โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อยู่ให้รอด อยู่ให้รุ่ง อยู่ให้รวย ยกระดับ ‘(สมาร์ท) โชห่วย’ คนไทยทั่วประเทศยังโหวตให้ ‘ไปต่อ’

MATICHON ONLINE

อัพเดต 11 มิ.ย. 2565 เวลา 08.08 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2565 เวลา 06.00 น.

อยู่ให้รอด อยู่ให้รุ่ง อยู่ให้รวย ยกระดับ ‘(สมาร์ท) โชห่วย’ คนไทยทั่วประเทศยังโหวตให้ ‘ไปต่อ’

หลังผ่านพ้นวิกฤตโควิด-19 ธุรกิจโชห่วยยังคงมีแนวโน้มการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าตลาดผู้บริโภคในเมืองเริ่มอิ่มตัว แต่ตลาดชุมชนยังเป็นที่น่าสนใจและมีฐานลูกค้าอยู่เป็นจำนวนมาก ภาคเอกชนหลายรายมีการปรับกลยุทธ์ในการขยายธุรกิจ โดยใช้โมเดลร้านค้าโชห่วยที่มีภาพลักษณ์ทันสมัยและใช้ระบบเทคโนโลยีในการบริหารจัดการ สร้างโอกาสทางตลาดรองรับผู้บริโภคในชุมชน ทำให้ผู้ประกอบการโชห่วยมีทางเลือกในการดำเนินธุรกิจมากขึ้น

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ร่วมกับบริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือแม็คโคร จัดงานตลาดนัดโชห่วย 12 ระหว่างวันที่ 2-5 มิถุนายนที่ผ่านมา ณ ฮอลล์ 6-7 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ได้รับเกียรติจาก พูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เป็นประธานเปิดงาน ภายใต้แนวคิด“สูตรสำเร็จ โชห่วยไทย สู้ภัยเศรษฐกิจ” จะเปิดให้ผู้สนใจทำธุรกิจโชห่วย รวมถึงผู้ประกอบการธุรกิจโชห่วยที่สนใจพัฒนาร้านของตนเองให้ทันสมัย ปรับตัวให้เข้ากับยุคแห่งเทคโนโลยี

รองปลัดกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ที่ผ่านมากรมและสยามแม็คโคร ได้ร่วมมือขับเคลื่อนโครงการ “สมาร์ทโชห่วย” ช่วยพัฒนาผู้ประกอบการโชห่วยไทย ให้เป็นสมาร์ทโชห่วยผ่านกิจกรรมต่างๆ เช่น 1.การปรับภาพลักษณ์ร้านค้า ทั้งในด้านการให้ความรู้แก่ทีมงานและลงพื้นที่ปรับภาพลักษณ์ร้านค้าทั่วประเทศให้มีความสวยงามและเป็นระเบียบ 2.การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยี POS โดยร่วมคัดเลือกร้านค้าโชห่วยที่มีความพร้อมและมีศักยภาพด้านเทคโนโลยีนำระบบ POS มาใช้ในการบริหารจัดการ และ 3.การบรรเทาผลกระทบจากโควิด-19 โดยสนับสนุนชุดสินค้าอุปโภคบริโภค รวมมูลค่ากว่า 3,500 บาท สำหรับร้านค้า
โชห่วย กองทุนหมู่บ้าน 3,500 ร้านค้า ทั่วประเทศ เพื่อนำไปจำหน่ายให้แก่ผู้บริโภคในชุมชน อันจะเป็นการช่วยลดภาระต้นทุนให้แก่ผู้ประกอบการ และเพิ่มโอกาสให้ผู้บริโภคได้ซื้อสินค้าราคาประหยัด

