สามีสุดอาลัย ม.ร.ว.ธิติสาร บิดาดูแลจนนาทีสุดท้าย ภูมิใจราชินีนักบู๊ ตามรอยย่า-ป้าทองดาราดัง
สู้จนนาทีสุดท้ายสมฉายา“ราชินีนักบู๊” สามีลูบหัวอาลัยสุดเศร้าไม่ต้องห่วงพี่ ม.ร.ว.ธิติสาร บิดาดูแลจนนาทีสุดท้ายลูกสาว ภูมิใจราชินีนักบู๊ ตามรอยย่า ป้าทอง นักแสดงชื่อดัง
วันที่ 26 ก.ย. 65 ที่ศาลามีนะนันทน์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร สถานที่ตั้งบำเพ็ญกุศลรดน้ำศพ และสวดอภิธรรม หม่อมหลวงสุรีกร (ชื่อเดิม ม.ล.สุรีย์วัล) สุริยง ชื่อเล่น "ปุ้ม" เจ้าของฉายา "ราชินีนักบู๊" ที่เสียชีวิตอย่างสงบในวัย 59 ปี ที่โรงพยาบาลมิชชั่น เมื่อเวลา 03.45 น. ของวันที่ 25 ก.ย. 2565 หลังเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล ตั้งแต่เดือน มกราคม 2564 ด้วยภาวะเส้นเลือดสมองแตก จากโรคมะเร็งในรังไข่ และรักษาตัวในโรงพยาบาลอยู่สักพักใหญ่
ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง “ปุ้ม” เป็นลูกคนที่ 5 จากทั้งหมด 7 คน ของ หม่อมราชวงค์ธิติสาร สุริยง กับ อัมพร ประทีปะเสน โดย ม.ร.ว.ธิติสาร เป็นโอรสในหม่อมเจ้าอติวงศ์วิวัสวัติ สุริยง กับ สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต (ป้าทอง) อดีตนักแสดงชื่อดัง
ม.ล.สุรีย์วัล สำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนอำนวยศิลป์ และคณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยรามคำแหง จากนั้นเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศ เข้าสู่วงการภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อปี 2524 จากบทบู๊เรื่อง เพชรตัดหยก คู่กับ สรพงศ์ ชาตรี ร่วมด้วย ฉี เส้าเฉียน และ นันทิดา แก้วบัวสาย กำกับการแสดงโดย คมฆ์ อรรฆเดช และสามารถคว้ารางวัลตุ๊กตาเงินดาวรุ่งฝ่ายหญิงมาครองเป็นที่รู้จักทั่วไป จึงแสดงแนวนี้เรื่อยมาจนได้ฉายา "ราชินีหนังบู๊"
ต่อมาได้เป็นผู้บริหารฝ่ายข่าวบันเทิงและผู้ประกาศข่าวกีฬาในรายการทันโลกกีฬา ช่วง Have A Nice Day คู่กับ ชนินทร์ บุญราย (สามี) ทางช่อง 3 สุดท้ายดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)
เวลา 13.45 น. ม.ล.ฐิติพร สุริยง (น้องคนสุดท้อง) ได้เคลื่อนร่างของ ม.ล.สุรีย์วัล จากโรงพยาบาลมิชชั่น มาถึงศาลามีนะนันทน์ วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เพื่อรอประกอบพิธีรดน้ำในลำดับต่อไป
ม.ล.ชัชฎาภา สุริยง (พี่สาวคนที่ 3) เปิดเผยว่า “ในครอบครัว ปุ้ม เป็นคนที่แข็งแรงที่สุด ทั้งการออกกำลังกายและในเรื่องโภชนาการ เขาจะเข้มงวดมาก เรียกว่ามีวินัยเลยก็ว่าได้ ในระหว่างที่รักษาตัวอยู่นั้น ปุ้มเขามีอาการไม่ดีถึงกับต้องเข้าห้องไอซียูอยู่หลายครั้ง แต่เขาก็ฮึดสู้กลับมาได้ทุกครั้ง สมกับฉายาที่เขาได้ คือ “ราชินีนักบู๊” อย่างแท้จริง ด้วยที่เขาสื่อสารไม่ได้จึงไม่สามารถทราบได้เลยว่าเขายังห่วงอะไรไหม แต่เชื่อว่าการจากไปของเขาครั้งนี้น่าจะสิ้นสุดแล้ว”
ต่อมา เวลา 16.00 น. เริ่มพิธีรดน้ำศพ ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง อดีตนักแสดง เจ้าของฉายา “ราชินีนักบู๊” และผู้ประกาศข่าวกีฬาชื่อดัง โดย ม.ร.ว.ธิติสาร สุริยง (บิดา) เป็นประธานพิธีรดน้ำศพ พร้อมกับสั่งลาลูกสาวด้วยความอาลัย
และญาติจากราชสกุล สุริยง เพื่อนพ้องทั้งในวงบันเทิงและวงการกีฬาเดินทางมาร่วมรดน้ำศพ อาทิ กฤษณ์ บุญประพฤกษ์ , พรพิมล มั่นฤทัย , ปริศนา กล่ำพินิจ , พีรพล เอื้ออารียกูล เป็นต้น
หม่อมราชวงค์ธิติสาร สุริยง (บิดา) และ เจี๊ยบ ชนินทร์ บุญราย (สามี) ‘ปุ้ม’ ม.ล.สุรีย์วัล (ผู้วายชนม์) ได้เผยความในใจถึงการสูญเสียคนในครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งครั้งนี้ ตอนรดน้ำมีโอกาสได้บอกอะไรลูกสาวบ้าง?
