โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชาวไร่ยาสูบเหนือเร่งปรับตัว รับมือกติกาโลก WHO FCTC วอนรัฐปราบ "บุหรี่เถื่อน" จริงจัง หลังสูญรายได้ภาษีกว่า 3 หมื่นล้าน

สยามรัฐ

อัพเดต 14 พ.ค. เวลา 13.48 น. • เผยแพร่ 14 พ.ค. เวลา 13.33 น.

">

เกษตรกรยาสูบจังหวัดแพร่จับมือวิชาการ ยกระดับการเพาะปลูกสู่ "เกษตรสีเขียว" รับมืออนุสัญญา WHO ด้านสิ่งแวดล้อม พร้อมสะท้อนวิกฤตบุหรี่เถื่อนพุ่งสูง 25% ของตลาด กระทบโควตาใบยาและรายได้รัฐมหาศาล เรียกร้องยกเป็นวาระแห่งชาติ
วันที่ 14 พ.ค.2569 ที่โรงแรมแพร่นครา จังหวัดแพร่สมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบแพร่ ร่วมกับสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบไทย ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบ และศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ จัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการหัวข้อ “การปรับตัวและดำเนินงานเพื่อปฏิบัติตามกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลกในด้านสิ่งแวดล้อม”
โดยมีเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในพื้นที่จังหวัดแพร่ นักวิชาการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากพื้นที่ภาคเหนือเข้าร่วมกว่า 140 คน โดยมีนางศิริวรรณ ปราศจากศัตรู สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยนายชนาธิป ศุภศิริ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดแพร่ เข้าร่วมรับฟังปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกใบยาสูบในพื้นที่ ทั้งยังแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยีด้านการพัฒนาการเพาะปลูกใบยาสูบ การปรับปรุงดิน พืชหมุนเวียน การรักษ์สิ่งแวดล้อม และการปรับตัวภายใต้ความเปลี่ยนแปลงของนโยบายควบคุมยาสูบโลก

การสัมมนาเชิงปฏิบัติการ (เวิร์กช็อป) ครั้งนี้มุ่งเน้นให้เกิดผลในทางการปฏิบัติเพื่อสร้างความเข้าใจแก่เกษตรกรเกี่ยวกับผลกระทบของกรอบอนุสัญญาว่าด้วยการควบคุมยาสูบขององค์การอนามัยโลก (WHO FCTC) โดยเฉพาะในมิติด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อเตรียมความพร้อมให้เกษตรกรสามารถปฏิบัติตามข้อกำหนดสากลและนโยบายรัฐในอนาคตได้อย่างยั่งยืน ควบคู่ไปกับการเรียนรู้เทคนิคการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการประหยัดต้นทุนอย่างเป็นมิตรต่อระบบนิเวศ เพื่อยกระดับมาตรฐานใบยาสูบไทยให้สามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน
นายปรัชญา กันทาธรรม นายกสมาคมผู้บ่ม ผู้เพาะปลูก และผู้ค้าใบยาสูบแพร่ เปิดเผยว่า อาชีพการปลูกและบ่มใบยาสูบเป็นวิถีชีวิตที่สร้างรายได้หลักให้กับชาวจังหวัดแพร่และเกษตรกรในภาคเหนือมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกษตรกรต้องเผชิญกับวิกฤตหนักจากนโยบายภาษียาสูบในอัตราสูงและซับซ้อนเกินไป ซึ่งส่งผลให้ปัญหาบุหรี่เถื่อนและบุหรี่ไฟฟ้าขยายตัวอย่างรวดเร็ว เนื่องจากราคาที่แตกต่างกันมาก ทำให้กระทบกับสินค้าถูกกฎหมายและรายได้ของเกษตรกรจากโควตารับซื้อใบยาสูบที่ลดลง

