โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สภาพัฒน์ยันน้ำมันดิบสำรองพอใช้ ก.พลังงานออกกฎกระทรวงบังคับผู้ค้าโชว์ราคาและสต๊อกรายวัน ด้านพาณิชย์จ่อชง ครม. เพิ่มสินค้าควบคุม 7 รายการ

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
สภาพัฒน์ยันน้ำมันดิบสำรองพอใช้ ก.พลังงานออกกฎกระทรวงบังคับผู้ค้าโชว์ราคาและสต๊อกรายวัน ด้านพาณิชย์จ่อชง ครม. เพิ่มสินค้าควบคุม 7 รายการ

วันนี้ (27 มีนาคม) ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) แถลงถึงภาพรวมสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิง การดูแลมาตรการค่าครองชีพ ราคาสินค้า และการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยมีตัวแทนจาก 4 หน่วยงานหลักร่วมชี้แจง รายละเอียดดังนี้

🔴 สภาพัฒน์ฯ ยันน้ำมันสำรองเพียงพอ เร่งศึกษาปรับแผนส่งออก

ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เปิดเผยผลการลงพื้นที่ตรวจสอบคลังน้ำมันร่วมกับดีเอสไอ และพาณิชย์จังหวัด ใน 7 จังหวัด 22 จุด พบว่ากลุ่มผู้ค้าน้ำมัน (Jobber) ทั้งแบบซื้อมาขายไปและแบบมีคลังน้ำมันเป็นของตนเอง ยังคงดำเนินการซื้อขายและจ่ายน้ำมันตามปกติ โดยมีน้ำมันคงคลังเฉลี่ยหลักหมื่นลิตร และไม่พบความผิดปกติของการกักตุนแต่อย่างใด

สำหรับการตรวจสอบคลังน้ำมันขนาดใหญ่ของผู้ค้ามาตรา 7 จำนวน 2 แห่งในจังหวัดสงขลา พบว่ามีปริมาณน้ำมันคงเหลือไม่ถึง 50% หรือราว 10 ล้านลิตร จากความจุทั้งหมด 25-28 ล้านลิตร โดยมีข้อมูลการซื้อขายและจัดส่งถูกต้อง เปิดรับน้ำมันได้ตลอด 24 ชั่วโมง และมีการแสดงราคาอย่างชัดเจน แม้สถิติเดือนมีนาคมจะมียอดส่งออกสูงขึ้น แต่ยังถือว่าบริหารจัดการได้ตามปกติ

ในส่วนของสถานีบริการน้ำมัน จากการสำรวจ 550 แห่งทั่วประเทศ พบว่าปั๊มที่น้ำมันขาดแคลนลดลงจาก 450 แห่ง เหลือ 390 แห่ง ซึ่งคาดว่าสถานีที่น้ำมันหมดในช่วงเช้าจะได้รับการเติมเต็มและกลับมาให้บริการประชาชนได้ตามปกติอย่างรวดเร็ว

ด้านปริมาณน้ำมันดิบสำรองในประเทศ ยืนยันว่ามีเพียงพอต่อการใช้งาน โดยปัจจุบันมีน้ำมันเข้าคลังแล้ว 4,231 ล้านลิตร เพียงพอไปจนถึงสิ้นเดือนมีนาคมนี้ และจะมีเข้ามาเสริมอย่างต่อเนื่องอีก 4 ล้านบาร์เรล รวมถึงในเดือนเมษายน อีก 24 ล้านบาร์เรล และเดือนพฤษภาคม อีก 8 ล้านบาร์เรล ทำให้มั่นใจได้ว่าความต้องการใช้ในประเทศจะไม่ขาดแคลน

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้สภาพัฒน์ฯ ศึกษาแนวทางการระงับการส่งออกน้ำมันที่กลั่นในประเทศ ปัจจุบันส่งออกไปลาว 4.6 ล้านลิตรต่อวัน และเมียนมา 2.2 แสนลิตรต่อวัน โดยอาจปรับเปลี่ยนเป็นการนำเข้าน้ำมันสำเร็จรูปจากต่างประเทศเพื่อส่งผ่านไปยังลาวแทน ซึ่งจะช่วยดึงน้ำมันกลับมาสำรองใช้ในประเทศได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 5 ล้านลิตรต่อวัน

