โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิกฤตพลังงานโลกเขย่าก้นครัวเอเชีย สารพัดวิธี ‘ปรับตัวเพื่ออยู่รอด’

INN News

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 16.10 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 09.10 น. • INN News

ในขณะที่โลกกำลังหมุนไปตามวัฏจักรของการพัฒนา พลังงานเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงทุกชีวิต ทว่าในเดือนมีนาคม ปี 2026 นี้ เส้นเลือดใหญ่นั้นกำลังถูกอุดตันด้วยตะกอนของ "สงครามในตะวันออกกลาง" ความตึงเครียดรอบใหม่ที่เกิดขึ้นห่างไกลออกไป กำลังส่งแรงสั่นสะเทือนมหาศาลข้ามทวีป มาเขย่ารากฐานชีวิตของผู้คนในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน

วิกฤตครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของ "รากหญ้า" ที่เดือดร้อน แต่กำลังลุกลามจนกลายเป็น "วาระแห่งชาติ" ที่รัฐบาลทุกประเทศต้องงัดไม้ตายออกมาใช้เพื่อความอยู่รอด

เมื่อเสียงปืนที่ตะวันออกกลาง… ทำให้รถตุ๊กตุ๊กที่พนมเปญต้องหยุดวิ่ง

ภาพแรกที่สะท้อนวิกฤตนี้ได้อย่างชัดเจนที่สุด คือขบวนรถสามล้อ "ตุ๊กตุ๊ก" ยาวเหยียดที่จอดรอคิวเติมน้ำมันอยู่กลางกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา น้ำมันเชื้อเพลิงที่เคยหาได้ง่าย กลับกลายเป็นของหายากและมีราคาแพงจนน่าใจหาย สำหรับคนที่หาเช้ากินค่ำอย่างคนขับรถตุ๊กตุ๊ก นี่ไม่ใช่เพียงแค่ความไม่สะดวกสบาย แต่คือ "ปากท้อง" ของครอบครัว

คนขับรถตุ๊กตุ๊กรายหนึ่งเล่าถึงความทุกข์ยากที่เขาต้องเผชิญด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความกังวลว่า "ค่าน้ำมันพุ่งสูงขึ้นมาก แต่ลูกค้าที่ผมรับผ่านแอป Grab ก็ยังจ่ายราคาเดิม ตั้งแต่สงครามเริ่ม ผมแทบไม่มีเงินเก็บเหลือส่งให้ภรรยาเลย"

อนาคตด้านพลังงานของกัมพูชายังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน เมื่อซัพพลายเออร์ท้องถิ่นรายหนึ่งประกาศเตรียมหยุดจำหน่ายน้ำมันในวันที่ 1 เมษายนนี้ ทำให้รัฐบาลต้องออกมาตรการเร่งด่วน รณรงค์ให้ประชาชนและภาคธุรกิจใช้การประชุมออนไลน์แทนการเดินทางไปพบปะกันแบบตัวต่อตัว เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงให้ได้มากที่สุด

ภาพจาก เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya News

จากวัดเผาศพ สู่ปางช้าง : ประเทศไทยเมื่อน้ำมัน 'ขาดแคลนและแพงเกินเอื้อม'

ไม่ไกลจากกัมพูชา วิกฤตพลังงานก็กำลังกัดกินวิถีชีวิตของผู้คนในประเทศไทยอย่างหนัก ปริมาณน้ำมันสำรองที่เหลืออยู่เพียงประมาณ 3 เดือน ทำให้หลายพื้นที่เริ่มมีการจำกัดการซื้อเชื้อเพลิง และภาพสะเทือนใจที่เกิดขึ้น ณ วัดแห่งหนึ่งในภาคกลาง ได้ตอกย้ำความรุนแรงของสถานการณ์นี้ได้เป็นอย่างดี เมื่อน้ำมันสำหรับเตาเผาศพ (เมรุ) กำลังจะหมดลง

เจ้าหน้าที่วัดเปิดเผยด้วยความจนใจว่า "ผมไปมาทุกปั๊มแล้ว ไม่มีที่ไหนขายน้ำมันใส่แกลลอนให้เลย ตอนนี้เราเผาศพได้แค่ครึ่งเดียวเอง ต้องพึ่งพาน้ำมันบริจาคจากชาวบ้าน"

ผลกระทบยังลุกลามไปถึงอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว อันเป็นกระดูกสันหลังทางเศรษฐกิจของไทย ที่ปางช้างในจังหวัดอยุธยา ปกติจะมีการใช้รถบรรทุกเพื่อนำช้างไปส่งยังจุดบริการนักท่องเที่ยว แต่เมื่อน้ำมันแพงและหายากจนเกินไป ทางปางช้างจึงต้องใช้วิธีจูงช้างเดินเท้าเป็นระยะทางกว่า 5 กิโลเมตรแทน ซึ่งนอกจากจะสร้างความยากลำบากแล้ว ยังเสี่ยงต่อความปลอดภัยทั้งของช้างและควาญช้างบนท้องถนนอีกด้วย

วินาทีความเป็นความตายของศรีลังกา : QR Code และ วันหยุด 3 วัน

หากถามว่าประเทศไหนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตหนักที่สุดในเวลานี้ คำตอบคงหนีไม่พ้น "ศรีลังกา" ประเทศที่เป็นดั่งเกาะในมหาสมุทรอินเดียแห่งนี้ กำลังยืนอยู่บนหน้าผาของความอดอยากและไม่มีพลังงานใช้ เมื่อปริมาณน้ำมันสำรองเหลือใช้ได้อีกเพียงไม่ถึง 1 เดือน ภาพประชาชนนำรถยนต์และสามล้อมาต่อคิวเติมน้ำมันยาวเหยียดที่ดูเหมือนจะไม่มีวันจบสิ้น กลายเป็นภาพจำที่น่าเวทนาของโลกใบนี้

รัฐบาลศรีลังกาต้องงัดมาตรการสุดโหดออกมาใช้ โดยจำกัดให้รถยนต์ส่วนบุคคลเติมน้ำมันได้เพียง 25 ลิตรต่อสัปดาห์ และที่สำคัญคือ การเติมน้ำมันแต่ละครั้งจะต้องมีการสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบข้อมูลรถ และอนุญาตให้เติมได้ตามวันคู่/วันคี่ที่ตรงกับเลขทะเบียนรถเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อเป็นการประหยัดน้ำมันให้ได้มากที่สุด รัฐบาลได้ประกาศให้สถานที่ราชการและโรงเรียนหยุดเพิ่มในวันพุธ ทำให้หน่วยงานต่างๆ ต้องทำงาน 4 วัน และหยุด 3 วัน ซึ่งสร้างความปั่นป่วนและสับสนให้แก่ผู้ปกครองอย่างมากที่ต้องหาคนดูแลบุตรหลานแบบกะทันหัน

ภาพจาก เดอะ พัทยานิวส์ The Pattaya News

แสงสว่างที่ปลายอุโมงค์… หรือเพียงแค่ภาพลวงตา?

ท่ามกลางความมืดมิดของวิกฤตพลังงาน กลับมีแสงสว่างเล็กๆ ปรากฏขึ้นในประเทศจีน วิกฤตน้ำมันแพงในครั้งนี้กลายเป็นตัวกระตุ้นจากฝั่งผู้บริโภคโดยตรง ทำให้ผู้ใช้รถในจีนจำนวนมากตัดสินใจว่า "ถึงเวลาแล้ว" ที่จะเปลี่ยนไปใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) แทนรถยนต์สันดาป ซึ่งอาจเป็นการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมอย่างถาวรที่จะนำไปสู่โลกที่สะอาดขึ้นในอนาคต

อย่างไรก็ตาม คำเตือนจากผู้อำนวยการ IEA (หรือ ทบวงการพลังงานระหว่างประเทศ) ที่ออกมาบอกว่า "สถานการณ์ตอนนี้มันหนักกว่าวิกฤตปี 1970 ที่เราเคยเจอมาเสียอีก ตอนนั้นน้ำมันหายไปจากตลาดวันละ 5 ล้านบาร์เรล แต่ตอนนี้มันขาดหายไปสูงถึงวันละ 11 ล้านบาร์เรล"

เป็นคำเตือนที่ทิ่มแทงใจและทำให้เราต้องกลับมาตั้งคำถามว่า วิกฤตพลังงานครั้งนี้จะจบลงเมื่อไหร่? และเอเชียจะสามารถ "ปรับตัวเพื่ออยู่รอด" ได้นานแค่ไหน? คำตอบนั้นยังคงอยู่ในสายลมของตะวันออกกลางที่ยังคงพัดพาเอาความไม่แน่นอนและความเดือดร้อนมาสู่ผู้คนในเอเชียอย่างต่อเนื่องและไม่มีวันจบสิ้น

ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

Twitter : https://twitter.com/innnews

Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

LINE Official Account : @innnews

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...