“ในระยะ 5 ปีต่อจากนี้ กรมได้กำหนดแนวทางเพื่อยกระดับความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตรในการพัฒนาสมาร์ทโชห่วยให้ครอบคลุมทุกมิติ และใช้กลไกการทำงานร่วมกันของเครือข่าย ทั้งภาครัฐและเอกชน ทั้งส่วนกลางและระดับท้องถิ่น เพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาใน 4 ด้าน คือ 1.ลดต้นทุน 2.เพิ่มรายได้ 3.สร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน โดยร้านค้าสมาร์ทโชห่วยจะเป็นแหล่งรับซื้อสินค้าให้คนในชุมชน นำไปสู่เป้าหมายที่ 4.กระจายรายได้สู่ชุมชน เป็นกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของประเทศต่อไป” พูนพงษ์กล่าว

ไม่ปรับตัวอยู่ไม่ได้ แม็คโครช่วยคิด

สร้างพันธมิตร ให้ความรู้

เมื่อมีโอกาสพูดคุยกับ จิรพงศ์ บดีพงศ์ ประธานจัดงานตลาดนัดโชห่วยครั้งที่ 12 จิรพงศ์ให้ประเด็นในเรื่องการจัดงานในครั้งนี้ว่า จะจัดปีละ 1 ครั้ง แต่ด้วยสถานการณ์โควิด กิจกรรมตลาดนัดโชห่วยจึงหายไป 2 ปี มีการจัดครั้งสุดท้ายที่ขอนแก่น เมื่อปี 2563

จิรพงศ์กล่าวถึงวัตถุประสงค์ของโครงการว่า จัดเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของร้านโชห่วย ให้อยู่รอด อยู่รุ่ง อยู่รวย หลังโควิด-19 คิดว่าหากโควิดหายไปโครงการนี้จะตอบโจทย์ร้านโชห่วย โดยที่แม็คโครมีสูตรสำเร็จ 3 โครงการรองรับ ต่อยอดโครงการจาก 11 ปีที่ผ่านมา เป็นสมาร์ทโชห่วย เอาความรู้จัดการร้านปลีก ร้านส่งที่แม็คโครมีประสบการณ์อยู่แล้ว นำไปสอนต่อยอดให้กับผู้ประกอบการร้านโชห่วย ให้ได้กำไรมากยิ่งขึ้น จิรพงศ์มองการทำความเข้าใจกับชุมชน เห็นถึงศักยภาพของร้านโชห่วยในชุมชนที่คนในชุมชน สามารถเข้าไปซื้อของได้สะดวกมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามถึงร้านโชห่วยในปัจจุบันพัฒนาตามแม็คโคร 3 รูปแบบ มีความแตกต่างกับร้านสะดวกซื้อทั่วไปอย่างไร จิรพงศ์ให้ข้อมูลว่า ร้านสะดวกซื้อทั่วไปเน้นของกิน แต่ร้านโชห่วยที่ร่วมโครงการกับแม็คโคร จะเน้นรูปแบบผสมของสินค้า มองว่าร้านสะดวกซื้อที่เข้าร่วมโครงการกับแม็คโครนั้นอยู่ตรงกลางชุมชน มีทั้งสินค้าในเครือพันธมิตรของแม็คโคร ทุกอย่างนี้จึงเป็นจุดเด่นรวมถึงข้อได้เปรียบของร้านโชห่วยที่เข้าร่วมโครงการกับแม็คโคร

จิรพงศ์ทิ้งท้ายไว้ว่า โชห่วยต้องปรับตัว วันนี้โชห่วยมีทั้งลงทั้งขึ้น ถ้าไม่ปรับตัวต่อไปก็คงสู้ใครไม่ได้ โครงการโชห่วยของแม็คโคร พร้อมเอาเทคโนโลยีมาช่วย ให้คำปรึกษา รวมถึงมีธนาคารต่างๆ ที่เราพูดคุย พร้อมให้เขามาช่วยในเรื่องเงินทุนของผู้ประกอบการ

