TNP-MOTHER ได้เฮ! บัตรรัฐ เพิ่ม 400 บาท
#ค้าปลีก #TNP #MOTHER – ค้าปลีกภูธรรับแรงหนุนเต็มพิกัด! หลัง ครม. อัดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเป็น 400 บาทต่อเดือน ปลุกกำลังซื้อฐานราก TNP จับตายอดขายสินค้าอุปโภคบริโภค-เครื่องดื่มคึกคัก แม้เมษายนยังทรงตัวจากผู้บริโภครัดเข็มขัด ด้าน MOTHER เดินเกมรุกเปิดสาขาใหม่ต่อเนื่อง วางเป้าปี 69 ขยาย 5–7 สาขา ดันรายได้โตไม่ต่ำกว่า 10%
ภญ.อมร พุฒิพิริยะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ผู้นำธุรกิจค้าปลีก–ค้าส่งสินค้าอุปโภครายใหญ่ในภาคเหนือ เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติเพิ่มวงเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เป็น 400 บาทต่อเดือน จากเดิม 300 บาท หรือเพิ่มขึ้น 100 บาท เพื่อช่วยบรรเทาค่าครองชีพ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 13 เมษายน–12 พฤษภาคม 2569
หนุนยอดซื้อ
บริษัทมองว่านโยบายดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจับจ่ายสินค้าอุปโภคบริโภคมากขึ้น ซึ่งถือเป็นผลดีทั้งต่อผู้บริโภคและธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะ TNP ที่ดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าอุปโภคบริโภคให้กับประชาชนในท้องถิ่นและพื้นที่โดยรอบจังหวัดเชียงราย
ทั้งนี้ สินค้าที่มียอดขายหรือมีปริมาณจำหน่ายสูงยังคงอยู่ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่ในช่วงฤดูร้อน สินค้ากลุ่มเครื่องดื่มมีความต้องการเพิ่มขึ้นตามสภาพอากาศที่ร้อนจัด อย่างไรก็ตาม ยอดขายในช่วงเดือนเมษายนยังค่อนข้างทรงตัว แม้จะเป็นช่วงท่องเที่ยว เนื่องจากกำลังซื้อของทั้งผู้บริโภคและนักท่องเที่ยวยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยผู้บริโภคส่วนใหญ่ยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย และเลือกซื้อเฉพาะสินค้าที่จำเป็น ท่ามกลางแรงกดดันจากราคาสินค้าบางกลุ่มที่ทยอยปรับเพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงาน
ด้านนายเอกพงศ์ โชคชัยวิทัศน์ กรรมการผู้จัดการบริษัท มาเธอร์ มาร์เก็ตติ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ MOTHER ผู้ประกอบธุรกิจค้าปลีกและค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภค ภายใต้แบรนด์ “Mother Supermarket” และ“Mother Marche” ในพื้นที่จังหวัดกระบี่ พังงา และสุราษฎร์ธานี เปิดเผยกับ “ทันหุ้น” ว่า การเพิ่มวงเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายของผู้บริโภคในร้านMother Supermarket และ Mother Marche มากขึ้น เนื่องจากทุกสาขาของบริษัทสามารถรองรับการชำระเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้ทั้งหมด
เปิดสาขาใหม่
ขณะเดียวกัน บริษัทอยู่ระหว่างดำเนินการเปิดสาขาใหม่อีก 1 แห่ง ในพื้นที่อ่าวนาง จังหวัดกระบี่ ซึ่งคาดว่าจะไม่สามารถเปิดได้ทันภายในไตรมาส 1/2569 และเลื่อนไปเปิดในช่วงต้นไตรมาส2/2569 แทน โดยในปี2569 บริษัทตั้งเป้าเปิดสาขาใหม่รวม5–7 สาขา ใช้งบลงทุนประมาณ 50 ล้านบาท และพยายามผลักดันให้สามารถเปิดได้อย่างน้อย 2 สาขาภายในไตรมาส 2/2569 ทั้งนี้ ณ เดือนธันวาคม 2568 บริษัทมีจำนวนสาขารวมทั้งสิ้น 22 แห่ง
สำหรับแนวโน้มยอดขายสาขาเดิม(SSSG) ในช่วงต้นปี 2569 บริษัทยังประเมินได้ไม่ชัดเจนนัก แต่ยังคงอยู่ในกรอบเป้าหมายที่ระดับ3–5% โดยคาดว่าการเติบโตของรายได้ในปี 2569 จะมาจากการขยายสาขาเป็นหลัก พร้อมตั้งเป้ารายได้เติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หรือเติบโตในระดับสองหลัก ตามแผนการขยายธุรกิจที่วางไว้