โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

คอสเพลย์ ศาสตร์การก้าวข้ามตัวตนที่มากกว่างานอดิเรกและพัฒนาสุขภาพจิตของคุณได้

BT Beartai

อัพเดต 21 มิ.ย. 2566 เวลา 11.30 น. • เผยแพร่ 21 มิ.ย. 2566 เวลา 07.23 น.
คอสเพลย์ ศาสตร์การก้าวข้ามตัวตนที่มากกว่างานอดิเรกและพัฒนาสุขภาพจิตของคุณได้

คอสเพลย์ (Cosplay) หนึ่งใน Soft Power อันทรงพลังจากวัฒนธรรมญี่ปุ่นที่สร้างปรากฎการณ์ไปทั่วโลก ไล่ตามติดไปกับการ์ตูนญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นมังงะหรือแอนิเมชัน โดยทั่วไปการคอสเพลย์หมายถึงการเปลี่ยนแปลงตัวตนให้กลายไปเป็นตัวละครต่าง ๆ ทั้งการแต่งหน้า แต่งตัว หรือแม้แต่การสวมคาแรกเตอร์ของตัวละครนั้น

แต่แค่ความชื่นชอบอย่างเดียวอาจไม่พอ เพราะการแต่งคอสเพลย์ต้องมีแพสชัน คนแต่งคอสเพลย์หรือคอสเพลเยอร์นั้นต้องใช้ทักษะทางด้านศิลปะและงานฝีมือมากมายเพื่อที่จะเข้าถึงการเป็นตัวละครนั้นได้อย่างสมบูรณ์แบบ เรียกได้ว่าเป็นงานที่ใช้ทักษะและสมอง ซึ่งการแต่งคอสเพลย์ส่งผลดีต่อสุขภาพจิตของคุณได้ด้วย

สุขภาพจิตที่ดีขึ้นผ่านการก้าวข้ามตัวตนด้วยการคอสเพลย์

บรรเทาความเครียด

โดยปกติแล้ว เวลาที่คนเราได้ใช้เวลาไปกับสิ่งที่ชอบสามารถช่วยลดระดับความเครียดได้ ซึ่งการแต่งตัวเป็นตัวละครที่ตัวเองชื่นชอบนั้นไม่ต่างกับการแต่งตัวดี ๆ ออกไปนอกบ้านที่ช่วยสร้างความมั่นใจและสร้างความรู้สึกที่ดีกับตัวเอง หรือจะเป็นการออกไปช้อปปิ้งเพื่อซื้อพรอป (พรอปเพอร์ตี: Property) หรืออุปกรณ์ประกอบในการแต่งตัวก็จะช่วยให้คุณเปลี่ยนบรรยากาศจากสถานที่เดิม ๆ

นอกจากนี้ การสวมบทบาทตัวของตัวละครเป็นหนึ่งในวิธีที่จะช่วยคุณสลัดความเครียดที่ติดอยู่กับตัวตนเดิมของคุณออกและไปโฟกัสกับคาแรกเตอร์ของตัวละครที่คุณคอสเพลย์แทน ซึ่งอาจทำให้คุณได้ทำอะไรสนุก ๆ ที่ต่างไปจากชีวิตประจำวัน ช่วยให้ผ่อนคลายและมีเวลาคิดเพื่อที่จัดการกับความเครียดหรือปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดียิ่งขึ้น

ฝึกสมาธิและความคิดสร้างสรรค์

การคอสเพลย์ไม่ใช่แค่การแต่งตัวด้วยชุดสำเร็จรูปเท่านั้น คอสเพลเยอร์หลายคนใช้เวลาหลายชั่วโมงไปกับการแต่งหน้าเพื่อให้เหมือนกับตัวละครมากที่สุด โดยต้องอาศัยสมาธิและทักษะในการแต่งหน้าอย่างมหาศาล เพราะตัวละครส่วนใหญ่ ไม่ว่าจะจากฝั่งญี่ปุ่นหรือฝั่งตะวันตกมีความแฟนซีและรายละเอียดมากกว่าการแต่งหน้าทั่วไปจึงต้องใช้เวลาในการแต่งและการฝึกฝนในระยะยาว

ชุดในการคอสเพลย์ก็ไม่ใช่ว่าใส่แล้วจะเหมือนเลย คอสเพลเยอร์หลายคนทำชุดด้วยตัวเอง ตั้งแต่การออกแบบ เลือกสี เลือกลาย การใส่รายละเอียดในแต่ละจุด รวมถึงการตัดเย็บ การจะทำชุดให้เหมือนกับตัวละครที่อยู่แอนิเมชันนั้นต้องอาศัยความคิดสร้างสรรค์และการคิดพลิกแพลงอย่างมากเพื่อที่จะหาวัสดุที่เหมือนมาใช้ทำชุด

คอสเพลเยอร์ไม่ได้คอสเพลย์เป็นตัวละครที่เป็นคนเพียงอย่างเดียว บางคนคอสเป็นหุ่นยนต์ก็ต้องมีการประกอบหรือสร้างพร็อพขึ้นมาใหม่ต้องใช้ทักษะในการประดิษฐ์ บางคนอาจต้องต่อวงจรไฟเพื่อให้ชุดเรืองแสงได้ แต่ในขณะเดียวกันเมื่อสวมชุดก็ต้องเคลื่อนไหวได้คล่องตัวด้วย