ม.ร.ว ธิติสาร “ผมได้กล่าวว่าอย่าวิตกกังวล พ่อยังเข้มแข็งอยู่ ลูกไปสบาย ไปสู่สุคติชั่วนิจนิรันดร์ ไม่ต้องห่วงพ่อ พ่อยังแข็งแรง พ่อรักปุ้มเสมอ พ่อรักปุ้มตลอดเวลา ไปอยู่กับปู่ อยู่กับย่า อยู่กับพี่ อยู่กับน้อง อยู่กับแม่ด้วย”
ที่ผ่านมาปุ้มเป็นลูกสาวที่ภาคภูมิใจขนาดไหน?
ม.ร.ว ธิติสาร “ก็เป็นลูกสาวที่โอเค ผมดีกันตลอด ไม่มีปัญหา เขารักผมมาก อยู่กันมาตั้งแต่เขาเกิด 59 ปี (ยิ้ม) เขาได้มีโอกาสมาเป็นนักแสดงจากที่คุณคมฆ์ อรรฆเดช เอาไปเล่นเรื่องเพชรตัดหยกนะครับ ผมก็บอกเขาว่าถ้าเกิดตัดสินใจไปแสดงภาพยนตร์ต้องทำให้โอเคนะ ต้องทำให้ได้นะ อย่าท้อ แล้วเขาก็ฝึกแบบไม่ยั้งไม่คิดเลย ฝึกตลอดเวลา ฝึกทุกกระบวนท่า มีดผาหน้าไม้ฝึกหมด เขาพยายามตามที่ผมบอกว่าไปแล้วต้องดัง ไม่ดังอย่าไป”
ลูกสาวได้ฉายา “ราชินีนักบู๊”?
ม.ร.ว ธิติสาร “ภูมิใจครับ ราชินีนักบู๊ก็ไม่ได้เป็นกันง่ายๆ เหมือนกัน คุณเปิ้ล จารุณี เขาก็เป็นรุ่นพี่ ผมก็บอกว่าให้คำมั่นสัญญากับเขาว่าไปแล้วต้องดังนะ ย่าเขาก็เป็นนักแสดง ย่า คือ ป้าทอง (สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต) เพราะฉะนั้นย่าทำอะไรไว้ปุ้มต้องเดินตามย่า เขาก็ทำตามนั้น”
สมัยที่ต้องฝึกบู๊ หรือต้องเล่นอะไรที่ผาดโผน เป็นห่วงไหม?
ม.ร.ว ธิติสาร “เป็นห่วงครับ ตั้งกระสอบทรายไว้ใต้ต้นมะม่วงเลย มีที่เอามาควงที่เล่นกับ ฉี เส้าเฉียน ก็เอามาควงอยู่ที่บ้านนั่นแหละ มีดคู่นี้ผมยังเก็บอยู่ที่บ้านเลย ยังเก็บไว้เป็นที่ระลึกอยู่ ลูกคนนี้เป็นความภาคภูมิใจ เขามีความอุสาหะจริงๆ เข้มแข็ง อดทน มีอะไรไม่พูด เขาเป็นคนไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยบอกไม่ค่อยเล่าด้วย จนบางครั้งต้องคอยถาม ปุ้มมีอะไรบอกพ่อนะ พ่อแก้ไขได้ เขาก็จะบอกว่าไม่มี ไม่เป็นไร บอกอยู่แค่นี้”
มีได้รับบาดเจ็บมาก็ไม่เคยบ่น?
