วีบูลล์ลั่นปลอดฟอกเงิน เล็งอัพเวอร์ชันรับ TISA
#Webull #ฟอกเงิน #TISA #ทันหุ้น – วีบูลล์ (ประเทศไทย) ยืนยันมีมาตรการเข้มป้องกันบัญชีมาลอบมาใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน ข้อมูลเจอแค่ 50 บัญชีจาก 2 แสนบัญชี ซึ่งกำจัดทิ้งแต่เนิ่นไปแล้ว มุ่งหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มรองรับโครงการ TISA ของตลท. และไตรมาส 3 นี้จ่อเปิดบริการกองทุนรวม พร้อมตั้งเป้า AUM โตเฉียด 4 เท่าปีนี้หวังแตะ 4 หมื่นล้านบาท
นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทยังมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมด้านการลงทุนและมาตรฐานการบริหารจัดการระดับโลกมาใช้ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดการลงทุนในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยและกระบวนการตรวจสอบที่เป็นสากล
*สกรีนเข้มข้น
ในด้านกระบวนการตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC) นายชลเดช ยืนยันว่าบริษัทมีระบบที่เหมาะสม และรัดกุมสูงสุด โดยมีการพิสูจน์ตัวตนผ่านระบบ NIDB และ ThaiID พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ร่วมกับระบบภายในเพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลของข้อมูลอย่างละเอียด, พร้อมกันนี้ได้ ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการรับฝากเงินสด โดยยืนยันว่าบริษัทไม่มีนโยบายรับเงินสดในทุกกรณี และการฝากเงินต้องดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันด้วยระบบ Dynamic QR Code เท่านั้น
สำหรับประเด็นบัญชีม้า พบว่ามีจำนวนเพียง 40-50 ราย เมื่อเทียบกับฐานบัญชีเทรดทั้งหมดกว่า 200,000 ราย ซึ่งบริษัทได้กำจัดบัญชีเหล่านี้ออกไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยพฤติกรรมของบัญชีม้าที่ตรวจพบมักจะมีการฝากเงินเข้ามาด้วยความถี่ผิดปกติ หรือมีการทดสอบฝากเงินยอดเล็กก่อนจะทำธุรกรรมถอนเงินยอดใหญ่ ซึ่งระบบ Internal Scoring Model ที่พัฒนาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
*จ่ายเงินตามกรอบ
ด้านการจ่ายผลตอบแทน นายชลเดชชี้ แจงว่าแม้บริษัทจะไม่ได้มีใบอนุญาตธนาคาร แต่ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทหลักทรัพย์สามารถให้ดอกเบี้ยแก่ลูกค้าได้ โดยต้องไม่เกินอัตราที่บริษัทได้รับจากธนาคารพันธมิตร ซึ่งปัจจุบันบริษัทเลือกทำงานร่วมกับธนาคารระดับโลกเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของเงินทุนลูกค้า, ทั้งนี้ บริษัทยังมีการประสานงานและพูดคุยกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแล
แผนการดำเนินงานในอนาคต บริษัทเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่ในช่วงกลางปีนี้ และกำลังพัฒนาระบบเพื่อรองรับบัญชี TISA นอกจากนี้ ในไตรมาส 3/2569 มีแผนจะเปิดให้บริการกองทุนรวม (Mutual Fund) เพิ่มเติม
ในส่วนของโครงสร้างองค์กรยืนยันว่าวีบูลล์ไม่ใช่ธุรกิจสัญชาติจีน แต่เป็นบริษัทที่มีสำนักใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในสหรัฐ โดยมีกรรมการส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน เพียงแต่ผู้ก่อตั้งหลักบางรายเป็นชาวจีน
อนึ่ง วีบูลล์ เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ บริษัทหลักทรัพย วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2565 ในฐานะโบรกเกอร์สัญชาติสหรัฐรายแรก ในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประเทศไทย มีทุนจดทะเบียน 1 พันล้านบาท มีรายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย นายอันฉวน หวาง, นายแอนโทนี ไมเคิล เดเนียร์, นายชลเดช เขมะรัตนา, นายไฮเฉิน หวาง และนายเบนจามิน เวอร์ธี่ เจมส์
*เป้าหมายทางธุรกิจ
สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้า สินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ไว้ที่ 40,000 ล้านบาท หลังจากที่ในปี 2568 สามารถทำผลงานทะลุเป้าหมาย 10,000 ล้านบาทมาได้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก 4 ส่วน ได้แก่ :
1. ฐานลูกค้ารายย่อย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง
2. กลุ่มลูกค้า High Net Worth ภายใต้บริการ “วีบูลล์ ไพร์ม” (Webull Prime) ซึ่งกำหนดเกณฑ์สินทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ปัจจุบันมีจำนวนหลักร้อยรายแต่มีการเติบโตของสินทรัพย์สูงชัดเจน
3. กลุ่มลูกค้าจากบริษัทหลักทรัพย์อื่น ที่เข้ามาใช้แพลตฟอร์มในการส่งคำสั่งซื้อขาย
4. การเตรียมเปิดตัวพาร์ตเนอร์ในวงการการเงิน อย่างน้อย 2 รายในช่วงกลางปี เพื่อร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถลงทุนในต่างประเทศได้โดยตรง
*หุ้นไทยน่าสน
ในมุมมองด้านการลงทุน นายชลเดชระบุว่า หุ้นไทยยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นปันผล เช่น กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ หรือกลุ่มสุขภาพเนื่องจากหาหุ้นที่มีอัตราปันผลสูงกว่า 5% ได้ง่ายเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ
ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาหุ้นปันผลสม่ำเสมอที่มีอัตราการจ่ายปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend Payout Ratio) ในระดับไม่เกิน 75% เพราะหากสูงกว่านี้อาจสะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตเพื่อขยายธุรกิจในอนาคตที่ลดน้อยลง