โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เช็กสิทธิติดตั้งโซลาร์บนหลังคา ‘หัวเว่ย’ ชี้ช่วยประหยัดค่าไฟทันที

เดลินิวส์

อัพเดต 27 มีนาคม 2569 เวลา 5.02 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
เปิดเงื่อนไขลดหย่อนภาษีติดตั้งโซลาร์เซลล์ รูปท็อป ทั้งบุคคลธรรมดาและนิติบุคคล ด้าน ‘หัวเว่ย' หนุนตั้งโซลาร์พลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา ประหยัดพลังงาน ค่าไฟทันที

ภาครัฐเดินหน้าส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด ด้วยมาตรการสนับสนุนการติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) พร้อมมอบสิทธิลดหย่อนภาษี เพื่อช่วยลดภาระค่าไฟฟ้าให้กับประชาชน และกระตุ้นการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียนในภาคธุรกิจ โดยมาตรการดังกล่าวมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2569 ถึง 31 ธันวาคม 2571

สำหรับมาตรการติดตั้งโซลาร์เซลล์ แบ่งสิทธิลดหย่อนออกเป็น 2 รูปแบบ ได้แก่

1.นิติบุคคล (บริษัท ห้างหุ้นส่วน เจ้าของธุรกิจ หรือผู้ประกอบอาชีพอิสระ ประเภท 5–8)

  • ภาคธุรกิจ สามารถนำค่าใช้จ่ายในการลงทุนซื้ออุปกรณ์ในระบบโซลาร์เซลล์ หักเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ 100% ตามปกติ และหักเพิ่มได้อีก 50% ของมูลค่าการลงทุนในอุปกรณ์

  • อุปกรณ์ต้องได้รับการรับรอง ฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว ตามมาตรฐานที่กำหนด เช่น หากมีมูลค่าการลงทุนในอุปกรณ์ 1,000,000 บาท จะสามารถนำไปหักค่าใช้จ่ายทางภาษีรวมได้สูงสุด 1,500,000 บาท

2.บุคคลธรรมดา (บ้านอยู่อาศัย)

  • ประชาชนสามารถนำค่าใช้จ่ายในการซื้อแพ็กเกจที่รวมค่าอุปกรณ์และค่าติดตั้งระบบ Solar Rooftop มาลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาตามที่จ่ายจริง สูงสุดไม่เกิน 200,000 บาท

  • ระบบที่ติดตั้งต้องเป็นระบบ On-grid (สามารถติดตั้งแบตเตอรี่ร่วมได้) และมีกำลังการติดตั้งไม่เกิน 10 kWp ต่อหนึ่งมิเตอร์ไฟฟ้า พร้อมมี E-Tax Invoice เป็นหลักฐานประกอบการใช้สิทธิ

มาตรการนี้ช่วยให้ประชาชนสามารถเข้าถึงการติดตั้งโซลาร์รูฟท็อปได้ง่ายขึ้น พร้อมเลือกใช้อุปกรณ์ที่มี คุณภาพและประสิทธิภาพสูง ในราคาที่คุ้มค่าและเข้าถึงได้มากขึ้น โดยมาตรการสนับสนุนทั้งสองรูปแบบนี้ ช่วยให้ระยะเวลาการคืนทุนของระบบโซลาร์เซลล์สั้นลงประมาณ 1–2 ปี ทำให้ทั้งภาคธุรกิจและภาคครัวเรือนสามารถเห็นผลประหยัดค่าไฟและผลตอบแทนจากการลงทุนได้เร็วขึ้น

มาตรการลดหย่อนภาษีสำหรับ Solar Rooftop ถือเป็นแรงจูงใจสำคัญที่ช่วยผลักดันให้ภาคธุรกิจและประชาชนหันมาใช้พลังงานสะอาดมากขึ้น นอกจากจะช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานในระยะยาวแล้ว ยังมีส่วนช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก และสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาพลังงานอย่างยั่งยืนของประเทศในอนาคต

ข้อมูลคำแนะนำจาก "หัวเว่ย” ระบุว่า การติดตั้งระบบโซลาร์รูฟท็อปยังช่วยให้ผู้ใช้งาน เริ่มประหยัดค่าไฟฟ้าได้ทันทีหลังจากระบบเริ่มผลิตไฟฟ้า เมื่อระบบสามารถสร้างผลประหยัดได้จริงในระยะยาว

ผู้ติดตั้งจึงควรให้ความสำคัญกับการเลือกใช้อุปกรณ์ที่มี ประสิทธิภาพสูง ได้มาตรฐาน และผ่านการรับรองตามเงื่อนไขของมาตรการภาครัฐ เพื่อให้ได้รับทั้งประโยชน์ด้านการลดค่าไฟและสิทธิประโยชน์ทางภาษีควบคู่กันอย่างเต็มประสิทธิภาพ

ตัวอย่างโซลาร์ Huawei Inverter 10K-MAP0 เป็นอุปกรณ์ได้รองรับมาตรการภาครัฐ และมีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ระดับ 5 ดาว สะท้อนถึงประสิทธิภาพการใช้พลังงานและความคุ้มค่าในการใช้งาน ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ และรองรับการใช้งานทั้งในภาคธุรกิจและภาคที่อยู่อาศัย

นอกจากนี้ ระบบดังกล่าวสามารถออกแบบและติดตั้งได้ตั้งแต่ขนาด 10 kWp ไปจนถึง 30 kWp เหมาะสำหรับธุรกิจ SME อาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก และบ้านขนาดใหญ่ ที่ต้องการลดต้นทุนค่าไฟฟ้าและเพิ่มความมั่นคงด้านพลังงานในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...