ม.ร.ว ธิติสาร “เขาก็ไม่เคยบาดเจ็บอะไรมาก ไม่มี เขาก็ระวังตัวเหมือนกันเรื่องนี้ ไม่ถึงกับบาดเจ็บมีแผลอะไรไม่มี เขาเป็นคนระวัง อย่างเล่นเรื่องหนึ่งกับสรพงศ์ ปีนบนหลังคารถไฟ แล้วรถไฟกำลังวิ่งด้วย เขากล้าเล่นได้ยังไง ไม่มีสแตนอินด้วย แล้วฟิล์มนี้ต้องส่งไปญี่ปุ่น ญี่ปุ่นต้องซูมภาพเข้าไป ถามมาว่าสแตนอินหรือเปล่า ญี่ปุ่นไม่เชื่อว่าเล่นเอง แต่เขาเล่นเอง เขาเป็นคนกล้ามากจริงๆ เสียดายว่าจริงๆ เขายังต้องอยู่กันอีกหลายปีนะ ถ้าเกิดไม่มีสิ่งที่มันเกิดขึ้น แต่เราก็ต้องทำใจ ถ้าเขาไม่มีโรคที่อยู่ๆ เป็นแบบนี้นะ ไม่มีโรคร้ายในตัวเขาก็ยังอยู่กับเรา พี่ชายเขาเสียไปเมื่อปี 2563 เขารักกันมากนะ ปี 2563 พี่ชายเขาเสียชีวิตที่อเมริกา เขาเป็นคนนำร่างกลับมาประเทศไทย เขาไปรับร่างพี่ชายเขาที่สุวรรณภูมิ แล้วก็มาไว้ที่วัดพระศรีมหาธาตุนี่แหละ แล้วพอปี พ.ศ. 2564 ปุ้มป่วยแบบวิกฤตเลย เจี๊ยบโทร.มาบอกผมว่าพี่ปุ้มคอลโทรลตัวเองไม่ได้ ปุ้มป่วยมาทั้งหมด 19 เดือนเต็มๆ ผมในฐานะเป็นพ่อ นิยามคนอื่นเขาบอกว่า คนเรา 3 ปี มีลูก 2 คน แต่ของผม 3 ปี เสียลูก 2 คน แล้วผมจะรู้สึกยังไง ถ้าผมไม่เข้มแข็ง ผมอยู่ไม่ได้ ทุกวันนี้ผมอายุ 84 ยังขับรถเอง ยังขับรถได้”
การดูแลปุ้มในวาระสุดท้ายเป็นอย่างไรบ้าง?
เจี๊ยบ สามีซึ่งลูบหัวสุดเศร้าบอกภรรยาไม่ต้องเป็นห่วงใดๆ นะ พี่อยู่ดูแลตัวเองได้ เปิดใจ “คืนก่อนที่พี่ปุ้มจะเสีย ก็มีผม มีพี่น้อง มียุ้ย มีน้องว่านที่เป็นหลาน เราอยู่เคียงข้างกันตามสัญญา ที่คุยกันไว้ตลอด ว่าเราจะอยู่ด้วยกันจนถึงลมหายใจสุดท้าย พี่ปุ้มก็พยายามที่จะต่อสู้กับอะไรต่างๆ ที่เข้ามาหา เขาพยายามที่จะสื่อสารให้เรารู้ด้วยการกะพริบตาหรือขยับปากบ้าง แต่ด้วยภาวะต่างๆ พี่ปุ้มก็ค่อยๆ อ่อนลงๆ แล้วก็เสียไปตอนช่วง 03.45 น. ซึ่งก็เต็มของพี่ปุ้มเขาแล้ว เวลานั้นที่อยู่กับเขาตามคำมั่นสัญญา มันมีค่ามากที่สุด ที่สุดในชีวิตของผมเลย ที่มีโอกาสอยู่กับเขา จับมือเขา บีบนวดเขาจนถึงวาระสุดท้ายที่เขาไป”
“พี่ปุ้มกับผมเราคบกัน อยู่ด้วยกันตั้งแต่ปี ค.ศ.1999 มันเหมือนกับสองชีวิต เพราะตอนที่อยู่นิวยอร์ก พี่ปุ้มเรียนหนังสือ ผมทำงาน ก็ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน จนย้ายกลับมาอยู่เมืองไทย ซึ่งพี่ปุ้มย้ายมา เพราะนายประวิทย์ มาลีนนท์ ต้องการให้มาช่วยทางด้านทีวี ผมเองก็มีหน้าที่การงานอยู่นิวยอร์ก ก็ไม่อยากจะกลับ แต่ด้วยความที่ปุ้มเขาจบทางด้านนี้ เราก็ต้องเสียสละว่าให้เขากลับ พอกลับมาก็โชคดี ที่นายประวิทย์ เสนองานให้เราด้วย
