โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมอุตุฯ แจงเหตุท้องฟ้ามืดครึ้ม เพราะกลุ่มเมฆฝนมีขนาดใหญ่ แสงอาทิตย์ทะลุผ่านไม่ได้

TODAY

อัพเดต 29 ส.ค. 2565 เวลา 12.41 น. • เผยแพร่ 29 ส.ค. 2565 เวลา 10.55 น. • workpointTODAY

กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงเหตุฝนตก กทม.และปริมณฑล เป็นเหตุให้ฟ้าครึ้มเหมือนตอนกลางคืน เนื่องจากกลุ่มเมฆฝนมีขนาดใหญ่และหนา ดังนั้นทำให้แสงแดดจากพระอาทิตย์ไม่สามารถผ่านทะลุ

กรมอุตุนิยมวิทยา ชี้แจงกรณีเช้าวันนี้(29 ส.ค.) เกิดพายุฝนฟ้าคะนองบริเวณภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ว่า เกิดจากลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ทำเกิดฝนตกในภาคตะวันออก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ส่วนเมฆที่ปรากฏเป็นเมฆฝนฟ้าคะนอง หรือ คิวมูโลนิมบัส เมื่อเช้านี้มีลักษณะการเคลื่อนที่ขึ้นลงที่รุนแรงทำให้เกิดแนวโค้งเหมือนเมฆอาร์คัส(มีลักษณะโค้งเหมือนกันชนหน้ารถ คล้ายม้วนแบบหลอดและแบบชั้น) และเนื่องจากอาร์คัส เป็นส่วนหนึ่งของเมฆฝนฟ้าคะนองจึงสามารถแผ่ออกมาไกลจากตัวเมฆและมองเห็นได้ในหลายพื้นที่และหลายกิโลเมตร

สำหรับกลุ่มเมฆฝนทำไมถึงเป็นสีดำ เนื่องจากกลุ่มเมฆฝนที่ก่อตัวมีขนาดใหญ่และหนา ดังนั้นทำให้แสงแดดจากพระอาทิตย์ไม่สามารถผ่านทะลุ กลุ่มเมฆฝนได้ จึงทำให้กลุ่มเมฆฝนเป็นสีดำ ทำให้บรรยากาศมืดเหมือนกลางคืน ตัวอย่างเช่น เช้าวันที่29 สิงหาคม2565 มีกลุ่มเมฆฝนก่อตัวทางทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร บริเวณจังหวัดฉะเชิงเทรา และเคลื่อนเข้าปกคลุมกรุงเทพมหานคร ปทุมธานี นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งเป็นกลุ่มเมฆฝนที่มีขนาดใหญ่ และหนา สำหรับบริเวณที่กลุ่มเมฆฝนก่อตัวจะเกิดทิศตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทิศที่พระอาทิตย์ขึ้น และเมื่อกลุ่มเมฆฝนที่ก่อตัวมีขนาดใหญ่และหนา ดังนั้นทำให้แสงแดดจากพระอาทิตย์ไม่สามารถผ่านทะลุกลุ่มเมฆฝนได้ จึงทำให้กลุ่มเมฆฝนเป็นสีดำ และบรรยากาศมืดเหมือนกลางคืน

หากท่านมีข้อสงสัยหรือต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่ม สามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาhttp://www.tmd.go.th หรือที่0-2399-4012-14 และ1182 ได้ตลอด24 ชั่วโมง

ขอบคุณภาพ Hi-natsy

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...