สมาร์ทโชห่วย มิตรแท้ชุมชน บัดดี้มาร์ท

ภายในงานพบกับการออกบูธผู้ผลิตและผู้แทนจำหน่าย (Suppliers) กว่า 200 ราย จำหน่ายสินค้ายกโหลราคาถูก การให้คำปรึกษาผ่านโครงการ “แม็คโครมิตรแท้โชห่วย” การอบรมสัมมนาเพื่อพัฒนาธุรกิจ และสิ่งสำคัญภายในงาน คือการชูแนวทางของแม็คโคร ในเรื่องของการจัดการร้านค้า 3 แบบ ได้แก่ สมาร์ทโชห่วย, มิตรแท้ชุมชน, และบัดดี้มาร์ท ให้ผู้ประกอบการโชห่วยหรือผู้ที่คิดจะริเริ่มกิจการโชห่วย ได้ทำธุรกิจไปพร้อมกับแม็คโคร

สมาร์ทโชห่วย จุดเริ่มต้นจาก“แม็คโครมิตรแท้โชห่วย”

“จุดเริ่มต้นของแนวคิด เกิดจากสิ่งแรกของการเริ่มต้นการประกอบธุรกิจกับแม็คโคร แม็คโครพร้อมให้ความรู้และเทคโนโลยี” คำกล่าวนี้คือจุดเริ่มต้นของการคิดแนวทางสมาร์ทโชห่วยขึ้นมา

สำหรับผู้ประกอบการธุรกิจโชห่วย ที่ต้องการมีความเป็นอิสระ ร้านค้าลักษณะนี้ แม็คโครจะเข้าไปให้ความรู้กับร้านโชห่วยที่สนใจริเริ่มโครงการกับแม็คโคร โดยให้ความรู้ในการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วย เช่น การนำระบบ POS มาใช้ ช่วยเรื่องบริหารจัดการสต๊อกสินค้าภายในร้าน ในด้านบริหาร แม็คโครจะเข้ามาสำรวจตลาดของลูกค้าบริเวณร้านค้าโชห่วยที่สนใจเข้าร่วมโครงการกับแม็คโคร ดูว่าสินค้าชนิดใดขายดี สินค้าไหนเข้ากับคนในชุมชนนั้นได้ดีที่สุด เพื่อให้มีสินค้าที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า เสนอวิธีการจัดร้านอย่างไร ให้ลูกค้าเข้าร้านเห็นสินค้าง่าย ดึงลูกค้าให้อยู่ในร้านนานยิ่งขึ้น เพื่อให้ลูกค้าอยู่เลือกสินค้าจับจ่ายใช้สอยสินค้าภายในร้านอย่างมีประสิทธิภาพ

“ที่ผ่านมามีร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการสมาร์ทโชห่วย ประสบความสำเร็จทั้งหมด 47,000 ร้านค้า เพราะเราให้คำแนะนำกลับไปพัฒนาหาโครงการพัฒนาให้กับร้านของเขา” ตัวแทนของแม็คโครกล่าว

มิตรแท้ชุมชน อีกย่างก้าวกับการพัฒนาไปพร้อมกับแม็คโคร

เปรียบเสมือนส่วนต่อขยายจากสมาร์ทโชห่วย ปรับโฉมใหม่ภายใต้ชื่อมิตรแท้โชห่วย พร้อมปรับปรุงร้านเพิ่มเติมมากขึ้นด้วยการตกแต่งร้านค้า กันสาดร้านค้าให้เป็นจุดเด่นของร้านมิตรแท้โชห่วย นำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทำให้ร้านทันสมัยยิ่งขึ้น พร้อมกับการเพิ่มสินค้าที่แตกต่างจากร้านสมาร์ทโชห่วย เช่น ตู้อาหารสดแช่แข็ง เพื่อให้ร้านมิตรแท้ชุมชนมีสินค้าหลากหลายมากขึ้น ทางแม็คโครเองก็จะเข้าไปเป็นเสมือนพี่เลี้ยง ในการควบคุมต้นทุน การทำกำไร รวมถึงสำรวจตลาดลูกค้า ในพื้นที่ เพื่อปรับปรุงในการดำเนินกิจการต่อไป จุดเด่นของร้านมิตรแท้ชุมชน คือร้านต้องตั้งอยู่บริเวณที่ห่างจากแม็คโคร 30 กม. แม็คโครพร้อมส่งสินค้าให้ฟรี สัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ร้านมิตรแท้ชุมชนลดเวลาในการเดินทางเพื่อซื้อสินค้าด้วยตนเอง โดยเป้าหมายของร้านลักษณะนี้ จะเน้นไปทางภาคอีสาน ซึ่งเป็นตลาดที่แม็คโครคิดว่าจะเติบโตมากที่สุด ณ ปัจจุบันมีร้านเข้าร่วมกับแม็คโคร 62 ร้านค้า

