โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฟาร์มเฮ้าส์ ‘ไม่ขึ้นราคา’ ในวันที่ต้นทุนพุ่งธุรกิจอยู่รอดได้อย่างไร ?

TODAY

อัพเดต 2 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว • TODAY

ในช่วงที่ต้นทุนหลายอย่างกำลังปรับตัวสูงขึ้น ไม่ว่าจะเป็นพลังงาน วัตถุดิบ หรือค่าขนส่ง สิ่งที่มักเกิดขึ้นตามมา คือ ‘ราคาสินค้า’ ที่ขยับขึ้น

เพราะสำหรับผู้ประกอบการแล้วเมื่อต้นทุนเพิ่มทางเลือกที่ตรงที่สุด คือ ‘ขึ้นราคาสินค้า’ แต่ในอีกมุมหนึ่ง ก็ยังมีบางแบรนด์ที่เลือกจะ ‘ไม่ขึ้นราคา’ แม้ต้นทุนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หนึ่งในนั้นคือ ‘ฟาร์มเฮ้าส์’

TODAY Bizview มีโอกาสได้คุยกับ ‘อภิเศรษฐ ธรรมมโนมัย’ กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่ จำกัด (มหาชน) เจ้าของขนมปัง ‘ฟาร์มเฮ้าส์’ ถึงการบริหารธุรกิจในยุคที่ต้นทุนแพงแบบนี้

[ ตรึงราคา ในวันที่ต้นทุนไม่นิ่ง ]

สิ่งหนึ่งที่ผู้บริหารพูดไว้ชัด คือ ความตั้งใจที่จะ ‘ตรึงราคาสินค้า’ ให้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้ แม้ต้องเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้นแทบจะทุกๆ ด้าน

ในความเป็นจริงนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ เพราะหากย้อนกลับไปดู ฟาร์มเฮ้าส์แทบไม่ได้ปรับราคาบ่อย โดยเคยไม่ปรับขึ้นราคาได้นานถึง 8–9 ปี และการปรับราคาครั้งล่าสุดก็เกิดขึ้นในช่วงวิกฤติสงครามรัสเซีย–ยูเครน

‘อภิเศรษฐ’ บอกว่า การไม่ขึ้นราคา ไม่ได้แปลว่า ‘ต้นทุนหายไป’ ซึ่งคำตอบของฟาร์มเฮ้าส์ ไม่ใช่การทำให้ต้นทุนลดลงทันที แต่คือการจัดการต้นทุนใหม่ทั้งระบบ เพราะการไม่ขึ้นราคา ไม่ได้แปลว่า ไม่มีใครต้องรับภาระเพิ่ม แต่แปลว่า บริษัทเลือกจะ ‘รับบางส่วนไว้เอง’ และ ‘ปรับวิธีทำงาน’ เพื่อให้ต้นทุนลดลง

หรือพูดอีกแบบคือ แทนที่จะส่งต้นทุนทั้งหมดไปยังผู้บริโภคฟาร์มเฮ้าส์เลือกที่จะ ‘ดูดซับ’ ไว้บางส่วน ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ตามมาก็คือ กำไรที่อาจลดลงในระยะสั้น

[ ปรับทั้งระบบ ไม่ใช่แค่ตัดค่าใช้จ่าย ]

สิ่งที่น่าสนใจคือ ฟาร์มเฮ้าส์ ไม่ได้เลือกแก้ปัญหาด้วยการ ‘ลดต้นทุนแบบตรงไปตรงมา’ เท่านั้น แต่เป็นการปรับทั้งระบบการทำงาน

หนึ่งในนั้นคือการนำระบบอัตโนมัติ (Automation) เข้ามาใช้ในกระบวนการผลิต ตั้งแต่ขั้นตอนการผสม ไปจนถึงการบรรจุสินค้า ซึ่งช่วยลดการใช้แรงงาน และลดความสูญเสีย (Loss) ในกระบวนการผลิต

ขณะเดียวกัน บริษัทยังลงทุนในพลังงานทางเลือก เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ และการใช้รถขนส่งพลังงานไฟฟ้า (EV) เพื่อลดต้นทุนด้านพลังงานในระยะยาว แม้ว่าการลงทุนเหล่านี้จะใช้เวลาคืนทุนหลายปีแต่ก็ช่วย ‘ล็อกต้นทุน’ ไม่ให้ผันผวนตามราคาน้ำมันมากเกินไปในระยะนี้

‘อภิเศรษฐ’เล่าต่อว่า อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือการลงทุนสร้าง ‘โรงโม่แป้งของตัวเอง’ คาดว่าจะเสร็จในปี 2571 เพราะแป้งสาลีถือเป็นวัตถุดิบหลักของธุรกิจขนมปัง และเป็นหนึ่งในต้นทุนที่มีความผันผวนสูง การผลิตเองจะช่วยให้บริษัทสามารถควบคุมทั้งคุณภาพและต้นทุนได้ดีขึ้นในระยะยาว

[ ปรับสินค้าให้พอดีมากขึ้น ]

นอกจากการปรับฝั่งการผลิต ‘อภิเศรษฐ’บอกว่า ฟาร์มเฮ้าส์ยังเลือกที่จะปรับ ‘รูปแบบสินค้า’ ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในปัจจุบันมากขึ้นด้วย

หนึ่งในตัวอย่างที่เห็นชัดคือการออกขนมปังขนาดแพ็ก 3 แผ่น ซึ่งตอบโจทย์ กลุ่มคนโสด หรือครอบครัวขนาดเล็ก ที่มักเจอปัญหาซื้อแล้วกินไม่หมด

ซึ่งการลดขนาดสินค้า ไม่ได้แค่ช่วยให้ผู้บริโภค เข้าถึงได้ง่ายขึ้น แต่ยังช่วยลด ‘Food Waste’ หรืออาหารเหลือทิ้ง และในอีกมุมหนึ่ง ก็ช่วยให้ราคาต่อแพ็กถูกลง เพราะยังอยู่ในระดับที่ตัดสินใจซื้อได้ง่าย

ขณะเดียวกัน แบรนด์ยังเดินหน้ารีแบรนด์ ปรับดีไซน์บรรจุภัณฑ์ใหม่ และพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องทั้งสินค้าไวรัล อย่างบราวนี่ และสินค้าเพื่อสุขภาพ อย่างขนมปังโฮลวีต

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า ฟาร์มเฮ้าส์ ไม่ได้แค่ ‘ตรึงราคา’ แต่กำลังปรับสินค้าให้สอดคล้องกับตลาดเพื่อให้ยังเติบโตได้ โดยที่ไม่ต้องใช้วิธีการขยับขึ้นราคา

วันนี้ในโลกธุรกิจการขึ้นราคาอาจเป็นทางออกที่เร็วที่สุด แต่นั้นไม่ใช่ทางออกเดียว เพราะสุดท้ายแล้วการ ‘ไม่ขึ้นราคา’ อาจไม่ใช่แค่เรื่องของต้นทุนเพียงอย่างเดียว แต่คือการตัดสินใจว่าธุรกิจจะเลือก ‘แบกรับ’ ภาระไว้มากแค่ไหน และในวันที่ค่าครองชีพกดดันผู้บริโภค ‘การตรึงราคา’ อาจไม่ใช่แค่กลยุทธ์ แต่คือการเลือกที่จะ ‘ไม่ส่งต่อภาระทั้งหมด’ ไปให้ลูกค้าต้องแบกรับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...