วัยรุ่นนนทบุรี ร้อง ส.ส.ก้าวไกล ถูกคู่กรณียิงใส่ แต่โดนตำรวจตั้งข้อหาหนักฝ่ายเดียว
วัยรุ่นนนทบุรี ร้อง ส.ส.ก้าวไกล ถูกคู่กรณียิงใส่ แต่โดนตำรวจตั้งข้อหาหนักฝ่ายเดียว แฉคนยิงมีแบ็คเป็น เสธ.ทหาร เข้ามาช่วยเร่งรัดคดี หวั่นไม่เป็นธรรม
16 ก.ค. 2566 - ที่สำนักงานพรรคก้าวไกล ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี นายเฉลิมพล ปิ่นแสง อายุ 39 ปี, นายดนัย บุรีรักษ์ อายุ 29 ปี, นายพจษวรรต โยธินธนชาติ อายุ 33 ปี และ นายมงคล แสงฉวาง อายุ 29 ปี เดินทางเข้าร้องขอความเป็นธรรมจาก นายคุณากร มั่นนทีชัย ส.ส.นนทบุรี เขต 6 เพื่อให้ช่วยติดตามความคืบหน้าคดีพยายามฆ่า หลังถูกคู่กรณีใช้อาวุธปืนยิงใส่ ก่อนจะเกิดการตะลุมบอนแย่งปืนจนทำให้คู่กรณีได้รับบาดเจ็บ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 เม.ย.ที่ผ่านมา ภายในหมู่บ้านพระปิ่น 3 ตรงข้ามวัดดอนสะแก 3 ต.บางใหญ่ อ.บางใหญ่
แต่ต่อมา กลุ่มผู้เสียหายกลับถูกแจ้งความดำเนินคดี ในข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นให้ได้รับอันตรายสาหัสอยู่เพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่กลุ่มผู้เสียหายทั้งหมดเข้าไปแย่งปืนจากผู้ก่อเหตุเพื่อป้องกันตัว จึงเกรงว่าคดีนี้จะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจากทราบมาว่าคู่กรณีมี เสธ.ทหารคนดัง เข้าเกี่ยวข้องในคดีด้วย
นายเฉลิมพล เล่าว่า วันเกิดเหตุ นายดนัย และเพื่อนอีก 4 คนนั่งเล่นกันอยู่ที่หน้าโต๊ะสนุกเกอร์ ซึ่งเป็นร้านของตน แต่ตนได้ออกไปทำธุระ ระหว่างนั้นคู่กรณีได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านมาพร้อมกับแฟนสาว และได้ตะโกนให้ของลับ นายดนัยและเพื่อน จึงได้ขี่รถไล่ตามไปถึงหน้าหมู่บ้านพฤกษา 37
จากนั้น นายดนัย ตะโกนบอกให้คู่กรณีหยุดรถ ก่อนถามว่ามาตะโกนให้ของลับทำไม คู่กรณีตอบกลับมาว่า "แล้วพวกมึงจะทำไม" ก่อนที่ทั้ง 2 จะจอดรถยืนโต้เถียงกัน ระหว่างนั้นตนขี่รถกลับมาจากทำธุระพอดี จึงได้จอดรถลงมาดูเหตุการณ์ แต่ถูกคู่กรณีชักปืน 9 มม. ออกมาจากกระเป๋าสะพายยิงใส่ นายดนัย 1 นัด แต่กระสุนพลาด ทำให้เพื่อนตนวิ่งกรูเข้าไปจับคู่กรณีเพื่อแย่งปืน ระหว่างที่ยื้อแย่งปืน คู่กรณีได้ยิงปืนอีก แต่กระสุนไม่ถูกใคร กระทั่งผลักคู่กรณีล้มลงไปกับพื้น คู่กรณีก็ยังยิงอีกกระสุนเฉียดขาตนไปนิดเดียว ทำให้ตนวิ่งเข้าไปช่วยแย่งปืน ซึ่งคู่กรณียังยิงใส่อีกจน นายดนัย ตัดสินใช้เท้าเหยียบปืนไว้ ส่วนเพื่อนคนอื่นจึงช่วยกันรุมทำร้ายคู่กรณีจนสลบ ได้รับบาดเจ็บสาหัส
เวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางใหญ่ เข้ามาระงับเหตุ และได้แจ้งเจ้าหน้าที่กู้ภัยนำตัวคู่กรณีส่งโรงพยาบาล
นายเฉลิมพล เล่าต่อว่า แต่หลังเกิดเรื่อง ตนและกลุ่มเพื่อนอีก 7 คน กลับถูกตำรวจตั้งข้อหาว่า ร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ทั้งที่ในวันเกิดเหตุพวกตนไม่ได้มีอาวุธอะไรไป แต่ถูกคู่กรณีควักปืนยิงใส่ก่อน จึงช่วยกันเข้าไปปล้ำแย่งปืนมาเพื่อป้องกันตัว แต่กลับถูกแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนสาหัส ส่วนคู่กรณีที่ควักอปืนมายิงก่อน ถูกตั้งข้อหาแค่พกปืนไปในที่สาธารณะ ตนกับพวกจึงได้ไปแจ้งความกลับในข้อหาพยายามฆ่า ปรากฎว่าไม่มีความคืบหน้าคดีใด ๆ แต่เป็นพวกตนที่ถูกแจ้งข้อหา ถูกเรียกตัวสอบปากคำเร่งด่วนทั้งหมด เพื่อเตรียมนำตัวส่งฟ้องศาล เนื่องจากตนได้รับข้อมูลมาว่าคู่กรณี มีทางเสธ.ทหารคนหนึ่งที่สนิทสนมเข้ามายุ่งเกี่ยวกับคดี เพื่อเร่งรัดให้เอาผิดกับพวกตนเพียงฝ่ายเดียว
ตนเห็นว่าคดีนี้เริ่มไม่ชอบมาพากล จึงตัดสินใจเข้าร้องขอความเป็น ส.ส. ในพื้นที่เพื่อขอความช่วยเหลือ ตนยอมรับข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนสาหัสจริง แต่เป็นเพราะป้องกันตัว แต่ฝ่ายคู่กรณีกลับถูกตั้งข้อหาเบาแค่พกพาอาวุธปืน ทั้งที่เป็นฝ่ายเปิดฉากให้ของลับ ใช้ปืนยิงใส่กลุ่มพวกตนก่อน การทำงานของตำรวจก็ไม่ชอบมาพากล เร่งรัดดำเนินคดีกับฝ่ายตนเพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่เวลาผ่านมาเกือบ 3 เดือนแล้ว