โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วีบูลล์ลั่นปลอดฟอกเงิน เล็งอัพเวอร์ชันรับ TISA

ทันหุ้น

อัพเดต 19 มี.ค. เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. เวลา 01.00 น.

#Webull #ฟอกเงิน #TISA #ทันหุ้น – วีบูลล์ (ประเทศไทย) ยืนยันมีมาตรการเข้มป้องกันบัญชีมาลอบมาใช้เป็นช่องทางฟอกเงิน ข้อมูลเจอแค่ 50 บัญชีจาก 2 แสนบัญชี ซึ่งกำจัดทิ้งแต่เนิ่นไปแล้ว มุ่งหน้าพัฒนาแพลตฟอร์มรองรับโครงการ TISA ของตลท. และไตรมาส 3 นี้จ่อเปิดบริการกองทุนรวม พร้อมตั้งเป้า AUM โตเฉียด 4 เท่าปีนี้หวังแตะ 4 หมื่นล้านบาท

นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลยุทธ์การดำเนินงานของบริษัทยังมุ่งเน้นการนำนวัตกรรมด้านการลงทุนและมาตรฐานการบริหารจัดการระดับโลกมาใช้ เพื่อยกระดับความเชื่อมั่นให้แก่ตลาดการลงทุนในประเทศไทย โดยให้ความสำคัญกับระบบความปลอดภัยและกระบวนการตรวจสอบที่เป็นสากล

*สกรีนเข้มข้น

ในด้านกระบวนการตรวจสอบตัวตนลูกค้า (KYC) นายชลเดช ยืนยันว่าบริษัทมีระบบที่เหมาะสม และรัดกุมสูงสุด โดยมีการพิสูจน์ตัวตนผ่านระบบ NIDB และ ThaiID พร้อมทั้งนำเทคโนโลยี ปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ร่วมกับระบบภายในเพื่อตรวจสอบความสมเหตุสมผลของข้อมูลอย่างละเอียด, พร้อมกันนี้ได้ ปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องการรับฝากเงินสด โดยยืนยันว่าบริษัทไม่มีนโยบายรับเงินสดในทุกกรณี และการฝากเงินต้องดำเนินการผ่านแอปพลิเคชันด้วยระบบ Dynamic QR Code เท่านั้น

สำหรับประเด็นบัญชีม้า พบว่ามีจำนวนเพียง 40-50 ราย เมื่อเทียบกับฐานบัญชีเทรดทั้งหมดกว่า 200,000 ราย ซึ่งบริษัทได้กำจัดบัญชีเหล่านี้ออกไปแล้วตั้งแต่ปีที่ผ่านมา โดยพฤติกรรมของบัญชีม้าที่ตรวจพบมักจะมีการฝากเงินเข้ามาด้วยความถี่ผิดปกติ หรือมีการทดสอบฝากเงินยอดเล็กก่อนจะทำธุรกรรมถอนเงินยอดใหญ่ ซึ่งระบบ Internal Scoring Model ที่พัฒนาร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถตรวจจับพฤติกรรมต้องสงสัยเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

*จ่ายเงินตามกรอบ

ด้านการจ่ายผลตอบแทน นายชลเดชชี้ แจงว่าแม้บริษัทจะไม่ได้มีใบอนุญาตธนาคาร แต่ตามกฎเกณฑ์ของบริษัทหลักทรัพย์สามารถให้ดอกเบี้ยแก่ลูกค้าได้ โดยต้องไม่เกินอัตราที่บริษัทได้รับจากธนาคารพันธมิตร ซึ่งปัจจุบันบริษัทเลือกทำงานร่วมกับธนาคารระดับโลกเพื่อให้มั่นใจในความปลอดภัยของเงินทุนลูกค้า, ทั้งนี้ บริษัทยังมีการประสานงานและพูดคุยกับสำนักงาน ก.ล.ต. อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปตามมาตรฐานการกำกับดูแล

