ทรัมป์เยือนจีน ถกสี จิ้นผิง ปมการค้า AI อิหร่าน และไต้หวัน
ทรัมป์ เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง เพื่อเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ ในรอบเกือบ 10 ปี ท่ามกลางการจับตาการหารือกับสี จิ้นผิง ในประเด็นร้อนทั้งสงครามการค้า เทคโนโลยี AI อิหร่าน และไต้หวัน พร้อมคณะซีอีโอบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ที่ร่วมเดินทางด้วย
วันที่ 14 พ.ค.2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯเดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อเย็นวันพุธ (13 พ.ค.)ตามเวลาท้องถิ่น ด้วยเครื่องบิน Air Force One เพื่อเริ่มต้นการเยือนจีนอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน (14-15 พ.ค.) ซึ่งถือเป็นการเยือนจีนครั้งแรกของผู้นำสหรัฐฯ นับตั้งแต่การเยือนของทรัมป์เองในสมัยแรกเมื่อปี 2017
เดิมทีการหารือระหว่างทรัมป์และประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มีกำหนดจัดขึ้นในเดือนมีนาคม แต่ถูกเลื่อนออกไป หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน
ทำไมทรัมป์จึงเดินทางเยือนจีน?
ประเด็นหลักของการหารือครั้งนี้ คือ ความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ยังคงตึงเครียด โดยทรัมป์ระบุว่า เขาจะขอให้จีน “เปิดประเทศ” มากขึ้นสำหรับบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่ของสหรัฐฯ
ทรัมป์ยังกล่าวว่า เขาคาดว่าจะมี“การพูดคุยยาวนาน” เกี่ยวกับอิหร่าน แม้ยืนยันว่า สหรัฐฯ ไม่จำเป็นต้องพึ่งพาความช่วยเหลือจากจีนเพื่อยุติความขัดแย้งดังกล่าว
ผู้นำสหรัฐฯ ระบุว่า สี จิ้นผิง มีท่าที “ค่อนข้างดี” ต่อประเด็นอิหร่าน พร้อมกล่าวว่า การเยือนครั้งนี้จะเป็น “ทริปที่น่าตื่นเต้น” และ “จะมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นมากมาย”
ด้านประธานาธิบดีสี จิ้นผิง คาดว่าจะกดดันให้สหรัฐฯ ยุติการขายอาวุธให้ไต้หวัน รวมถึงผลักดันให้ขยายเวลาข้อตกลงพักรบทางการค้า ที่ทั้งสองประเทศเห็นชอบร่วมกันเมื่อเดือนตุลาคม เพื่อหยุดการยกระดับกำแพงภาษีระหว่างกัน
สื่อจีนยังส่งสัญญาณว่า ปักกิ่งกำลังมองหา “อนาคตที่ดีกว่า” ร่วมกับสหรัฐฯ และต้องการสร้างความสัมพันธ์ที่ “เพิ่มเสถียรภาพและความแน่นอน” ให้กับโลกที่กำลังเผชิญความปั่นป่วน
กำหนดการสำคัญระหว่างการเยือน
ทรัมป์เดินทางถึงกรุงปักกิ่งเมื่อเย็นวันพุธตามเวลาท้องถิ่น ด้วยเครื่องบิน Air Force One ก่อนเริ่มภารกิจหลักในวันพฤหัสบดี
ผู้นำสหรัฐฯ มีกำหนดเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการร่วมกับสี จิ้นผิง ที่มหาศาลาประชาชน ก่อนที่ทั้งสองฝ่ายจะหารือทวิภาคี และร่วมงานเลี้ยงรับรองระดับรัฐในช่วงค่ำ
ในวันศุกร์ ทรัมป์จะเดินทางเยือน “จงหนานไห่” ซึ่งเป็นเขตที่พักและสำนักงานของผู้นำจีน โดยจะมีการถ่ายภาพมิตรภาพและจับมือร่วมกับสี จิ้นผิง
หลังจากนั้น ทั้งสองฝ่ายจะประชุมเพิ่มเติมและร่วมรับประทานอาหารกลางวันทำงานร่วมกัน ก่อนที่ทรัมป์จะเดินทางกลับสหรัฐฯ พร้อมพิธีส่งอย่างเป็นทางการ
ใครร่วมเดินทางไปจีนกับทรัมป์?