ซึ่งพอมาอยู่เมืองไทย มันก็เหมือนอีกโลกหนึ่ง ที่พี่ปุ้มคือลีดเดอร์ เราคือคนตาม พี่ปุ้มเป็นคนที่สตรอง เป็นคนที่แข็งแกร่ง หลายๆ อย่างทุกวันนี้ที่เราประสบความสำเร็จมา เป็นเพราะพี่ปุ้มสอนผม สอนถึงเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต เรื่องการทำงานที่เต็มร้อย เรื่องการไม่เอารัดเอาเปรียบ ซึ่งมันก็เหมือนกับเกราะป้องกันเรา ที่เราทำงานมาจนทุกวันนี้”
ณ เวลานั้น เราได้บอกลาภรรยาว่าอย่างไรบ้าง?
เจี๊ยบ : ส่วนมากจะขอบคุณเขา ขอบคุณชีวิต 20 กว่าปี ที่ปุ้มได้ให้โอกาสเราหลายๆ อย่าง จากคนที่เป็นแค่นักกีฬา ได้มาทำข่าวกีฬา ได้มาออกหน้าจอ ได้มาเป็นพิธีกร ซึ่งมันเหมือนกับอะไรที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่พี่ปุ้มก็ทำให้เป็นไปได้ แม้แต่งานที่ทำทุกวันนี้หลังจากเกษียณจากช่อง 3 แล้ว พี่ปุ้มก็ยังเป็นคนไปฝากให้กับเจ้านายเขา ให้เราได้ทำงาน มันเหมือนกับว่าเราซัพพอร์ตซึ่งกันและกันมาตลอด วันสุดท้ายก็บอกเขาว่าไม่ต้องเป็นห่วง เราได้ทำหน้าที่เต็มที่แล้ว อะไรต่างๆ ที่เราได้ทำด้วยกันมา ปุ้มได้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ ในเรื่องกีฬาต่างๆ มันก็ทำให้ปุ้มเขาเป็นคนที่มีคุณค่า ที่จริงเคยสัญญากันไว้ว่า อยู่ให้ถึง 60 นะเราสองคนเนี่ย ผ่าน 60 ไปแล้วถือว่าเราเท่าทุนแล้ว เลย 60 ก็คือกำไรของชีวิต ปุ้มก็ขาดไปอีกนิดเอง ก็ถือว่าสิ่งต่างๆ ที่เขาทำให้กับสังคม มันน่าภูมิใจที่สุดแล้ว
เขาป่วยเป็นโรคอะไรบ้าง?
เจี๊ยบ : พี่ปุ้มเริ่มจากการเป็นมะเร็งที่รังไข่ ซึ่งตรวจตอนแรกไม่พบแล้วไม่ได้ติดตามเท่าไหร่ พอไม่ได้ติดตามมันก็เลยไปเกี่ยวกับเรื่องของเลือดเดินต่างๆ แล้วมันก็มีส่วนทำให้เลือดที่ไปที่สมอง เหมือนเราหยิบท่อน้ำทางนี้ ทางนี้มันโปร่งๆแล้วปริออกมา มันเลยกลายเป็นเริ่มต้นของปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้พี่ปุ้มต้องผ่าตัดสมอง พอผ่าตัดสมองเสร็จก็ผ่าตัดรังไข่ออก แต่ตอนผ่าตัดสมองมันทำลายประสาทของพี่ปุ้มไปเยอะ ทำให้เขาพูดไม่ได้ สื่อสารไม่ได้
ม.ร.ว ธิติสาร ยังได้กล่าวถึงอาการลูกสาวด้วยว่า “เขาตอบรับไม่ได้เลย ตามองอยู่แต่ไม่ได้โต้ตอบอะไร ถามอยู่ ปุ้มฟังพ่อนะมีอะไรปุ้มเข้าใจให้กะพริบตา เขาก็กะพริบตาให้ จะสื่อกันอยู่แบบนี้ ไม่เคยพูดออกมาเลยตั้งแต่เข้าโรงพยาบาลจนถึงเสียชีวิต ไม่ถึงเจ้าหญิงนิทราแค่โต้ตอบไม่ได้ สื่อจากทางอื่นแล้วเราก็เข้าใจว่าเขารับรู้ ถามว่าสมองเขาทั้งหมด 4 ส่วน เสียไปแล้ว 3 ส่วน ซึ่งมันฟื้นไม่ได้ถ้าเขาไม่มีเรื่องต้องผ่าสมอง ก็มีแค่รักษามะเร็งอย่างเดียวก็ยังพอรักษาไปได้ พอสมองเป็นแบบนี้แล้วจบเลย ต้องเจาะคอ อาหารต้องให้ทางสาย แต่ปุ้มทนมาก เก่งมาก อยู่มา 19 เดือนกว่า เกือบ 2 ปี ถ้าวันที่ 11 มกรา 66 ก็ 2 ปีเต็มที่อยู่โรงพยาบาล”
ระหว่างนั้นครอบครัวทำใจหรือยัง?
