โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไขความลับแดดเมืองไทย “ทำไมโลกถึงเปิดโหมดหน้าร้อน” ให้เราเหงื่อซึม?

Eduzones

อัพเดต 26 มี.ค. เวลา 09.36 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. เวลา 09.36 น. • eduzones

“ร้อนนนน!” คำสั้น ๆ ที่กลายเป็นคำทักทายยอดฮิตของคนไทย พอ ๆ กับคำว่าสวัสดี เมื่อเข็มนาฬิกาเดินเข้าสู่เดือนมีนาคม ท้องฟ้าที่เคยสดใสในฤดูหนาวก็เริ่มเปลี่ยนเป็นแสงแดดจ้าแผดเผา จนหลายคนอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามว่า… “ทำไมมันถึงร้อนได้ขนาดนี้?” หรือดวงอาทิตย์กำลัง “โกรธ” อะไรเราอยู่หรือเปล่า? แต่ในความเป็นจริงแล้ว ที่มาของความร้อนจนเหงื่อซึม มีกลไกทางธรรมชาติที่น่าทึ่งและชวนสงสัยมากกว่าที่คิด! ร้อนนี้จะพาไปแกะรอยว่า “อะไรคือ ‘ปุ่มกด’ ที่เปิดโหมดหน้าร้อน” จนทำให้หลายคนต้องรีบเปิดพัดลม คว้าร่ม หรือหยิบครีมกันแดดมาปกป้องผิวก่อนออกไปเผชิญแดดกลางแจ้งในช่วงอากาศร้อนเช่นนี้

สถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) ขอชวนครู นักเรียน และประชาชนทั่วไป มาใช้เวลาช่วงปิดเทอมนี้เปลี่ยนไอแดดให้เป็นบทเรียนสุดสนุก กับเรื่อง ทำไมจึงเกิดฤดูร้อน และการเกิดฤดู เพื่อเรียนรู้และเข้าใจธรรมชาติไปพร้อมกันโดยเฉพาะเรื่องของ “ต้นเหตุความร้อน” ที่หลายคนมักเข้าใจผิดว่าเกิดจากการที่โลกโคจรเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ไม่ใช่แค่ “ใกล้” แต่เป็นเรื่องของ “องศา” ที่พอดี ซึ่งหัวใจสำคัญของการเกิดฤดูร้อน มีปัจจัยหลักคือ “แกนโลกที่เอียง” ทำมุมประมาณ 23.5° กับแนวตั้งฉาก ซึ่งนี่แหละคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้เกิดฤดูกาล โดยเฉพาะช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤษภาคม ซีกโลกเหนือและที่ตั้งของประเทศไทยจะเริ่มเบนเข้าหาดวงอาทิตย์แบบเต็ม ๆ ส่งผลให้ลำแสงอาทิตย์ตกกระทบพื้นผิวโลกใน “แนวที่เกือบจะตั้งฉาก” พลังงานความร้อนจึงเข้มข้นกว่าปกติหลายเท่าตัว แถมซัมเมอร์นี้ยังมีช่วงเวลากลางคืนที่สั้นลง ส่วนกลางวันกลับยาวนานขึ้น ทำให้พื้นโลกมีเวลาสะสมความร้อนไว้แบบยาว ๆ จนกลายเป็นเตาอบธรรมชาติที่ทำให้เราเหงื่อโชก ราวกับเพิ่งผ่านการอาบน้ำมาเลยทีเดียว