การเยือนครั้งนี้มีซีอีโอและผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีและธุรกิจรายใหญ่ของสหรัฐฯ ร่วมคณะจำนวนมาก ได้แก่ เจนเซน หวง จาก Nvidia, ทิม คุก จาก Apple, อีลอน มัสก์ จาก Tesla และ SpaceX รวมถึงแลร์รี ฟิงก์ จาก BlackRock
นอกจากนี้ ยังมีผู้บริหารจาก Meta, Visa, JP Morgan, Boeing และ Cargill ร่วมเดินทางด้วย
การเข้าร่วมของเจนเซน หวง ถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากชิปปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงของ Nvidia ถือเป็นหนึ่งในสมรภูมิสำคัญของการแข่งขันทางเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และจีน
รายงานระบุว่า เดิมทีชื่อของหวงไม่ได้อยู่ในรายชื่อคณะเดินทาง แต่ได้รับคำเชิญโดยตรงจากทรัมป์ และมีผู้พบเห็นเขาขึ้นเครื่อง Air Force One ระหว่างแวะพักที่รัฐอะแลสกา
ความคืบหน้าล่าสุดเรื่องกำแพงภาษี
แม้ประเด็นกำแพงภาษีจะผ่อนคลายลงบ้างจากปี 2025 ซึ่งสหรัฐฯ และจีนเคยเผชิญความเสี่ยงเข้าสู่สงครามการค้าเต็มรูปแบบ แต่ทั้งสองฝ่ายยังมีประเด็นต้องหารืออีกจำนวนมาก เนื่องจากยังไม่สามารถหาทางออกถาวรได้
ทรัมป์คาดว่าจะผลักดันให้จีนเพิ่มการนำเข้าสินค้าจากอุตสาหกรรมสำคัญของสหรัฐฯ เช่น ถั่วเหลืองและชิ้นส่วนอากาศยาน
ขณะที่จีนแม้อยู่ในสถานะที่แข็งแกร่งจากตัวเลขส่งออกระดับสูงเป็นประวัติการณ์ แต่ก็ยังต้องพึ่งพาตลาดผู้บริโภคของสหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน สี จิ้นผิง คาดว่าจะกดดันให้สหรัฐฯ ยุติการสอบสวนทางการค้าครั้งใหม่เกี่ยวกับแนวปฏิบัติทางธุรกิจที่ไม่เป็นธรรม
ทั้งสองฝ่ายจะหารือเรื่องใดอีก?
ประเด็นไต้หวันยังถูกระบุว่าเป็นหัวข้อสำคัญของการประชุม หลังมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวว่า ทั้งสองฝ่ายต้องการป้องกันไม่ให้ปัญหาไต้หวันกลายเป็นชนวนความตึงเครียดระหว่างสองประเทศ
จีนยังย้ำจุดยืนคัดค้านความสัมพันธ์ทางทหารระหว่างสหรัฐฯ กับไต้หวัน รวมถึงการขายอาวุธให้ไต้หวัน
ส่วนประเด็นอิหร่าน แม้ทรัมป์ยืนยันว่า ไม่จำเป็นต้องให้จีนช่วยยุติสงคราม แต่หลายฝ่ายคาดว่า เขาจะพยายามผลักดันให้ปักกิ่งช่วยโน้มน้าวเตหะรานให้เข้าสู่ข้อตกลง
จีนเองก็ต้องการให้สงครามยุติลงเช่นกัน เนื่องจากความขัดแย้งกำลังสร้างแรงกดดันต่อเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวและพึ่งพาการส่งออกอย่างมาก
อีกหนึ่งหัวข้อสำคัญ คือการแข่งขันด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI ซึ่งถูกเปรียบเทียบว่าเป็น “การแข่งขันด้านอาวุธนิวเคลียร์ยุคใหม่” โดยทั้งสหรัฐฯ และจีนต่างพยายามสร้างช่องทางสื่อสารเพื่อลดความเสี่ยงของความขัดแย้ง
รายงานยังระบุว่า อาจมีการเจรจาข้อตกลงบางอย่าง โดยจีนเสนอแร่หายากให้สหรัฐฯ แลกกับชิปคอมพิวเตอร์ประสิทธิภาพสูงสำหรับพัฒนาหุ่นยนต์และระบบ AI รุ่นใหม่ของจีน
อ้างอิง : www.bbc.com