โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อ่างเก็บน้ำเขาระกำวิกฤต แล้งสุดในรอบ 11 ปี คลองแห้งขอด เร่งสูบน้ำช่วยเกษตรกร

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

แล้งสุดในรอบ 11 ปี อ่างเก็บน้ำเขาระกำวิกฤต คลองแห้งขอด "กรมชลประทาน" ตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าช่วยเหลือ "เกษตรกร-ชาวบ้าน" ที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนัก

วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดตราดทวีความรุนแรงอย่างหนัก โดยอ่างเก็บน้ำเขาระกำ เหลือน้ำใช้เพียง 30% หรือ 14.384 ลูกบาศก์เมตร จากความจุอ่าง 47.690 ลูกบาศก์เมตร ส่งผลให้น้ำในคลองน้ำเชี่ยวที่รับน้ำโดยตรงจากอ่างเก็บน้ำแห้งขอด สร้างผลกระทบให้พื้นที่ตำบลน้ำเชี่ยว อ.แหลมงอบ และตำบลหนองโสน อ.เมือง อย่างหนักแบบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน

ล่าสุด กรมชลประทานตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่เข้าช่วยเหลือ เพื่อต่อลมหายใจให้เกษตรกรและชาวบ้านที่เริ่มได้รับผลกระทบอย่างหนัก จากการขาดแคลนทั้งน้ำกินและน้ำใช้

ทางด้าน นายชัยกร ลุนทา หัวหน้าฝ่ายวิศวกรรมโครงการชลประทานตราด พร้อมด้วยนายพีระพงษ์ พิพัฒน์เลิศสกุล ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านน้ำเชี่ยว พร้อมด้วยประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านหนองโสน และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง เดินทางไปยังสะพานคลองวังกระเต็น ต.หนองโสน ติดตามการผันน้ำจากอ่างเก็บน้ำเขาระกำที่ปัจจุบันมีระดับกักเก็บต่ำที่สุดในรอบ 11 ปี เพื่อลงสู่คลองน้ำเชี่ยว เนื่องจากน้ำภายในคลองน้ำเชี่ยวแห้งขอดไม่มีน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค

นายชัยกร เผยว่า สถานการณ์ในปีนี้ถือเป็นปีที่ปริมาณน้ำลดต่ำสุดในรอบ 11 ปี สาเหตุหลักเกิดจากการเก็บกักน้ำในช่วงสิ้นฤดูกาลที่ผ่านมา ขาดหายไปจากระดับความจุถึง 5-6 ล้านลูกบาศก์เมตร ประกอบกับประสบปัญหาภัยแล้งยาวนาน ทำให้น้ำลดลงอย่างรวดเร็วแบบคาดไม่ถึง ทางหน่วยงานจึงเร่งแก้ไขปัญหาเร่งด่วนด้วยการนำเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่มาดำเนินการผันน้ำกลับเข้าไปในคลองน้ำเชี่ยว โดยจะดำเนินการผันน้ำช่วยเหลือต่อเนื่องไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูแล้งและเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเป็นทางการ ซึ่งคาดว่าจะเป็นช่วงสิ้นเดือนนี้หรือถึงช่วงต้นเดือนหน้า เนื่องจากฝนที่ตกลงมาในระยะนี้ยังคงเป็นเพียงอิทธิพลของพายุฤดูร้อน

สำหรับการผันน้ำนั้น ขณะนี้น้ำเดินทางมาได้ประมาณ 4 กิโลเมตร หรือครึ่งทางจากระยะทางทั้งหมด 8 กิโลเมตรแล้ว คาดว่าอีกประมาณ 3-5 วัน น้ำจะเดินทางไปถึงช่วงสุดท้ายเพื่อให้ชาวบ้านในพื้นที่ตำบลน้ำเชี่ยวและหนองโสนได้ใช้บรรเทาความเดือดร้อน

ขณะที่ นายสัญชัย นามธรรม อายุ 65 ปี ตัวแทนเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ เผยถึงความยากลำบากว่า พื้นที่สวนขาดน้ำมาเป็นเดือนแล้ว สภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้น้ำระเหยหายไปในอากาศอย่างรวดเร็ว เกษตรกรหลายรายต้องแบกรับภาระการซื้อน้ำที่สูงถึงเที่ยวละ 10,000 บาท ซึ่งสามารถใช้หล่อเลี้ยงสวนได้เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น

ก่อนหน้านี้ ตนได้พยายามช่วยเหลือด้วยการนำน้ำจากสระขนาดเล็กของกรมการปกครองมาแบ่งปันให้ชาวบ้านและเกษตรกรรอบข้างได้สูบไปใช้ประทังชีวิต แต่เมื่อน้ำหมดก็แทบสิ้นหวัง หากปล่อยไว้อีกเพียงสัปดาห์เดียวต้นไม้คงยืนต้นตายทั้งหมด แต่ถือว่าโชคดีที่ทางชลประทานเร่งดำเนินการผันน้ำเข้ามาช่วยได้ทันเวลา ทำให้เกษตรกรรอดพ้นจากการสิ้นเนื้อประดาตัว

ทางด้าน นายพีระพงษ์ พิพัฒน์เลิศสกุล เผยว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญในปีนี้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรง ทำให้คลองน้ำเชี่ยวที่ไม่เคยแห้งมาก่อนกลับแห้งขอดลง ส่งผลให้เกษตรกรในตำบลน้ำเชี่ยวต้องซื้อน้ำเพื่อการเกษตร ขณะที่ตำบลหนองโสนได้รับผลกระทบหนักกว่า เนื่องจากไม่เพียงแต่ขาดแคลนน้ำเพื่อการเกษตร แต่ยังขาดแคลนน้ำดิบสำหรับทำประปาหมู่บ้านอีกด้วย เบื้องต้นองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) หนองโสน ได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า โดยการดูดน้ำจากพื้นที่หนองเสม็ดมาเติมในระบบเพื่อผลิตประปาหมู่บ้านให้ประชาชนได้ใช้

สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวนั้น นายชัยกร เผยว่า การดำเนินการผันน้ำในจุดนี้ถือเป็นการทำเป็นครั้งแรก และเตรียมจะจัดทำแผนการรับมือในลักษณะนี้ในทุกๆ ปีถัดไป เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการขาดช่วงของน้ำอีก

อย่างไรก็ตาม ตัวแทนกลุ่มบริหารจัดการน้ำฯ กล่าวเสริมว่า ได้มีการนำเสนอและประสานงานกับทางชลประทานจังหวัดตราด ซึ่งขณะนี้ได้มีการทำโครงการเตรียมตั้งเครื่องเพื่อใช้สำหรับสูบและผันน้ำเป็นการถาวร โดยคาดว่าโครงการจะแล้วเสร็จในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และจะมอบหมายให้กลุ่มบริหารจัดการน้ำฯ ร่วมกับหน่วยงานราชการเป็นผู้ดูแลต่อไป.

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : อ่างเก็บน้ำเขาระกำวิกฤต แล้งสุดในรอบ 11 ปี คลองแห้งขอด เร่งสูบน้ำช่วยเกษตรกร

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...