บัดดี้มาร์ท ร้านโฉมใหม่ของหุ้นส่วน พร้อมเดินร่วมไปกับแม็คโคร

อาจเรียกได้ว่า ร้านบัดดี้มาร์ท เปรียบเสมือนการเป็นหุ้นส่วนเต็มรูปแบบระหว่างร้านโชห่วยกับแม็คโคร เพราะแม็คโครเสนอรูปแบบการลงทุนร่วมกับแม็คโคร โดยที่แม็คโครเข้ามาดูและกิจการให้ทุกอย่าง ทั้งในเรื่องของการเสนอรูปแบบของการลงทุน แม็คโครลงทุนให้สูงสุด 1.5 ล้านบาท ก่อสร้างร้านค้า ให้อุปกรณ์ชั้นวางสินค้า รวมถึงตู้แช่สินค้า ตู้แช่เครื่องดื่มวุ้น โดยที่เจ้าของร้ายจ่ายค่าค้ำประกันการลงทุน 2 แสนบาท เงินลงทุนตกแต่งร้าน 1-2 แสนบาท ทำสัญญาทุก 3 ปี เมื่อได้กำไรแม็คโครขอส่วนแบ่ง 0.4% เป็นค่าขนส่งที่แม็คโครให้เงื่อนไขพิเศษ คือ ขนส่งสินค้าให้กับบัดดี้มาร์ท สัปดาห์ละ 4 ครั้ง คงอัตลักษณ์ของร้านโชห่วยดั้งเดิมที่แตกต่างจากร้านสะดวกซื้อ เช่น เครื่องเทศแผง ลูกอม
2 บาท พร้อมทำการจัดโปรโมชั่นเพื่อดึงดูดลูกค้าให้กับบัดดี้มาร์ททุก 1-2 สัปดาห์ โดยร้านบัดดี้มาร์ทนี้ ทางแม็คโครได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า จะจัดพื้นที่ให้บริการโดยเน้นพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปริมณฑล และภาคอีสานเป็นหลัก

พาณิชย์เผย โชห่วยยังฮิต เสริมเศรษฐกิจชาวบ้าน

ทั้งนี้ สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เผยผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในช่วงเดือนตุลาคม 2564 จำนวน 8,428 คน ทุกอำเภอทั่วประเทศ โดยส่วนใหญ่มากกว่าร้อยละ 87 คิดว่าร้านโชห่วยมีความจำเป็นต่อการซื้อสินค้าอุปโภค-บริโภคสำหรับการดำรงชีวิต โดยเฉพาะกลุ่มเกษตรกร และผู้ที่มีรายได้ไม่สูงมากนัก ซึ่งจะซื้อสินค้าเล็กๆ น้อยๆ และค่อนข้างบ่อย ภายในวงเงินไม่เกิน 300 บาทต่อครั้ง ข้อดีของร้านโชห่วย คือ สะดวกในการเดินทาง ราคาถูก และมีสินค้าแบ่งขาย ขณะที่มีข้อบกพร่องที่ควรปรับปรุง คือ สินค้าไม่หลากหลาย สินค้ามีจำนวนน้อย การจัดวาง และความสะอาด รวมถึงการให้บริการ ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางการยกระดับร้านโชห่วยของกระทรวงพาณิชย์ที่ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ร้านค้าโชห่วยเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากและเป็นช่องทางในการลดค่าครองชีพให้กับผู้บริโภคในชุมชน โดยมีรายละเอียดผลการสำรวจ ดังนี้