การแต่งคอสเพลย์จึงต้องใช้ทั้งศาสตร์และศิลป์ในหลายด้านควบคู่กัน ทั้งการออกแบบ การแต่งหน้า แต่งตัว หรือแม้แต่การแสดง ซึ่งช่วยฝึกสมาธิ ความคิดสร้างสรรค์ และการแก้ไขปัญหา

ได้แสดงออกถึงความเป็นตัวเอง

ความชอบของคนเรานั้นต่างกัน ปัจจุบันผู้คนแสวงหาความเป็นตัวเอง ซึ่งคอสเพลย์เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ผู้คนสามารถแสดงออกถึงความเป็นตัวของตัวเอง PsychologyToday เว็บไซต์ด้านจิตวิทยาได้สัมภาษณ์ “มูน” คอสเพลเยอร์ที่อยู่ในวงการคอสเพลย์มาหลายปี

โดยเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่า “คอสเพลย์เป็นกลวิธีในการแสดงออกถึงตัวตนและหลีกหนีจากความจริงได้ในระยะเวลาหนึ่ง และตัวเขาเองก็รู้สึกสบายใจและได้เป็นตัวของตัวเองเมื่อสวมชุดคอสเพลย์ แม้จะเป็นช่วงเวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมงที่ได้คอสเพลย์ แต่เขาก็ได้แสดงตัวตนที่แท้จริงที่ไม่สามารถแสดงได้ในเวลาทั่วไป”

ตัวของมูนเองก็ยังบอกด้วยว่าการคอสเพลย์เป็นส่วนหนึ่งที่ประคับประคองให้เขาผ่านพ้นอาการจากโรคทางอารมณ์ อย่างโรคซึมเศร้าและภาวะวิตกกังวลได้ เพราะมันช่วยบรรเทาความเครียดและความรู้สึกแง่ลบได้ในช่วงเวลาหนึ่ง

ส่วนคอสเพลเยอร์อีกคนหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นเรื่องอารมณ์กับการแต่งคอสเพลย์ไว้ได้น่าสนใจ โดยเขาบอกประมาณว่า วัยรุ่นหลายคนประสบปัญหาในการแสดงความเป็นตัวของตัวเองหรือแม้แต่การแสดงอารมณ์

เพราะการแสดงออกเหล่านั้นอาจไม่เป็นที่ยอมรับหรือตรงตามมาตรฐานของสังคม การคอสเพลย์สามารถช่วยให้พวกเขาได้ปลดปล่อยอารมณ์ความรู้สึกได้จากการเป็นตัวละครสมมติ เพราะในแต่ละเนื้อเรื่องตัวละครมีนิสัยที่ต่างกัน เช่น ความกล้าหาญ ความบ้าบิ่น หรือความเกรี้ยวกราด การแสดงออกอารมณ์ผ่านตัวละครจึงเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยได้

ได้พบเพื่อนใหม่

ชุมชนของชาวคอสเพลย์ในไทยและทั่วโลกนั้นมีจำนวนไม่น้อย นอกจากการได้พบเจอและพูดคุยกันบนโซเชียลมีเดียแล้ว ในบางประเทศยังมีเทศกาลหรืองานคอสเพลย์จัดขึ้นเพื่อเป็นพื้นที่ให้กับคอสเพลเยอร์และคนที่ชื่นชอบการคอสเพลย์ได้มาพบปะพูดคุย และเปลี่ยนความคิด ได้เจอคนที่มีความสนใจแบบเดียวกัน

การศึกษาจำนวนไม่น้อยพบว่าการเข้าสังคมและการพูดคุยกับเพื่อนใหม่นั้นส่งเสริมสุขภาพจิตในหลายด้าน และอาจช่วยลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตก่อนวัยอันควรได้ด้วย

การคอสเพลย์จึงไม่ใช่แค่งานอดิเรกทั่วไปที่หลายคนรู้สึก เพราะต้องอาศัยความชอบ แพสชัน ทักษะ และกระบวนการคิดมากมายเพื่อเข้าถึงตัวตนของตัวละครที่คอสเพลย์เยอะต้องการข้ามไป

Cosplay Art Festival

โดยประเทศไทยก็มีงานคอสเพลย์อย่างงาน Cosplay Art Festival ที่มาในคอนเซ็ปต์ “จักรวาลคอสเพลย์เริ่มต้นขึ้นแล้ว!” โดยจะจัดขึ้นในวันที่ 30 มิ.ย. ถึง 2 ก.ค. 2566 ณ หอศิลป์แห่งชาติ กระทรวงวัฒนธรรม ติดกับ MRT ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย หากคุณเป็นคนที่ชื่นชอบการคอสเพลย์ก็อย่าลืมมางานนี้ เพราะงาน CAF นั้นอัดแน่นไปด้วยกิจกรรมที่แฟนคอสเพลย์ต้องร้องว้าว พร้อมพบกับคอสเพลเยอร์ระดับโลก อย่าง เสี่ยวหยู (Xiaoyu) อีลี (Ely) และ ฮักเคน (Hakken) ดังนั้น ห้ามพลาดเด็ดขาด

ติดตามรายละเอียดของ Cosplay Art Festival หรือ CAF ได้ที่ >> เพจเฟซบุ๊ก Thailand Game Show

ที่มา: Psychology Today, Cosplay Advice, DoveMed

พิสูจน์อักษร : สุชยา เกษจำรัส

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...