GUNKULปันผลรวม0.18บ ปักธงปั๊มรายได้โตปีละ20%
#GUNKUL #ทันหุ้น GUNKULเดินหน้าขับเคลื่อนธุรกิจ ทั้งพลังงานทดแทน-EPC-ธุรกิจกัญชง กัญชา ตั้งเป้ารายได้โตปีละ 20% พร้อมอัดงบลงทุน 3 ปี (2565-2567) ไว้ที่ 20,000ล้านบาท หนุนการเติบโตได้ต่อเนื่อง สั่งจ่ายปันผลระหว่างกาลอัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น กำหนดจ่ายวันที่ 23 พ.ค.นี้ หลังโชว์กำไรสุทธิปี 64 แกร่ง
ดร.สมบูรณ์ เอื้ออัชฌาสัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL เปิดเผยกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจในปี 2565 ว่ากลุ่มบริษัทยังคงเร่งผลักดันการเติบโตธุรกิจทุกภาคส่วน โดยธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน ซึ่งคิดเป็น 60%ของยอดขายทั้งหมด ปัจจุบันบริษัทมีกำลังการผลิตรวม 642เมกะวัตต์ ตั้งอยู่ในพื้นที่ประเทศไทย เวียดนาม มาเลเซีย และญี่ปุ่น ซึ่งปีนี้ตั้งเป้าหมายกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 700 เมกะวัตต์ และเพิ่มกำลังการผลิตไปแตะระดับ 1,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2566
โดยธุรกิจงานรับเหมาก่อสร้างและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) คิดเป็นสัดส่วนรายได้ 21.41% ของรายได้รวม ปัจจุบันมีงานในมือ(Backlog) ประมาณ 4,500 ล้านบาท ซึ่งทยอยรับรู้รายได้ในอีก 2-3 ปีข้างหน้า ซึ่งปีนี้บริษัทมีแผนเตรียมเข้าร่วมประมูลโครงการใหม่ๆ ที่จะเปิดให้ประมูลกว่า 50,000 ล้านบาท และคาดว่าบริษัทมีโอกาสได้รับงานประมาณ 7-10% ของมูลค่างานทั้งหมด
เตรียมIPOบ.ย่อย
ขณะที่มีแผนจะนำ บริษัท กันกุล พาวเวอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด หรือ GPD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ GUNKUL และถือหุ้นใน บริษัท ฟิวเจอร์ อีเล็คทริคอล คอนโทรล จำกัด (FEC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในปี 2565 ขณะที่ธุรกิจกัญชง-กัญชา การเพาะปลูกและโรงสกัดยังดำเนินการได้ตามแผน ซึ่งประมาณต้นเดือนเมษายนนี้ บริษัทจะเตรียมเปิดคลินิกแพทย์แผนไทย และจำหน่ายผลิตภัณ์กัญชง กัญชาปลายน้ำ ครบวงจร คาดเปิดบริการเดือนเมษายน 2565
ทั้งนี้ กลุ่ม GUNKUL เล็งเห็นการเติบโตและการขยายตัวของธุรกิจในอนาคต จึงวางงบลงทุนใน 3 ปี (2565-2567) ไว้ที่ 20,000 ล้านบาท เฉลี่ยประมาณ 7,000-8,000 ล้านบาทต่อปี โดยแบ่งลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทนประมาณ 15,000 ล้านบาท เพื่อซื้อโรงไฟฟ้าขนาด 400-500 เมกะวัตต์ ลงทุนในธุรกิจกัญชง 2,000 ล้านบาท ส่วนที่เหลือประมาณ 3,000 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจงานก่อสร้างโรงงานและคลังสินค้า (Built-to-Suit) จำนวน 10 แห่ง ถือเป็นการเตรียมความพร้อมในการเติบโตของเครือบริษัท โดยกลุ่มบริษัท วางเป้าหมายการเติบโตไว้ไม่ต่ำกว่าปีละ 20%
สำหรับผลการดำเนินงานงวดปี 2564 (สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564) ผลกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่มีกำไรสุทธิ 2,229.27 ล้านบาท ส่วนรายได้รวมเท่ากับ 9,868.13 ล้านบาท อย่างไรก็ตามบริษัทมีกำไรในส่วนกำไรปกติของธุรกิจ (ไม่มีรายการจำหน่ายเงินลงทุน) จำนวน 2,251.52 ล้านบาท เทียบงวดเดียวกันกับปีก่อนอยูที่ 1,188.42 ล้านบาท ซึ่งถือว่ากำไรปกติของธุรกิจเติบโตขึ้น 90% โดยหากนับรวมกำไรจากการจำหน่ายเงินลงทุนจะแสดงจำนวน 3,425 ล้านบาท
อนุมัติปันผล
ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทได้มีมติอนุมัติให้จ่ายเงินปันผล สำหรับงวดครึ่งหลังปี 2564 จากกำไรในปีและกำไรสะสม ให้กับผู้ถือหุ้นเป็นเงินสดในอัตราหุ้นละ 0.12 บาท รวมเป็นเงินปันผลจ่ายทั้งสิ้นจำนวน 1,068 ล้านบาท ซึ่งบริษัทได้จ่ายเงินปันผลงวดครึ่งปีแรกไปแล้วในอัตราหุ้นละ 0.06 บาท รวมจ่ายเงินปันผลงวดปี 2564 ในอัตรา 0.18 บาทต่อหุ้น โดยกำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิรับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 6 พฤษภาคม 2565 วันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล(XD) คือวันที่ 5 พฤษภาคม 2565 และกำหนดจ่ายเงินปันผล ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2565