โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไตรมาสแรก OR กำไร 2,415 ล้านบาท ธุรกิจต่างประเทศโตเกิน 100% Café Amazon ขายได้ 112 ล้านแก้ว

TODAY Bizview

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 11 พ.ค. เวลา 09.58 น. • TODAY

ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2569 มีกำไรสุทธิ 2,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% จากไตรมาสก่อน ขณะที่รายได้รวมอยู่ที่ 176,125 ล้านบาท

[ กำไรเพิ่มจากไตรมาสก่อน ]

หม่อมหลวงปีกทอง ทองใหญ่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR เปิดเผยว่า ไตรมาส 1 ปี 2569 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการรวม 176,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.2% จากไตรมาสก่อนหน้า

ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 2,415 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.2% คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.20 บาท ส่วน EBITDA อยู่ที่ 7,100 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 59.8% จากไตรมาสก่อน

โดยผลประกอบการที่ดีขึ้นมาจากทุกกลุ่มธุรกิจ ทั้งธุรกิจน้ำมัน ธุรกิจไลฟ์สไตล์ และธุรกิจต่างประเทศ

[ ธุรกิจน้ำมันยังเจอต้นทุนผันผวน ]

กลุ่มธุรกิจ Mobility ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของ OR มี EBITDA เพิ่มขึ้น 59.8% จากไตรมาสก่อน โดยยังเป็นกลุ่มธุรกิจที่สร้างรายได้หลักให้บริษัท

อย่างไรก็ตาม ธุรกิจน้ำมันยังได้รับผลกระทบจากมาตรการตรึงราคาน้ำมันในบางช่วง ทำให้ไม่สามารถปรับราคาขายให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้เต็มที่

นอกจากนี้ บริษัทยังมีผลกระทบจากการบริหารความเสี่ยงด้านราคาน้ำมัน ซึ่งสะท้อนว่าธุรกิจค้าปลีกน้ำมันยังต้องบริหารต้นทุนอย่างใกล้ชิด ในช่วงที่ราคาพลังงานโลกยังผันผวนต่อเนื่อง

[ Café Amazon ยอดขายเพิ่ม ]

ด้านกลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 19.9% จากธุรกิจอาหาร เครื่องดื่ม และค้าปลีกอื่นๆ โดยเฉพาะ Café Amazon ที่ยังเป็นหนึ่งในธุรกิจหลักที่ช่วยสร้างรายได้ให้ OR ต่อเนื่อง

ในไตรมาสแรกปี 2569 Café Amazon มียอดขายรวมกว่า 112 ล้านแก้ว เพิ่มขึ้นประมาณ 3 ล้านแก้ว หรือ 2.8% จากไตรมาสก่อน สะท้อนว่าการใช้จ่ายในกลุ่มร้านกาแฟและไลฟ์สไตล์ยังเติบโตต่อ แม้กำลังซื้อของผู้บริโภคในหลายช่วงยังเผชิญแรงกดดันจากค่าครองชีพ

นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ยังได้รับแรงหนุนจากธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ภายในเครือ ทำให้ธุรกิจกลุ่มนี้ยังเป็นอีกหนึ่งส่วนสำคัญที่ช่วยพยุงภาพรวมผลประกอบการของบริษัท

[ ต่างประเทศฟื้นดีขึ้น ]

ส่วนกลุ่มธุรกิจ Global หรือธุรกิจต่างประเทศ เติบโตมากกว่า 100% จากไตรมาสก่อน โดยหลักมาจากผลประกอบการในประเทศฟิลิปปินส์และ สปป.ลาว ที่ปรับตัวดีขึ้น

OR ระบุว่า ในประเทศฟิลิปปินส์ กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันดีเซลปรับตัวดีขึ้น ขณะที่ใน สปป.ลาว กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรดีขึ้นในทุกผลิตภัณฑ์ ส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจต่างประเทศฟื้นตัวชัดเจนเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า

ที่ผ่านมา OR เดินหน้าขยายธุรกิจในต่างประเทศต่อเนื่อง ทั้งในกลุ่มสถานีบริการน้ำมัน ร้านกาแฟ และธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ทำให้ธุรกิจ Global เริ่มมีบทบาทต่อรายได้และผลประกอบการของบริษัทมากขึ้น

[ ลงทุนระบบขนส่งน้ำมันทางท่อ ]

OR ยังได้รับการจัดอันดับเครดิตองค์กรระดับ ‘AA+’ แนวโน้มคงที่ (Stable) จาก ทริสเรทติ้ง ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ซึ่งสะท้อนถึงฐานะทางการเงินและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของบริษัท

โดยในไตรมาสที่ผ่านมา OR ยังลงทุนในบริษัท ไทยไปป์ไลน์ เน็ตเวิร์ค จำกัด หรือ TPN ผ่าน Modulus ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ OR โดยเข้าถือหุ้น 55.41%

TPN เป็นผู้ให้บริการระบบขนส่งน้ำมันทางท่อจากจังหวัดสระบุรีไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่ง OR มองว่าการลงทุนครั้งนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านโลจิสติกส์ ลดต้นทุนการขนส่ง และเสริมความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในระยะยาว

[ เดินหน้าขยาย OR Ecosystem ]

OR ระบุว่า บริษัทยังคงเดินหน้าบริหารต้นทุนและความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อรักษาเสถียรภาพของธุรกิจ ท่ามกลางสถานการณ์พลังงานโลกที่ยังมีความผันผวน

ขณะเดียวกัน บริษัทยังเดินหน้าขยาย OR Ecosystem และลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการเติบโตของธุรกิจในอนาคต ทั้งในกลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และไลฟ์สไตล์

โดย OR ระบุว่า แนวทางดังกล่าวสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ Empowering All toward Inclusive Growth ที่ต้องการสร้างการเติบโตร่วมกับทั้งผู้บริโภค พันธมิตรทางธุรกิจ และสังคมในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...