โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

เบนซ์ปรับลุก “ลักเซอรี่แบรนด์” ทำเอ็มโอยูผู้จำหน่ายเลิกสงครามราคา

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 03 พ.ย. 2565 เวลา 10.04 น. • เผยแพร่ 03 พ.ย. 2565 เวลา 10.04 น.

“เบนซ์” ปรับใหญ่ทำข้อตกลงดีลเลอร์ เลิก “สงครามราคา” ชูจุดแข็ง ตัวสินค้า-บริการระดับลักเซอรี่ ลั่นแก้ปัญหาเซมิคอนดักเตอร์ลงตัว หลังวางแผนร่วมกับบริษัทแม่ ส่งอีก 2 รุ่นใหม่ C350 e AMG Dynamic และ Vito 119 ทำตลาด

นายบีเยิร์น กุซเทรา รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า แผนการทำตลาดจากนี้ไปบริษัทจะหันกลับมามุ่งเน้นจุดขายหลักซึ่งเป็นความแข็งแกร่งแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างต่อเนื่อง ได้แก่ ความเป็นลักเซอรี่แบรนด์ในทุก ๆ ส่วน ตั้งแต่ตัวสินค้า บริการ และการสื่อสารการตลาด รวมทั้งทำข้อตกลง ความเข้าใจ (MOU) และมอบนโยบายให้กับดีลเลอร์ทุกราย เพื่อดำเนินธุรกิจไปในทิศทางเดียวกัน

“แน่นอนว่าจากนี้ไปจะไม่เห็นการตัดราคากันเองระหว่างดีลเลอร์ของเรา เลิกใช้ราคาเป็นจุดขายเหมือนที่ผ่านมา เช่น การตั้งราคาแบบมีเศษ 99 บาทไม่ถึง 100 บาท เพื่อให้ดูต่ำกว่าคู่แข่ง เราจะมุ่งเน้นและเดินไปสู่ความแข็งแกร่งของเราคือความเป็นลักเซอรี่แบรนด์ ให้ลูกค้ามีความประทับใจกับตัวสินค้า และได้ความคุ้มค่าที่ตัดสินใจเลือกเมอร์เซเดส-เบนซ์”

นายบีเยิร์นกล่าวถึงความสำเร็จผลประกอบการ 9 เดือนที่ผ่านมา เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทย มียอดจดทะเบียนทั้งสิ้น 10,255 คัน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างน่าพอใจ แม้จะต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์นั้น ไม่กระทบมากนัก เนื่องจากบริษัทได้มีการบริหารจัดการร่วมกับบริษัทแม่ แต่สิ่งสำคัญที่ยังต้องจับตาคือ ปัญหาเศรษฐกิจโลกที่จะมากระทบต่ออุตสาหกรรม

Mercedes-Benz

“ตอนนี้เรามียอดรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ค้างส่งมอบอยู่ราว ๆ 1,000 คัน โดยกำลังเร่งดำเนินทยอยส่งมอบ”

ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวรถยนต์นั่งปลั๊ก-อิน ไฮบริด อย่าง C 350 e AMG Dynamic ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1,999 ซีซี ทำงานผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่อาศัยพลังงานจากแบตเตอรี่ขนาด 25.4 kWh ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่เป็นเจเนอเรชั่นที่ 4 ให้กำลังสูงสุด 313 แรงม้า และแรงบิดสูงสุด 550 นิวตันเมตร โดยสามารถวิ่งด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวได้ไกลถึง 100 กิโลเมตรต่อการชาร์จไฟฟ้า 1 ครั้ง ทำความเร็วสูงสุดจากการขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าได้ถึง 140 กิโลเมตร/ชั่วโมง โดยจำหน่ายในราคา 3,350,000 บาท

และอีกรุ่นคือ รถตู้ขนาด 11 ที่นั่งอย่าง Vito 119 CDI Tourer Select ที่บริษัทตัดสินใจนำเข้ามาเพื่อทำตลาดอีกครั้งหนึ่ง เพื่อเจาะกลุ่มผู้บริหารรุ่นใหม่ที่ต้องการความกว้างขวางสะดวกสบายในวันทำงาน และการเป็นรถยนต์สำหรับการใช้งานได้อีกหลายรูปแบบในวันหยุดหรือในทุกวันที่ต้องการ

โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ ขนาด 1,950 ซีซี เจเนอเรชั่นล่าสุดที่ทำงานประสานกับชุดเกียร์อัตโนมัติ 9G-Tronic ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมงที่ 9.6 วินาที และความเร็วสูงสุด 205 กิโลเมตร/ชั่วโมง ราคาอยู่ที่ 3,100,000 บาท

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...