ความจำเป็นของร้านจำหน่ายสินค้า ผู้ตอบแบบสอบถามร้อยละ 87.53 คิดว่า ร้านโชห่วยมีความจำเป็น โดยคิดเป็นสัดส่วนมากกว่าร้อยละ 78 ในทุกอาชีพ เป็นผู้ที่อาศัยอยู่ในภาคกลางมากที่สุด (ร้อยละ 91.75) และส่วนใหญ่มีรายได้ไม่สูงมากนัก (ต่ำกว่า 30,000 บาท/เดือน) (ร้อยละ 88.61) ขณะที่ความจำเป็นของร้านสะดวกซื้อ อยู่ที่ร้อยละ 88.02 และซุปเปอร์มาร์เก็ตขนาดใหญ่ อยู่ที่ร้อยละ 77.65

เมื่อพิจารณารายอาชีพ พบว่าเกษตรกรนิยมซื้อสินค้าในร้านโชห่วยมากที่สุด (ร้อยละ 62.49) เมื่อพิจารณารายภาค พบว่า ร้านโชห่วยได้รับความนิยมมากที่สุดในภาคเหนือ (ร้อยละ 43.60) และได้รับความนิยมน้อยสุดในกรุงเทพและปริมณฑล (ร้อยละ 13.34)

ข้อดีของร้านโชห่วย อันดับแรกคือ สะดวกในการเดินทาง (ร้อยละ 22.35) ราคาถูก (ร้อยละ 12.94) มีสินค้าแบ่งขาย (ร้อยละ 12.58) มีสินค้าที่ต้องการ (ร้อยละ 12.55) ความไว้วางใจ/คุ้นเคย/ความสัมพันธ์ที่ดี (ร้อยละ 12.05) สินค้ามีความหลากหลาย (ร้อยละ 7.52) มีมาตรการของรัฐสนับสนุน (ร้อยละ 7.31) เป็นแหล่งพบปะสังสรรค์ในชุมชน (ร้อยละ 6.08) คุณภาพตรงตามความต้องการ (ร้อยละ 4.42) มีสินเชื่อ (ร้อยละ 2.11) และอื่นๆ (ใกล้บ้าน ไม่แออัด) (ร้อยละ 0.09)

จุดบกพร่องของร้านโชห่วย อันดับแรกคือ สินค้าไม่หลากหลาย (ร้อยละ 28.94) สินค้ามีจำนวนน้อย (ร้อยละ 25.24) สินค้าใกล้หมดอายุ/หมดอายุ (ร้อยละ 10.69) ชำระด้วยเงินสดเท่านั้น (ร้อยละ 7.70) คุณภาพต่ำ (ร้อยละ 6.75) ราคาแพง (ร้อยละ 5.68) คิดเงินช้า (ร้อยละ 4.07) ระบบคิวไม่ดี (ร้อยละ 4.00) พูดจาไม่สุภาพ (ร้อยละ 3.80) และไม่สามารถเลือกสินค้าด้วยตนเองได้ (ร้อยละ 3.13)

สิ่งที่ร้านโชห่วย/ร้านค้าชุมชนควรปรับปรุง อันดับแรกคือ เพิ่มความหลากหลายของสินค้า (ร้อยละ 24.05) การจัดวางสินค้า (ร้อยละ 17.48) ความสะอาด (ร้อยละ 17.27) คุณภาพสินค้า (ร้อยละ 14.61) การจัดโปรโมชั่น (ร้อยละ 11.05) คุณภาพการบริการ/อัธยาศัย (ร้อยละ 4.94) เพิ่มบริการส่งสินค้าถึงบ้าน (ร้อยละ 4.26) ความรวดเร็วในการคิดเงิน (ร้อยละ 4.19) และระบบคิว (ร้อยละ 2.15)

โชห่วยจึงยังเป็นสิ่งสำคัญของผู้คนในชุมชน ที่จะต้องมีการปรับตัวให้เขากับความต้องการในยุคปัจจุบัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...