แผนการดำเนินงานในอนาคต บริษัทเตรียมเปิดตัวแอปพลิเคชันเวอร์ชันใหม่ในช่วงกลางปีนี้ และกำลังพัฒนาระบบเพื่อรองรับบัญชี TISA นอกจากนี้ ในไตรมาส 3/2569 มีแผนจะเปิดให้บริการกองทุนรวม (Mutual Fund) เพิ่มเติม

ในส่วนของโครงสร้างองค์กรยืนยันว่าวีบูลล์ไม่ใช่ธุรกิจสัญชาติจีน แต่เป็นบริษัทที่มีสำนักใหญ่ในสหรัฐอเมริกาและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในสหรัฐ โดยมีกรรมการส่วนใหญ่เป็นชาวอเมริกัน เพียงแต่ผู้ก่อตั้งหลักบางรายเป็นชาวจีน

อนึ่ง วีบูลล์ เปิดตัวในประเทศไทยอย่างเป็นทางการ ภายใต้ชื่อ บริษัทหลักทรัพย วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ในปี 2565 ในฐานะโบรกเกอร์สัญชาติสหรัฐรายแรก ในประเทศไทยที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลัง และดำเนินงานภายใต้การกำกับดูแลของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ประเทศไทย มีทุนจดทะเบียน 1 พันล้านบาท มีรายชื่อกรรมการ ประกอบด้วย นายอันฉวน หวาง, นายแอนโทนี ไมเคิล เดเนียร์, นายชลเดช เขมะรัตนา, นายไฮเฉิน หวาง และนายเบนจามิน เวอร์ธี่ เจมส์

*เป้าหมายทางธุรกิจ

สำหรับเป้าหมายทางธุรกิจในปีนี้ บริษัทตั้งเป้า สินทรัพย์ภายใต้การจัดการ (AUM) ไว้ที่ 40,000 ล้านบาท หลังจากที่ในปี 2568 สามารถทำผลงานทะลุเป้าหมาย 10,000 ล้านบาทมาได้ โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจาก 4 ส่วน ได้แก่ :

1. ฐานลูกค้ารายย่อย ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง

2. กลุ่มลูกค้า High Net Worth ภายใต้บริการ “วีบูลล์ ไพร์ม” (Webull Prime) ซึ่งกำหนดเกณฑ์สินทรัพย์ตั้งแต่ 10 ล้านบาทขึ้นไป ปัจจุบันมีจำนวนหลักร้อยรายแต่มีการเติบโตของสินทรัพย์สูงชัดเจน

3. กลุ่มลูกค้าจากบริษัทหลักทรัพย์อื่น ที่เข้ามาใช้แพลตฟอร์มในการส่งคำสั่งซื้อขาย

4. การเตรียมเปิดตัวพาร์ตเนอร์ในวงการการเงิน อย่างน้อย 2 รายในช่วงกลางปี เพื่อร่วมพัฒนาแอปพลิเคชันให้สามารถลงทุนในต่างประเทศได้โดยตรง

*หุ้นไทยน่าสน

ในมุมมองด้านการลงทุน นายชลเดชระบุว่า หุ้นไทยยังมีความน่าสนใจ โดยเฉพาะกลุ่มหุ้นปันผล เช่น กลุ่มธนาคารขนาดใหญ่ หรือกลุ่มสุขภาพเนื่องจากหาหุ้นที่มีอัตราปันผลสูงกว่า 5% ได้ง่ายเมื่อเทียบกับตลาดต่างประเทศ

ทั้งนี้ แนะนำให้นักลงทุนพิจารณาหุ้นปันผลสม่ำเสมอที่มีอัตราการจ่ายปันผลต่อกำไรสุทธิ (Dividend Payout Ratio) ในระดับไม่เกิน 75% เพราะหากสูงกว่านี้อาจสะท้อนถึงโอกาสในการเติบโตเพื่อขยายธุรกิจในอนาคตที่ลดน้อยลง

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...