🔴 กรมธุรกิจพลังงาน งัดกฎกระทรวงคุมเข้ม สั่งผู้ค้าโชว์สต๊อกรายวัน-เช็กยิบเส้นทางขนส่ง

วุฒิทัต ตันติเวสส รองอธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน รายงานภาพรวมสถานการณ์ตั้งแต่วันที่ 1-24 มีนาคม 2569 ว่า น้ำมันดีเซลหมุนเร็ว มียอดผลิตเฉลี่ย 81.51 ล้านลิตรต่อวัน ยอดจำหน่าย 81.63 ล้านลิตรต่อวัน และส่งออก 4.55 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่น้ำมันเบนซิน มียอดผลิต 37.12 ล้านลิตรต่อวัน ยอดจำหน่าย 35.10 ล้านลิตรต่อวัน โดยไม่มีการส่งออกเลย

เพื่อความโปร่งใส กรมฯ ได้สั่งการให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 จัดส่งข้อมูลการรับ-จ่ายน้ำมันของคลังทั้ง 92 แห่งทั่วประเทศ แบ่งเป็นคลังสำรองตามกฎหมาย 53 แห่ง และคลังผู้ค้ามาตรา 7 และมาตรา 10 อีก 39 แห่ง จัดทำรายงานการรับ-จ่ายเพิ่มเติม โดยต้องระบุสถานที่จัดส่งปลายทางและหมายเลขทะเบียนรถขนส่งอย่างละเอียด เพื่อส่งข้อมูลให้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ใช้ตรวจสอบป้องกันการลักลอบหรือกักตุน

ทั้งนี้ กระทรวงพลังงานได้ประกาศกฎกระทรวงฉบับใหม่ (มีผล 26 มีนาคม) บังคับให้ผู้ค้าน้ำมันมาตรา 7 ต้องแสดงราคาและปริมาณน้ำมันคงเหลือของโรงกลั่นและคลังน้ำมันทุกแห่ง และต้องรายงานราคาข้อมูลการขายพร้อมสต๊อกคงเหลือรายวันให้กรมฯ ทราบภายในเวลา 18.00 น. ของทุกวัน

สาระสำคัญของประกาศดังกล่าวยังระบุให้ผู้ค้าต้องขายน้ำมันไม่เกินราคาที่แสดงไว้ และต้องไม่สูงกว่าราคาแนะนำของ สนพ. พร้อมทั้งบังคับให้โรงกลั่นรายงานต้นทุนการผลิตทุกวันศุกร์ก่อนเวลา 12.00 น. และต้องลงบันทึกข้อมูลการขนส่งทุกครั้งผ่านระบบตรวจสอบการขนส่ง (Fuel DM) แบบเรียลไทม์ ย้อนหลังไปจนถึง 1 กุมภาพันธ์ 2569

กรมฯ ยังได้เร่งพัฒนาแอปพลิเคชัน Fuel DM เพื่อให้เจ้าของปั๊มรายงานสถานะน้ำมันว่ามีจำหน่ายปกติหรือขาดแคลน ซึ่งจะนำไปบูรณาการร่วมกับแอปพลิเคชันทางรัฐของ DGA เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถตรวจสอบสถานะปั๊มน้ำมันได้แบบเรียลไทม์

🔴 พาณิชย์ ลุยตรวจจับฉวยโอกาสขึ้นราคา จ่อชง ครม. คุมเข้มสินค้าเพิ่ม 7 รายการ

กนิษฐา กังสวนิช ผู้ตรวจราชการและรองโฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวถึงการดูแลค่าครองชีพว่า กระทรวงฯ ได้ร่วมกับพานิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาสินค้าอย่างเข้มงวดทุกวันเพื่อป้องกันการกักตุน โดยตั้งแต่วันที่ 1-26 มีนาคม ได้รับเรื่องร้องเรียน 410 กรณี ตรวจสอบแล้ว 187 กรณี พบกลุ่มที่เข้าข่ายขายแพงเกินควร 44 กรณี ซึ่งกำลังเรียกดูต้นทุน หากพบการกระทำผิดจริงจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด

เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนน้ำมัน กระทรวงฯ เตรียมเปิดตัวโครงการ ‘ไทยช่วยไทย’ ในวันที่ 1 เมษายน 2569 ร่วมกับห้างโมเดิร์นเทรด จัดโปรโมชันลดราคาสินค้าจำเป็น เช่น สินค้าอุปโภค (สบู่ แชมพู) ลดสูงสุด 50% และสินค้าบริโภค (ข้าวสาร อาหารกระป๋อง) ลดสูงสุด 25% ซึ่งจะช่วยกระจายสินค้าราคาถูกไปยังร้านโชห่วยรายย่อยด้วย

นอกจากนี้ จะขยายผลควบคู่ไปกับโครงการ ‘ธงฟ้าราคาประหยัด’ ที่จะขยายจุดจำหน่ายให้ครอบคลุมถึงระดับอำเภอทั่วประเทศ พร้อมเพิ่มความถี่ในการจัดงาน และมีโครงการ ‘ปุ๋ยธงเขียวพลัส’ เพื่อช่วยลดต้นทุนการผลิตให้กับกลุ่มเกษตรกรโดยตรง

พร้อมกันนี้ กระทรวงฯ เตรียมเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพิ่มรายการสินค้าและบริการควบคุม จาก 59 รายการ เป็น 66 รายการ เช่น เม็ดพลาสติก น้ำดื่มบรรจุขวด และซอสปรุงรส ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอทำประชาพิจารณ์ 7-15 วัน ก่อนนำเสนอเข้าที่ประชุม ครม. ให้เร็วที่สุด

พร้อมกันนี้ ยังได้จัดกลุ่มสินค้าที่ต้องขออนุญาตก่อนขึ้นราคาเพิ่มเติม อาทิ กระดาษชำระ แชมพู ผ้าอนามัย สบู่ และน้ำปลาขวด ทั้งนี้ ประชาชนที่พบเห็นการเอาเปรียบทางการค้า สามารถแจ้งสายด่วนกระทรวงพาณิชย์ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

🔴 กต. เร่งประสานช่วย 3 ลูกเรือไทยกลางสมรภูมิ

ปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศและรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ รายงานสถานการณ์ในตะวันออกกลางว่ายังคงตึงเครียด แม้สหรัฐฯ จะขยายเวลาชะลอการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานอิหร่านออกไปอีก 10 วัน (จนถึง 6 เมษายน) และการเจรจายังดำเนินอยู่ แต่กระทรวงฯ ยังคงย้ำเตือนให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพออกมาโดยเร็วที่สุด

สำหรับความคืบหน้าการช่วยเหลือลูกเรือชาวไทย 3 คน บนเรือมยุรี นารี กระทรวงการต่างประเทศกำลังประสานงานกับทุกฝ่ายอย่างใกล้ชิด ซึ่งขณะนี้กระบวนการให้ความช่วยเหลือยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง

ปาณิดลยอมรับว่า การช่วยเหลือและกู้เรือในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากอยู่ในพื้นที่ที่มีการสู้รบรุนแรง ทางการไทยจำเป็นต้องเคารพและเชื่อมั่นในกระบวนการของอิหร่านและโอมานที่รับปากว่าจะดำเนินการช่วยเหลืออย่างเต็มที่

ส่วนการจัดการศพแรงงานไทยที่เสียชีวิตในอิสราเอล ร่างของผู้เสียชีวิตจะถูกส่งกลับถึงประเทศไทยในวันนี้ (27 มีนาคม) เวลา 12.45 น. ด้วยเที่ยวบินของสายการบินแอลอัล (El Al)

ขณะเดียวกัน สถานทูตไทย ณ กรุงเตหะราน ยังคงติดต่อและให้ความช่วยเหลือคนไทยในอิหร่านอย่างใกล้ชิด โดยปัจจุบันมียอดคนไทยที่ได้รับการช่วยเหลือแล้วรวมทั้งสิ้น 1,501 คน และขอให้ประชาชนในพื้นที่ติดตามประกาศจากทางการอย่างเคร่งครัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...