ในเมื่อเราปิดสวิตช์ดวงอาทิตย์ไม่ได้ ภารกิจ “ดับร้อน” ฉบับมือโปร จึงต้องเริ่มขึ้น! เพื่อไม่ให้ร่างกายพังก่อนจะได้เที่ยว การรู้วิธีรับมือกับความร้อนเพื่อป้องกัน ฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด และปัญหาผิวไหม้เสีย (Sunburn) จึงเป็นเรื่องที่ต้องใส่ใจแบบสุด ๆ มาเริ่มต้นง่าย ๆ จากการ “เลี่ยงแดดช่วงพีค” โดยเฉพาะเวลา 10.00–16.00 น. ที่รังสี UV ขยันทำงานเป็นพิเศษ ควบคู่ไปกับการ “จิบน้ำรัว ๆ” ให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และเลือก “แฟชั่นสู้แดด” ด้วยเสื้อผ้าสีอ่อนที่ระบายอากาศได้ดี พร้อมมีไอเทมคู่ใจอย่างหมวกหรือร่มเมื่อต้องออกกลางแจ้ง อย่าลืมปกป้องผิวด้วยครีมกันแดด SPF 50+ PA++++ เพื่อป้องกันรังสียูวีที่คอยจ้องจะทำให้ผิวแสบแดงและหมองคล้ำ ที่สำคัญคือ… ถ้าเริ่มรู้สึกร้อนจัด อ่อนเพลีย หรือเวียนศีรษะเหมือนโลกหมุน ควรรีบสะบัดบ๊อบเข้าที่ร่มหรือห้องเย็น ๆ ทันที เพราะภาวะฮีทสโตรกไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ แต่อาจอันตรายถึงชีวิตได้เลยทีเดียว!

นอกจากเรื่องการดูแลตัวเองแล้ว ฤดูร้อนยังเป็น “ห้องเรียนธรรมชาติ” ชั้นยอดสำหรับคุณครูและนักเรียนในการเปลี่ยนความร้อนเป็นความรู้ผ่านกิจกรรมและลงมือทำ ไม่ว่าจะเป็นการทดลองวัดอุณหภูมิในที่ร่มเทียบกับกลางแจ้ง หรือการสังเกต “เงา” ที่สั้นลงในช่วงเที่ยงวัน ซึ่งล้วนเป็นการเรียนรู้วิทยาศาสตร์จากประสบการณ์จริงที่สนุกกว่าในตำรา เพราะวิทยาศาสตร์ไม่ได้อยู่แค่ในห้องเรียน แต่อยู่ในทุกอณูของไอแดดรอบตัวเรา

ฤดูร้อนนี้… เปลี่ยน “ความร้อน” ให้เป็น “ความรู้” และ “ความปลอดภัย” หน้าร้อนปีนี้มาเปลี่ยนไอแดดให้เป็นโอกาสในการเรียนรู้! เพียงเข้าใจว่า “แกนโลกที่เอียง” คือกุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดฤดูกาล พร้อมกับการสังเกตธรรมชาติรอบตัวได้อย่างมีหลักการ ควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพให้ดีอย่างมือโปรเพื่อป้องกันฮีทสโตรกและผิวไหม้เสีย ช่วยให้เราใช้ชีวิตในซัมเมอร์นี้ได้อย่างสมาร์ท ปลอดภัย และเต็มไปด้วยความรู้ทางวิทยาศาสตร์ที่นำไปใช้ได้จริง พร้อมที่จะออกไปสนุกกับแสงแดดอย่างปลอดภัย

หากทุกคนเริ่มหลงรักความมหัศจรรย์ของจักรวาลและต้องการทำความเข้าใจกลไกทางฟิสิกส์ที่อธิบายปรากฏการณ์ธรรมชาติให้ชัดเจนยิ่งขึ้น สามารถศึกษาคำอธิบายเกี่ยวกับ “ทำไมจึงเกิดฤดูร้อน” ได้ที่ https://www.scimath.org/lesson-physics/item/7301-2017-06-14-15-08-14 และเรียนรู้เรื่อง “การเกิดฤดูกาล” ได้ที่ https://myipst.ipst.ac.th/medias/การเกิดฤดู โดยเนื้อหาทั้งหมดเผยแพร่ผ่านคลังความรู้ SciMath และคลังสื่อการสอน My IPST ของ สสวท. ซึ่งรวบรวมทั้งบทความ บทเรียนและสื่อการเรียนรู้ด้านวิทยาศาสตร์ที่เข้าใจง่าย ผู้สนใจเข้าไปศึกษาและเรียนรู้ได้ฟรี ทุกที่ ทุกเวลา

อ่านเนื้อหาเพิ่มเติมที่ : https://www.ipst.ac.th/news/116836/hot-thailand.html

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...