“ใบยาสูบโดยเฉพาะสายพันธุ์เวอร์จิเนียถือเป็นหนึ่งในพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของจังหวัดแพร่ของเรามายาวนานกว่า 88 ปี การเติบโตและพัฒนาของอุตสาหกรรมการเพาะปลูกและการบ่มใบยาในเมืองแพร่ ไม่ได้แค่สร้างงานสร้างอาชีพให้แต่เฉพาะกับผู้ปลูกผู้บ่มใบยา แต่ยังต่อยอดทางเศรษฐกิจไปยังภาคธุรกิจอื่นๆ ส่งเสริมการกระจายรายได้และความอยู่ดีกินดีไปยังชุมชนและท้องถิ่น อย่างไรก็ตาม ชาวไร่ยาสูบยังคงเป็นคนตัวเล็กในระบบ ที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและสภาวะแวดล้อมภายนอกที่ทำให้ต้นทุนการผลิตพุ่งสูง เช่น ราคาน้ำมัน ปุ๋ย อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ วันนี้สิ่งที่พวกเราพยายามทำคือการเรียนรู้และปรับตัว ทั้งด้านสิ่งแวดล้อม การจัดการทรัพยากร และมาตรฐานการผลิต เพื่อให้สามารถดำรงอาชีพต่อไปได้อย่างยั่งยืน ขณะเดียวกันชาวไร่ยาสูบกำลังกลายเป็นผู้รับภาระโดยตรงจากนโยบายภาษีและการควบคุมยาสูบที่เข้มงวด เราต้องการให้รัฐบาลมองเห็นผลกระทบตลอดห่วงโซ่อุปทาน ตั้งแต่แปลงเพาะปลูก โรงบ่มไปจนถึงแรงงานในชุมชน นอกจากการเข้มงวดเรื่องกฎหมายแล้ว รัฐควรเร่งปราบปรามบุหรี่เถื่อนให้หมดไป มุ่งเป้าจับกุมต้นตอ และมีมาตรการช่วยเหลือชาวไร่ยาสูบที่ชัดเจนในการส่งเสริมด้านการปลูกพืชทางเลือกหรืออาชีพทดแทน รวมถึงพืชหมุนเวียน และการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาประยุกต์ใช้ในต้นทุนที่จับต้องได้และทำได้จริง ก่อนที่จะกำหนดมาตรการควบคุมใหม่ๆ มาบังคับใช้ที่อาจซ้ำเติมความเดือดร้อนของเกษตรกร” นายปรัชญา กล่าว

ด้าน ดร.ทัตพร คุณประดิษฐ์ ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านความหลากหลายทางชีวภาพในท้องถิ่น มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ กล่าวว่า เกษตรกรผู้ซึ่งมีภูมิปัญญาท้องถิ่นที่ถ่ายทอดสืบต่อกันมา จำเป็นต้องเสริมสร้างทักษะและเรียนรู้ศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้สามารถรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในด้านต่างๆ ทั้งเรื่องการพัฒนาพื้นที่เพาะปลูก การลดต้นทุน เพิ่มผลผลิต เปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความยั่งยืน การอบรมครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนผ่านการปลูกใบยาสูบไปสู่เกษตรกรรมที่ปลอดภัยและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน มีความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ในระยะยาว
“หัวข้อการอบรมในวันนี้ ทั้งเรื่องการจัดการน้ำ การฟื้นฟูดิน การลดผลกระทบจากสารเคมี การปลูกพืชหมุนเวียน และการใช้ทรัพยากรอย่างยั่งยืน ล้วนเป็นประเด็นสำคัญที่เชื่อมโยงกับมาตรา 18 ของ WHO FCTC ซึ่งให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของเกษตรกร งานสัมมนาครั้งนี้จึงไม่ใช่สร้างพื้นที่เรียนรู้ร่วมกันระหว่างสถาบันการศึกษาและชุมชนเกษตรกรรม แต่เพื่อสามารถปฏิบัติได้จริงในทุกๆวัน พร้อมสู่การทำเกษตรกรรมที่ยั่งยืนในอนาคต” ดร.ทัตพร กล่าว

ทั้งนี้ ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบยังสะท้อนว่า ปัญหาบุหรี่เถื่อนยังคงเป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญของอุตสาหกรรมยาสูบไทย แม้ภาครัฐจะพยายามยกระดับการปราบปรามอย่างจริงจังมากขึ้นในช่วงที่ผ่านมา แต่สถานการณ์ยังอยู่ในระดับน่ากังวล เพราะการดำเนินการป้องกันและปราบปรามขาดความต่อเนื่อง โดยผลการสำรวจซองบุหรี่เปล่าล่าสุดพบว่า บุหรี่ที่มิได้เสียภาษีในประเทศไทยยังมีสัดส่วนสูงถึง 24.9% ของตลาดทั้งหมด หรือเทียบเท่าหนึ่งในสี่ของการบริโภคในประเทศ ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้รัฐ ความเป็นธรรมทางเศรษฐกิจ และปากท้องของเกษตรกรผู้ปลูกยาสูบไทยจำนวนมาก
ข้อมูลดังกล่าวยังแสดงให้เห็นว่า ปัญหาการค้าผิดกฎหมายกำลังสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจอย่างรุนแรงต่อประเทศไทย โดยเฉพาะต่ออุตสาหกรรมยาสูบที่คาดว่ารัฐสูญเสียรายได้จากภาษีไม่น้อยกว่า 30,000 ล้านบาทในปี 2568 ที่ผ่านมา นอกจากนี้ บุหรี่เถื่อนผิดกฎหมายยังเชื่อมโยงกับขบวนการฟอกเงินและการคอร์รัปชั่น ซึ่งบั่นทอนภาพลักษณ์ความโปร่งใสของประเทศ ภาคีเครือข่ายชาวไร่ยาสูบจึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลยกระดับการป้องกันและปราบปรามการค้าผิดกฎหมายเป็นวาระแห่งชาติ พร้อมทั้งเร่งพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างภาษียาสูบที่เหมาะสม และบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อเสริมสร้างความร่วมมือและปกป้องห่วงโซ่อาชีพของเกษตรกรอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...