ม.ร.ว ธิติสาร กล่าวว่า ไม่มีคำว่าทำใจครับ เราต้องต่อสู้ บางทีเจี๊ยบกับผมพูดกันบางเรื่องก็ไม่เข้าใจกัน แต่ต้องปรับความเข้าใจกัน ทุกอย่างเราทำเพื่อปุ้ม ไม่มีคิดได้เปรียบเสียเปรียบ ไม่มี ผมทำเพื่อลูกทุกอย่าง ทำอะไรก็ได้แต่ไม่อยากให้มานั่งผิดใจกันทะเลาะกัน คือเขาไปดีไปสบาย
หลังจากนี้มีพิธีอะไรบ้าง?
ม.ร.ว ธิติสาร : “วันที่ 1 ตุลา มีพิธีพระราชทานเพลิงศพ และสิ่งที่น่าดีใจอีกอย่างคือ ปุ้มได้รับพระมหากรุณาธิคุณ จากสมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบันถวายพระราชทานผ้าไตร ส่วนอัฐิเอาไปลอยวันที่ 2 ตุลา หลังจากราชทางเพลิงแล้ว เพราะพี่ชายเขาก็ลอยที่สัตหีบให้เขาไปอยู่ด้วยกันเพราะเขารักกันมากคู่นี้”
ฝากถึงแฟนๆ ภาพยนตร์และรายการ?
ม.ร.ว ธิติสาร " “ให้สุรีย์วัล สุริยง อยู่ในความทรงจำของทุกคนด้วย ตลอดระยะเวลาเขาก็ซื่อสัตย์กับวิชาชีพมาตลอด เป็นคนที่ไม่ได้ประพฤติตัวเสียหาย ไม่กิน ไม่ดื่มสุรา ไม่เล่นการพนัน ทุกอย่างไม่หมด ทำอะไรพี่น้องให้ความรักสมานฉันท์กัน พี่น้องไม่เคยทะเลาะกัน นี่คือสิ่งที่ผมได้กำไรจากตรงนี้ทุกวันนี้อายุเท่านี้ยังต้องเข้มแข็ง”
ต่อมาเวลา 17.30 น. เจ้าภาพนิมนต์พระสงฆ์ 4 รูป เพื่อบำเพ็ญกุศล สวดอภิธรรมศพ ม.ล.สุรีย์วัล สุริยง โดยมี กฤษณ์ บุญประพฤกษ์ หรือ แจ๊สสยาม ผู้กำกับภาพยนต์ชื่อดัง เป็นประธานจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระพุทธ หน้าพระสงฆ์ และหน้าหีบศพ ตามลำดับ
ทั้งนี้ กำหนดการสวดอภิธรรม ม.ล.สุรีกร (สุรีย์วัล) สุริยง จะมีขึ้นในเวลา 18.00 น. ไปจนถึงวันศุกร์ ที่ 30 ก.ย. (รวม 5 คืน)
และ วันเสาร์ ที่ 1 ต.ค.
เวลา 10.00 น. แสดงพระธรรมเทศนา
เวลา 10.30 น. สวดพระพุทธมนต์ มาติกา-บังสุกุล ถวายภัตตาหารเพล
เวลา 16.00 น. พระราชทานเพลิง ณ เมรุ 1 วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร