โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชีวิตปังจนน่าตกใจ “ก้อง ห้วยไร่” ชิงบวชแก้เคล็ด

Khaosod

อัพเดต 13 ก.ค. 2566 เวลา 06.26 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2566 เวลา 06.26 น.

ชีวิตปังจนน่าตกใจ “ก้อง ห้วยไร่” ชิงบวชแก้เคล็ด เล่าเหตุผลโชว์ใบทะเบียนสมรสวันเกิดเมีย

ชีวิตปังจนน่าตกใจ / บวชเงียบที่ จ. สกลนคร และเพิ่งจะลาสิกขามาหมาดๆ สำหรับ “ก้อง อัครเดช ยอดจำปา” หรือ “ก้อง ห้วยไร่” และล่าสุด (12 ก.ค.) เจ้าตัวมาร่วมงานของทรูไอดี ที่ได้พานักแสดงภาพยนตร์เรื่อง คฤหาสน์ผีปอบ พบปะแฟนๆ ย่านอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และได้เปิดใจถึงการตัดสินใจบวช รวมทั้งเรื่องที่วันเดียวกันนี้เป็นวันเกิดภรรยาสาว เบล ขนิษฐา เจ้าตัวได้โพสต์ทะเบียนสมรสอีกครั้ง

เพิ่งลาสิขามา? “เป็นช่วงชีวิตที่ทำอะไรก็ประสบความสำเร็จจนกลัว กลัวว่าถ้าวันนึงความสำเร็จมันโดนสอยจากสิ่งที่เรามองไม่เห็น ด้วยความที่เราเป็นคนพุทธ เชื่อในกฎแห่งกรรม ชีวิตช่วงนี้ มันดี มันราบรื่นจนน่าตกใจ งั้นเลยขอชิงทำบุญให้กับเจ้ากรรมนายเวร และถือโอกาสพักจิตตัวเองจริงๆ

ชีวิตปังจนน่าตกใจ

เพราะทุกคืนต้องออกไปเจอผู้คนมากมายและต้องเป็นในสิ่งที่พี่ๆ น้องๆ เขาอยากเห็นเราในแบบนั้น เราไม่เคยได้ใช้ชีวิตที่เป็นตัวเองเลย ก็เลยตัดสินใจบวช ถ้าไปจำศีลก็คงจะอีกแบบนึง ถ้าบวชต้องถือศีล 227 ข้อของพระพุทธองค์ ก็น่าจะเป็นอีกกรอบนึงให้เราได้อยู่กับตัวเองมากขึ้น เลยตัดสินใจบวชเงียบๆ”

ทำไมบวชเงียบ? “ด้วยความที่เรามีกัลยาณมิตรที่เขาทำมาก่อนแล้วมันดี ไม่ต้องวุ่นวายพ่อแม่เราต้องไปเตรียมกับข้าวให้ใครกิน ไม่ต้องวุ่ยวายว่าจะต้องใส่ชุดอะไร แต่ให้พ่อแม่พี่น้องตั้งจิตว่าลูกชายจะไปบวช ก็ทำแค่ข้างหม้อแกงหม้อ พาพ่อแม่ไปบวชกันแถวบ้านเลย ก็เข้าไปเป็นนาคก่อน 1 วัน 2-3 วันแรกเรายังหาความเพลินอยู่เพราะเรามีความสุขกับการใช้ชีวิตข้างนอก อายุเรา 36 ปีแล้ว มันสนุกกับการมีหนังให้ดู เบื่อก็ไปนวด เซ็งก็ไปเตะบอล วัฏจักรเราเป็นมาแบบนี้

ชีวิตปังจนน่าตกใจ

พอเราได้เข้ามาบวชจริงๆมันมีแค่เรากับเรา และเรา ซึ่งวัดที่ไปบวช เป็นวัดที่อยู่ในป่า ไม่มีการใช้โทรศัพท์มือถือ มันทำให้ระยะเวลาสั้นมาก ด้วยความที่เราไม่เข้าใจ เลยไปถามครูบาอาจารย์ที่เป็นพาะอุปัชชาว่า ทำไมเวลาที่ผมอยู่ในที่บวขเวลาถึงเดินช้าจัง ผมจำวัดไป 3 ครั้งแล้วยังไม่มือซะที ไม่เหมือนตอนผมออกไปทำงานแป๊บเดียวก็จะมืดแล้ว

ท่านเลยบอกว่าเราอยู่กับความเพลินจนชิน เราอยู่กับความสุขจนชิน ความสุขที่เป็นกิเลสนะครับ เราหาหนังเรื่องนึงมาดู 2 ชั่วโมงก็จบแล้ว แต่ถ้าเราอยู่กับตัวเองจริงๆจะไม่มีความเพลิน เรื่องทีาอยู่ในจิตคือเดี๋ยวก็แก่ พรุ่งนี้ก็ตาย ไม่อยากเกิด นี่คือสิ่งที่วนเวียนอยู่ในจิตอยู่แบบนี้ทำให้เวลาเดินช้ามากครับตอนบวช”

ชีวิตปังจนน่าตกใจ

เรียกว่าซึ้งในรสพระธรรมมากๆ? “จริงๆ เราเป็นคนเชื่อในเรื่องพระพุทธศาสนามาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว แต่การได้เข้าไปบวชมันเหมือนเราได้ไปเรียนรู้เอง พระพุทธเจ้าท่านก็บอกอยู่แล้วว่าท่านไม่ได้สอนให้ทุกคนเชื่อ แต่อยากให้ทุกคนไม่ประมาท ก็เลยไปลองใช้ชีวิตแบบไม่ประมาทดูในระยะเวลา 7 วัน ซึ่งผมว่ามันคุ้ม”

7 วันที่บวชได้อะไรกลับมาบ้าง? “ได้ความไม่เที่ยงครับ ได้ความอะไรที่เรามั่นใจว่าต้องได้แน่ๆ เช่น ก่อนจะไปบวชมีงานเข้ามา 1 ชิ้น สึกออกมาเขาได้เป็นคนอื่นไปแล้ว นี่คือความไม่แน่นอนที่มันเกิดขึ้น อีกตัวอย่าง วันนี้ไปบิณฑบาตได้ข้าวแน่ๆ แต่วันนี้ฝนตก กลายเป็นผมต้องเดินตากฝนกลับมาพร้อมกับบาตรที่ไม่มีอะไร เราได้เห็นความไม่แน่นอนตรงนี้”

ตอนบวชมีคิดถึงชีวิตทางโลกบ้างไหม? “3 วันแรกครับ คิดถึงลูกเมีย คิดถึงความเพลิน พอเข้าวันที่4 มันเหมือนจิตของเรามันนิ่งแล้ว ได้เห็นพ่อแม่มากราบไหว้ เอาอาหารมาให้เรายิ่งทำให้เราตระหนักว่าเราต้องเป็นพระสงฆ์ที่ดี ปฎิบัติดีปฎิบัติงาม คือศีล 227 ข้อ ต้องไม่ให้ด่างพร้อยเพื่อให้สมกับที่พ่อแม่ที่เราเคารพท่านมากราบเรา ยิ่งได้เห็นเขาทำอย่างนั้นเรายิ่งอยากให้เขาได้บุญเยอะๆ ไม่ต้องไปลำบากในโลกหน้า ซึ่งมันเป็นความเชื่อส่วนบุคคลอยู่แล้ว ซึ่ง 7 วันผมมองว่ามันยังน้อยไป

ชีวิตปังจนน่าตกใจ

อยากให้พี่ๆน้องๆทุกคนได้ลองดูซักครั้งในชีวิต เราได้อยู่กับตัวเองจริงๆ จริงๆผมถือโทรศัพท์เข้าไปนะ ท่านบอกดูเลย ดูแล้วก็พิจารณาว่ากิเลสมันเป็นยังไง สงบลงกว่าเดิม เวลามันเดินเร็วกว่าเดิมไหมหรือเพิ่มกิเลสเข้ามาใส่ตัว เลื่อนฟีดไปเราก็ไปตามเรื่องราวของฟีดไม่ได้อยู่กับตัวเอง”

ได้เอาธรรมะมาปรับใช้กับการทำงาน? “ผมมองว่าอาชีพที่ผมทำอยู่ไม่ใช่อาชีพที่ดี อาขีพผมเป็นการชวนชาวบ้านมากินเหล้า มีความรู้สึกว่าอยากจะหยุดมัน แล้วก็ได้เอาเรื่องนี้ไปปรึกษาครูบาอาจารย์ที่เป็นพระ ท่านก็บอกว่าถือว่าตัวเองไปอยู่ในสงคราม แล้วพาคนในสงครามออกมาให้ได้มากได้น้อยเอาที่พอจะทำได้ เวลาไปร้องเพลงก็ไม่จำเป็นต้องบอกทุกคนยกแก้ว ขอให้1 ชม.ที่ชมคอนเสิร์ตเราให้เขาวางแก้วลง หยุดดื่ม ก็ถือว่ายังช่วย เข้าไปอยู่ในสงครามแล้วช่วบคนออกมาได้บ้าง”

วันนี้วันเกิดภรรยา? “ผมใช้ชีวิตกับเขามา 7 ปีแล้ว เขาเป็นคนน่ารัก ดูแลครอบครัวและคนทางบ้าน มีหน้าที่จัดแจงทางบ้านให้อบอุ่น ส่วนเราก็มีหน้าที่เหมือนนก มาหาอาหารกลับไปให้ครอบครัว เป็นธรรมดาของนักล่าที่ต้องเหน็ดเหนื่อย ก็ไปหากำลังใจในบ้านครับ”

ให้ทะเบียนสมรสเป็นของขวัญวันเกิด? “ทะเบียนสมรสจดตั้งแต่แต่งงานกันแล้ว ส่วนมากจะเอาออกมาแซวกันเล่นเพื่อให้ชีวิตมีสีสันหน่อย สำหรับของขวัญ ผมว่าการที่เราได้อยู่ด้วยกันแบบมีลมหายใจมันพิเศษมากๆเลยครับ จะคุยกับเขาตลอด ฟีลผู้ชาย ไปเตะบอลภรรยาไปด้วย กลัวยุงกัดอะไรกัด เขาเลยบอกว่าให้อยู่ด้วยเถอะ ไม่รู้ว่าจะตายจากกันวันไหน เราก็เลยโอเคไปไหนไปกัน ทุกว้นนี้ถ้าจะไปทำงานทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งผมต้องขอมีตั๋วเพิ่ม1ใบของภรรยา ก็จะมีตั๋วศิลปิน ตั๋วผู้จัดการ ของผมต้องมีตั๋วภรรยาด้วย ถ้าไม่จ่ายค่าตัวให้ก็ฝากเดินเรื่องวีซ่าให้หน่อย เพราะทำไม่เป็น”

ทำไมถึงเลือกโชว์ทะเบียนสมรสอีกครั้งในวันเกิดภรรยา? “มันเหมือนเป็นสมบัติ พยานรักที่ไม่ใช่แค่ลูก ที่จะเตือนใจเราเองว่าเราอยู่ในกรอบ อยู่ในสิ่งที่ต้องกลัวบ้าง ถ้าทำอะไรลงไปแล้วทะเบียนสมรสมันย้อนมาหาเราก็อย่าไปทำม้น ก็คือเตือนใจผมเองครับ ผมจะลงแบบนี้ทุกปี เป็นสมบัติความรักของเราที่เราจะติดตัวเราตลอดนะ”

ไม่ได้ถือเคล็ด? “ไม่ครับ แต่เมื่อก่อนที่แต่งงานกัน 3 รอบก็โดนแซวว่าแต่งงานเอาซอง แต่จริงๆคือแต่งงานเอาเคล็ด เพราะเราเชื่อในพญานาค คือเขามีทุกอย่างแต่เขาจะมีมปมคือไม่ประสบความสำเร็จในความรักต้องแต่งงาน 7 ครั้ง แต่นี่ไม่อยากได้เมีย 7 คน อยากได้เมียคนเดียว แต่งซ้ำๆนี่แหละ”

พูดถึงที่เราเป็นไวรัลที่จีน มีโอกาสจะได้ไปร้องเพลงที่จีน? “อันนี้คือเซอร์ไพรส์มากเลยครับ ติ๊กต็อกจีน ทุกวันนี้มีแฟนเพลงชาวจีนมาถ่ายไลฟ์สไตล์ชีวิต เอาเรื่องราวเราไปที่จีน ก็มีแซวนะ แต่เราไม่รู้ภาษาจีนเลย ไม่รู้ว่าเขาอยากจะให้เราไปร้องเพลงที่จีนหรือคัฟเวอร์เพลงที่เป็นภาษาจีนบ้าง อนาคตก็น่าจะทำ เมื่อก่อนเราเข้าใจว่าภาษาอังกฤษเป็นภาษาอันดับ 1 ของโลก แต่ทุกวันนี้ภาษาจีนก็สูสีมาแล้ว เป็นภาษาที่สำคัญของโลกไปแล้ว ก็คงจะได้ไปศึกษาดูครับ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...