โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ ‘อาต้อย เศรษฐา’ เส้นทางสู่ศิลปินแห่งชาติ ก่อนสิ้นตำนานวงการบันเทิงไทย

The Bangkok Insight

อัพเดต 21 ก.พ. 2565 เวลา 04.38 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2565 เวลา 04.40 น. • The Bangkok Insight

เปิดประวัติ "เศรษฐา ศิระฉายา" เส้นทางแห่งดวงดาวสู่ศิลปินแห่งชาติ อีกหนึ่งตำนานของวงการบันเทิงไทย ก่อนสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ สำหรับการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ

อีกหนึ่งความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการบันเทิงไทย สำหรับการจากไปของ "อาต้อย-เศรษฐา ศิระฉายา" ศิลปินอาวุโส วัย 77 ปี หลังกลับไปทำคีโมอีกรอบ เพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็งปอดระยะที่ 4 ท่ามกลางกำลังใจที่ดีจากแฟน ๆ รวมถึงคนรอบข้าง ซึ่งหลังจากทำคีโม 2 ครั้ง มีผลข้างเคียงทำให้คลื่นไส้ ทานอาหารได้น้อย ส่งผลให้น้ำหนักตัวลดลงมาก และมีอาการเหนื่อยกับการต่อสู้กับสภาวะของร่างกาย กระทั่งมีข่าวเสียชีวิต เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2565

เปิดประวัติ "เศรษฐา ศิระฉายา" เส้นทางของตำนานสู่ศิลปินแห่งชาติ

ประวัติส่วนตัวของ "อาต้อย" หรือ"เศรษฐา ศิระฉายา" พิธีกร นักแสดง และอดีตนักร้องนำวงดิอิมพอสซิเบิ้ล เกิดเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2487 จบมัธยมปลายจากโรงเรียนวัดบวรนิเวศ เข้าสู่วงการบันเทิงตั้งแต่อายุประมาณ 16 ปี ด้วยการขนเครื่องดนตรีในวงดนตรีตามคำชักชวนของน้าชาย "สุรสิทธิ์ สัตยวงศ์" อดีตพระเอกภาพยนตร์ชื่อดังในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่สอง

ต่อมา อาต้อย ได้ฝึกหัดทักษะด้านดนตรีแบบครูพักลักจำ จนกระทั่งได้ก้าวขึ้นมาเป็นนักร้องตามสถานบันเทิงต่าง ๆ เช่น ตั้งวงหลุยส์กีต้าร์เกิร์ล และได้รวมตัวกับเพื่อน ๆ นักดนตรีตั้งวงดนตรี Holiday J-3 ร่วมกับ วินัย-พันธุรักษ์ พิชัย-ทองเนียม อนุสรณ์-พัฒนกุล และสุเมธ-อินทรสูต ต่อมา เปลี่ยนชื่อเป็น Joint Reaction และเปลี่ยนอีกครั้งในชื่อ ดิอิมพอสซิเบิ้ล (The Impossibles) ซึ่งเป็นชื่อการ์ตูนชื่อดังของอเมริกาในสมัยนั้น

โดย อาต้อย รับบทบาทเป็นนักร้องนำ ปี พ.ศ. 2512 ดิอิมพอสซิเบิ้ลสามารถคว้าถ้วยพระราชทานรางวัลชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรกโดยสมาคมดนตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ ส่งผลให้เริ่มเป็นที่นิยมและเป็นจุดเปลี่ยนให้ได้เข้ามาสัมผัสโลกภาพยนตร์เป็นครั้งแรก กระทั่งเจ้าตัวและเพื่อน ๆ ได้รับการทาบทามจาก เปี๊ยก โปสเตอร์ ให้มาร่วมบรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง โทน (2513)

ดิอิมพอสซิเบิ้ล ยังคงชนะเลิศการประกวดวงสตริงคอมโบอีก 2 ครั้งติดต่อกัน และได้บรรเลงเพลงประกอบภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง อาทิ ดวง (2514) สวนสน (2514) ระเริงชล (2515) ตัดเหลี่ยมเพชร (2518) ฯลฯ กลายเป็นวงที่มีชื่อเสียงโด่งดัง ซึ่งในปี พ.ศ. 2518 หลังกลับมาจากการไปทัวร์ที่ต่างประเทศ อาต้อย ได้รับการชักชวนจาก จุรี โอศิริ ให้มาแสดงภาพยนตร์อย่างจริงจังครั้งแรกในเรื่อง ฝ้ายแกมแพร (2518) และได้รับรางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยมมาครองจากผลงานดังกล่าวได้ทันที

กระทั่งในปี พ.ศ. 2519 ดิอิมพอสซิเบิ้ลประกาศยุบวงอย่างเป็นทางการ อาต้อย จึงก้าวเข้าสู่โลกมายาอย่างเต็มตัว มีบทบาทโดดเด่นทั้งการเป็นพิธีกรและนักแสดง นับเป็นดารายอดฝีมือคนหนึ่งซึ่งสามารถรับบทบาทได้หลากหลายไม่ว่าจะเป็นบทดี บทร้าย บทตลก ส่งผลให้มีผลงานออกมามากมายจวบจนปัจจุบัน โดยเรื่องที่โดดเด่นที่สุดเรื่องหนึ่งคือ ชื่นรัก (2522) ที่ได้รับบทพระเอกประกบคู่กับ อรัญญา นามวงศ์ นางเอกชื่อดัง เป็นจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ให้ทั้งคู่กลายเป็นคู่ชีวิตกันในเวลาต่อมา ก่อนที่ อาต้อย จะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีไทยสากล-ขับร้อง) ในปี พ.ศ. 2554

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...