โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ชูยุทธศาสตร์ข้าวไทยยุคใหม่ กรมการข้าวปรับการผลิตรับวิกฤตโลกร้อน

Thairath Money

อัพเดต 30 มี.ค. เวลา 00.20 น. • เผยแพร่ 30 มี.ค. เวลา 00.20 น.
ภาพไฮไลต์

นายอานนท์ นนทรีย์ อธิบดีกรมการข้าว เปิดเผยถึงภาพรวมของนโยบายข้าวยั่งยืนว่า ปัจจุบันภาคการเกษตรทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทาย 2 ด้านหลัก คือสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนอย่างรุนแรง และกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศที่เข้มงวดเรื่องการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หากข้าวไทยไม่ปรับตัวจะสูญเสียขีดความสามารถในการแข่งขันทันที กรมการข้าวจึงได้เร่งผลักดันโมเดลการทำนาคาร์บอนต่ำ (Low Carbon Rice) เพื่อยกระดับข้าวไทยให้สอดคล้องกับมาตรฐานโลก

สำหรับประเด็นหลักที่กรมการข้าวเร่งดำเนินการภายใต้การนำของนายอานนท์ ประกอบด้วย การใช้กลไกของ “ศูนย์ข้าวชุมชน” ที่มีเครือข่ายครอบคลุมทั่วประเทศกว่า 6,853 แห่ง เป็นหัวหอกในการถ่ายทอดเทคโนโลยีการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นย้ำเรื่องกระบวนการจัดการแปลงนาอย่างประณีตผ่านหลักการ “4 ปรับ” ได้แก่ 1. ปรับการจัดการน้ำด้วยระบบเปียกสลับแห้งเพื่อลดก๊าซมีเทน 2. ปรับการใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ดินลดสารเคมี 3. ปรับการจัดการเศษวัสดุทางการเกษตรโดยการไถกลบตอซังทดแทนการเผาเพื่อลดฝุ่น PM 2.5 และ 4. ปรับกระบวนการผลิตให้เข้าสู่มาตรฐาน GAP

อธิบดีกรมการข้าว กล่าวต่อว่า เป้าหมายสูงสุดไม่ใช่แค่การลดโลกร้อน แต่คือการเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจ โดยกรมฯ มีแผนที่จะสร้างการรับรู้ให้ผู้บริโภคเห็นถึงคุณค่าของข้าวคาร์บอนต่ำ พร้อมเชื่อมโยงตลาดระดับพรีเมียมและจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างกลุ่มเกษตรกรกับผู้ส่งออกและห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อให้ชาวนาสามารถจำหน่ายข้าวได้ในราคาที่สูงขึ้น นอกจากนี้ยังมีการเตรียมความพร้อมด้านสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำและกองทุนช่วยเหลือในช่วงเปลี่ยนผ่าน รวมถึงการส่งเสริมให้เกษตรกรมีรายได้เสริมจากการขาย “คาร์บอนเครดิต” ซึ่งจะเปลี่ยนจากภาระด้านสิ่งแวดล้อมให้กลายเป็นกำไรในกระเป๋าของเกษตรกร

ด้านนายมุ่งมาตร วังกะ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานี กล่าวถึงความสำเร็จในเชิงพื้นที่ว่า ศูนย์วิจัยข้าวปทุมธานีได้ทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงในการขับเคลื่อนกลุ่มเครือข่ายเกษตรกร “ข้าวชาวนาร่วมใจ” จังหวัดปทุมธานี จนสามารถยกระดับการผลิตและแปรรูปข้าวแบบลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างเป็นรูปธรรม จนกระทั่งได้รับการรับรอง “ฉลากคาร์บอน” (Carbon Label) จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ซึ่งถือเป็นผลิตภัณฑ์ข้าวของกลุ่มเกษตรกรรายแรกในเขตภาคกลางที่ได้รับรองมาตรฐานนี้

ความสำเร็จที่เกิดขึ้นครอบคลุมผลิตภัณฑ์ข้าวถึง 4 รายการ ได้แก่ ข้าว กข43 (ขนาดบรรจุ 1 กก. และ 5 กก.), ข้าว กข91 (ขนาดบรรจุ 5 กก.) และที่สำคัญคือเมล็ดพันธุ์ข้าว กข91 (ขนาดบรรจุ 25 กก.) ซึ่งการที่เมล็ดพันธุ์ได้รับฉลากคาร์บอนด้วยนั้น จะเป็นต้นทางสำคัญในการกระจายการผลิตข้าวยั่งยืนไปยังพื้นที่อื่นๆ ปัจจุบันกลุ่มเครือข่ายฯ มีสมาชิกที่เข้าร่วมอย่างเข้มแข็งและพร้อมที่จะเป็นศูนย์เรียนรู้ต้นแบบให้กับเกษตรกรทั่วประเทศ เพื่อขยายผลการทำนาคาร์บอนต่ำให้ครอบคลุมพื้นที่ปลูกข้าวหลักของประเทศ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ชูยุทธศาสตร์ข้าวไทยยุคใหม่ กรมการข้าวปรับการผลิตรับวิกฤตโลกร้อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...