สินเพื่อปกปิดแหล่งที่มา และอำพรางเส้นทางการเงิน อีกทั้งยังมีการฟอกเงินผ่านการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล
โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 26 ม.ค.69 กรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้เปิดปฏิบัติการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 8 จุด ในกรุงเทพมหา นคร ลำปาง ตาก พิษณุโลก สมุทรปราการ และชลบุรี กระทั่งสามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาได้แล้ว 4 ราย ขณะที่นายแทนไท และพวก 7 ราย หลบหนีไปได้ ซึ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ ยังคงเดินหน้าติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนี และขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งในและต่างประเทศ สำหรับหมายจับกุมมีอายุความ 15 ปี
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- สืบภาค 1 ลุย! บุกทลายเว็บพนัน ‘SAFA55’ ปูพรม 15 จุดรวบยกแก๊ง 11 ราย
- โฆษก ตร. ยันหลักฐานมัดแน่น! อสส. สั่งฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์'สส.กล้าธรรม คดีพนัน-ฟอกเงิน
- อัยการสูงสุดสั่งฟ้อง 'ชนนพัฒฐ์'สส.สงขลา 2 คดีรวด ฟอกเงิน-พนันออนไลน์
ติดตามเราได้ที่