โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

วัคซีน HPV ช่วยผู้ชายลดเสี่ยงมะเร็งถึงครึ่ง งานวิจัยใหม่ย้ำเด็กผู้ชายก็ควรฉีด

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

วัคซีนป้องกันเชื้อไวรัส HPV (Human Papillomavirus) ที่หลายคนรู้จักในฐานะวัคซีนป้องกันมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง กำลังถูกยืนยันมากขึ้นว่าเป็นวัคซีนสำคัญสำหรับผู้ชายและเด็กผู้ชายเช่นกัน หลังผลการศึกษาขนาดใหญ่ที่ตีพิมพ์ในวารสาร JAMA Oncology พบว่า ผู้ชายที่ได้รับวัคซีน HPV มีความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV ลดลงเกือบครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน

ดร.ลีอานา เหวิน ผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพของ CNN และแพทย์เวชศาสตร์ฉุกเฉินจาก George Washington University อธิบายว่า HPV เป็นไวรัสที่พบได้บ่อยมาก ติดต่อผ่านการสัมผัสทางผิวหนังอย่างใกล้ชิดในลักษณะเชิงเพศ โดยคนส่วนใหญ่ที่มีเพศสัมพันธ์จะเคยได้รับเชื้อนี้ในช่วงหนึ่งของชีวิต แม้การติดเชื้อส่วนใหญ่จะหายได้เอง แต่บางกรณีเชื้ออาจคงอยู่ในร่างกายและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงของเซลล์จนกลายเป็นมะเร็งในอนาคต

ที่ผ่านมา HPV มักถูกเชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูกในผู้หญิง แต่ในความเป็นจริง เชื้อนี้ยังเกี่ยวข้องกับมะเร็งหลายชนิดในผู้ชายด้วย ทั้งมะเร็งอวัยวะเพศชาย มะเร็งทวารหนัก รวมถึงมะเร็งบริเวณศีรษะและลำคอ โดยมากกว่า 90% ของมะเร็งทวารหนัก และราว 70% ของมะเร็งคอหอยเกี่ยวข้องกับเชื้อ HPV

งานวิจัยดังกล่าวศึกษาข้อมูลจากผู้ชายอายุ 9–26 ปี มากกว่า 615,000 คนที่ได้รับวัคซีน HPV ชนิด 9 สายพันธุ์ และเปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีนมากกว่า 2 ล้านคน ผลพบว่าผู้ที่ได้รับวัคซีนมีความเสี่ยงต่อมะเร็งที่เกี่ยวข้องกับ HPV ลดลงประมาณ 46% โดยประโยชน์นี้พบทั้งในกลุ่มที่ได้รับวัคซีนตั้งแต่อายุ 9–14 ปี และผู้ที่ได้รับในช่วงอายุ 15–26 ปี

ในอดีต การรณรงค์ฉีดวัคซีน HPV มุ่งเน้นไปที่เด็กผู้หญิงเป็นหลัก เนื่องจากความเชื่อมโยงกับมะเร็งปากมดลูก ซึ่งองค์การ World Health Organization ระบุว่าเป็นมะเร็งที่พบบ่อยอันดับ 4 ในผู้หญิงทั่วโลก อย่างไรก็ตาม เมื่อมีหลักฐานเพิ่มขึ้นเกี่ยวกับผลกระทบของ HPV ต่อผู้ชาย คำแนะนำด้านสาธารณสุขจึงเริ่มขยายให้ครอบคลุมเด็กผู้ชายมากขึ้น

ปัจจุบัน Centers for Disease Control and Prevention หรือ CDC ของสหรัฐฯ แนะนำให้เด็กได้รับวัคซีน HPV ตามปกติเมื่ออายุ 11–12 ปี และสามารถเริ่มฉีดได้ตั้งแต่อายุ 9 ปี ขณะที่ American Academy of Pediatrics สนับสนุนให้เริ่มฉีดตั้งแต่อายุ 9–12 ปี เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันก่อนมีโอกาสสัมผัสเชื้อ

ผู้เชี่ยวชาญยังย้ำว่า แม้ผู้ที่พลาดการฉีดในวัยเด็กก็ยังสามารถรับวัคซีนชดเชยได้จนถึงอายุ 26 ปี และยังคงได้รับประโยชน์ในการลดความเสี่ยงของโรค เพราะวัคซีนสามารถป้องกัน HPV ได้หลายสายพันธุ์

ดร.เหวินกล่าวว่า วัคซีน HPV คือวัคซีนป้องกันมะเร็ง และปัจจุบันมีข้อมูลยืนยันชัดเจนทั้งด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ พร้อมย้ำว่า การฉีดวัคซีนไม่ได้เป็นเรื่องเฉพาะของผู้หญิงอีกต่อไป แต่เป็นการป้องกันสุขภาพระยะยาวสำหรับทุกคน โดยเฉพาะเด็กและวัยรุ่นก่อนเข้าสู่วัยมีเพศสัมพันธ์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...