โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รัฐขึ้นราคาน้ำมันแรง 6 บาท ช็อตเศรษฐกิจแค่ไหน? แม้ไทยเทียบเท่าราคามาเลเซีย

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
รัฐขึ้นราคาน้ำมันแรง 6 บาท ช็อตเศรษฐกิจแค่ไหน? แม้ไทยเทียบเท่าราคามาเลเซีย

ราคาน้ำมันกระชากแรง 6 บาท/ลิตร ซ้ำเติมต้นทุนการผลิต ขนส่ง ราคาสินค้าในวงกว้าง หอการค้าแนะรัฐใช้กลไกภาษีสรรพสามิต ชี้แจงค่าการกลั่นต่อประชาชนให้ชัดเจน ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์มอง GDP ไทยหายทันที 0.1-0.2%

ประเด็นสำคัญ

  • ขึ้นราคาน้ำมันแบบกระชาก ช็อตเศรษฐกิจ ‘GDP’ ลดลงทันที 0.1-0.2%
  • ชี้ ‘มาเลเซีย’ ขึ้นราคาน้ำมัน 7 บาท ไม่ต่างจากไทย

วันที่ 26 มี.ค. พจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย ระบุว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันถึงลิตรละ 6 บาท ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต ต้นทุนขนส่ง และราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โดยเฉพาะมาตรการด้านภาษีและค่าการกลั่น หอการค้าไทยสนับสนุนให้ภาครัฐพิจารณาใช้กลไกภาษีสรรพสามิตเพื่อช่วยบรรเทาภาระราคาน้ำมันแก่ประชาชนและภาคธุรกิจ

ขณะเดียวกันในส่วนของค่าการกลั่นที่ปรับตัวสูงขึ้นตามต้นทุน ค่าขนส่ง ค่าประกันภัย และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการที่เพิ่มขึ้นจากสถานการณ์โลกนั้น

“ภาคเอกชนเห็นว่าควรสื่อสารให้สาธารณชนเข้าใจอย่างชัดเจนว่า ค่าการกลั่นที่เพิ่มขึ้นจาก 2 บาท เป็น 6 บาท เป็นเพียงกำไรขั้นต้น”

หากสถานการณ์ไม่ได้ทวีความรุนแรงขึ้น แต่ในกรณีที่มีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มจริง และเห็นควรให้มีการชี้แจงรายละเอียดต้นทุน เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบซ้ำเติมต่อภาระของประเทศ ภาคธุรกิจ และประชาชนโดยรวม

ขึ้นราคาน้ำมันแบบกระชาก ช็อตเศรษฐกิจ ‘GDP’ ลดลงทันที 0.1-0.2%

ขณะที่ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ประเมินว่า หากราคาน้ำมันดีเซลอยู่ที่ 34.94 บาทต่อลิตร จะส่งผลกระทบใกล้เคียงช่วงวิกฤติราคาพลังงานจากสงครามรัสเซียยูเครน (ปี 2565-2566) โดยทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้นราว 15-20% และราคาสินค้าโดยรวมเพิ่มขึ้นประมาณ 6-8%

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันราคาดีเซลปรับสูงขึ้นเป็น 38.94 บาทต่อลิตร ซึ่งสูงกว่าช่วงวิกฤติดังกล่าว ส่งผลให้คาดว่าต้นทุนขนส่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 20-25% ราคาสินค้าปรับสูงขึ้นราว 8-10% และแรงกดดันเงินเฟ้อมีแนวโน้ม เร่งตัวขึ้นอยู่ในระดับประมาณ 5-6%

ทั้งนี้ หากสถานการณ์ยืดเยื้อและไม่มีมาตรการอุดหนุนจากภาครัฐ เศรษฐกิจไทย GDP อาจขยายตัวได้ไม่เกิน 1%

โดยสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ยังระบุว่า ทุกการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซล 1 บาทต่อลิตร จะทำให้ GDP ลดลง 0.02% สะท้อนถึงความเปราะบางและอ่อนไหวของเศรษฐกิจไทย ต่อความผันผวนด้านพลังงานอย่างมีนัยสำคัญ

สอดคล้อง ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจอาเซียน กล่าวกับ THE STANDARD WEALTH ว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันถึงลิตรละ 6 บาท ในเวลาอันรวดเร็ว ถือว่ารุนแรง และ ‘ช็อต’ เศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้ GDP ลดลงทันที 0.1-0.2%

ชี้ ‘มาเลเซีย’ ขึ้นราคาน้ำมัน 7 บาท ไม่ต่างจากไทย

ด้านวีรพัฒน์ เกียรติเฟื่องฟู รองปลัดกระทรวง ในฐานะโฆษกกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า วิกฤตราคาที่ทุกประเทศทั่วโลกต้องเผชิญ ทำให้ประเทศไทยจำเป็นต้องมีการปรับขึ้นราคาน้ำมันให้มีความสอดคล้องกับสถานการณ์ ขณะที่ยังต้องมีการใช้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมาชดเชยช่วยบรรเทาผลกระทบจากการปรับราคาตลาดโลกที่ปรับตัวอย่างรุนแรง

“ผลจากการสู้รบครั้งนี้ แม้แต่ประเทศที่มีแหล่งน้ำมันดิบเป็นของตัวเองอย่างประเทศมาเลเซีย เมื่อวานนี้ก็ได้มีการปรับขึ้นราคาน้ำมันดีเซลขึ้นถึง 7 บาทต่อลิตรเช่นกัน”

ราคาน้ำมันอาเซียน

ส่งผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันดีเซลของประเทศมาเลเซียอยู่ที่ 45.59 บาทต่อลิตร โดยราคานี้เป็นราคาที่ไม่มีการเก็บภาษีเหมือนประเทศไทย

ขณะที่ราคาน้ำมันดีเซลของไทยอยู่ที่ 38.94 บาทต่อลิตร และเมื่อเปรียบเทียบราคาน้ำมันดีเซลกับประเทศอื่นๆ ในกลุ่มอาเซียน

อาทิ สิงคโปร์ 100.26 บาท ฟิลิปปินส์ 68.26 บาท ลาว 64.14 บาท เวียดนาม 47.16 บาท ราคาขายของไทยยังคงถือว่าอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ

ปัจจุบันกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงยังคงทำหน้าที่อย่างหนักเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดย ณ วันนี้ มีการชดเชยราคาน้ำมันดีเซลสูงถึงลิตรละ 19.12 บาท หรือเกือบ 1,700 ล้านบาทต่อวัน ซึ่งนับตั้งแต่เกิดสถานการณ์วิกฤตจนถึงปัจจุบัน กองทุนฯ ได้ชดเชยราคาน้ำมันไปแล้วรวมกว่า 38,000 ล้านบาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...