โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นักอินทรีย์หัวล้านในสหรัฐฯ เกือบครึ่งเจอพิษตะกั่วเรื้อรัง คาดมาจากการกินซากสัตว์ที่ถูกยิง

Environman

เผยแพร่ 23 ก.พ. 2565 เวลา 09.21 น.

นกอินทรีหัวล้าน (bald eagle) หรือนกอินทรีหัวขาว เป็นอินทรีขนาดใหญ่ที่มีความสง่างามมาก และถือเป็นสัญลักษณ์ของประเทศสหรัฐฯ ในอดีต นกชนิดนี้เคยเกือบสูญพันธุ์มาแล้ว แต่การแบนสารกำจัดแมลง DDT ในปี 1972 ได้ช่วยให้ประชากรของพวกมันฟื้นตัวอีกครั้ง จนได้รับการถอดชื่อออกจากบัญชีสิ่งมีชีวิตใกล้สูญพันธุ์ในปี 2007

อย่างไรก็ตาม งานศึกษาชิ้นใหม่ที่ได้ตรวจสอบนกอินทรีหัวล้านจาก 38 รัฐพบว่า กระดูกนกกว่า 46% มีปริมาณสารตะกั่วในระดับที่เป็นอันตราย อีกทั้งยังพบว่า นกอินทรีสีทอง (golden eagle) ก็ได้รับสารตะกั่วในปริมาณที่ใกล้เคียงกับอินทรีหัวล้าน โดยนักวิจัยคาดว่า สารตะกั่วอาจมีผลต่อการหดตัวของประชากรอินทรีหัวล้านถึง 4% ต่อปี

สารตะกั่ว (lead) ถือเป็นโลหะหนักที่เป็นอันตรายมาก เพราะเป็นพิษต่อระบบประสาท นกอินทรีที่ได้รับสารพิษเพียงเล็กน้อยอาจมีปัญหาด้านในการทรงตัว บิน ล่า และขยายพันธุ์ ส่วนนกที่ได้รับสารพิษแบบเรื้อรัง หรือได้รับในปริมาณมาก อาจมีอาการชัก หายใจติดขัด และอาจเสียชีวิตลงในที่สุด ซึ่งเศษตะกั่วที่มีขนาดเท่าหัวเข็มหมุดก็มากพอที่จะฆ่านกได้แล้ว

โดยนักวิจัยพบว่า นกได้รับสารตะกั่วเพิ่มขึ้นในช่วงฤดูใบไม้ผลิและฤดูหนาว สอดคล้องกับฤดูกาลล่าสัตว์ในหลาย ๆ รัฐ จึงมีความเป็นไปได้สูงว่า นกอินทรีได้รับสารพิษจากการกินซากสัตว์ ที่ถูกยิงด้วยลูกกระสุนปืนชนิดตะกั่ว ที่แตกออกเป็นเศษเล็ก ๆ อยู่ภายในตัวสัตว์

ด้าน Victoria Hall สัตวแพทย์จาก Raptor Center เล่าว่า “เราพบสารตะกั่วในเลือดของอินทรีกว่า 85 - 90% ที่ถูกส่งเข้ามายังโรงพยาบาลของเรา” และผลเอกซเรย์มักแสดงให้เห็นว่ามีเศษซากกระสุนตะกั่ว อยู่ภายในระบบทางเดินอาหารของนก

ทั้งนี้ นักวิจัยด้านสัตว์ป่าระบุว่า ไม่อยากให้ผลของงานศึกษาชิ้นนี้ทำให้นักล่าสัตว์รู้สึกเสื่อมเสีย เพราะภาษีและค่าธรรมเนียมที่กลุ่มผู้ล่าสัตว์ได้จ่ายไปนั้น ก็มีส่วนในการสนับสนุนงานด้านการอนุรักษ์อยู่มาก อย่างไรก็ตาม เขาหวังว่างานวิจัยนี้จะเป็นตัวผลักดันให้นักล่าสัตว์หันมาใช้ลูกกระสุนปืนแบบอื่น เช่น กระสุนทองแดงแทน

 

ที่มา

https://www.theguardian.com/…/us-bald-eagles-chronic…

https://www.sciencealert.com/nearly-50-of-us-bald-eagles…

https://www.fws.gov/home/huntingandfishing/whatdo.html

งานวิจัย

https://www.science.org/doi/10.1126/science.abj3068

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...