โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สูตรบริหารเงินเดือน มีกิน มีเก็บ เหลือลงทุน

FinSpace

อัพเดต 31 ม.ค. 2566 เวลา 05.05 น. • เผยแพร่ 10 พ.ค. 2565 เวลา 07.52 น. • FinSpace

เคยเป็นกันมั้ย ? เงินเดือนออกทีไร ก็ใช้ไปเรื่อย เหลือก็เก็บ ไม่เหลือก็ไม่เก็บ หรือบางทีใช้เงินแบบเดือนชนเดือนก็มี

งั้นมาดูการบริหารเงินเดือนฉบับ FinSpace ไว้เป็นแนวทางกันดีกว่า ต้องแยกบัญชียังไง ออมเท่าไหร่ มาดูกัน มีตัวอย่างมาให้ดูด้วยนะ

1.เริ่มจากแบ่งเงินเดือนออกเป็นส่วน ๆ

เริ่มจากแบ่งเงินเดือนออกเป็นส่วน ๆ คือเมื่อได้รับเงินเดือน หรือรายได้มา ก็ให้แยกเป็น

- เงินออม 10% หรือมากกว่านั้น

ไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน และวางแผนการเงิน

- ค่าใช้จ่าย

แบ่งเป็นค่าใช้จ่ายคงที่ที่ต้องจ่ายทุกเดือน เช่น ค่าบ้าน ค่ารถ และค่าใช้จ่ายผันแปร เช่น ค่ากิน ค่าเดินทาง

-คงเหลือ

หากในแต่ละเดือนมีเงินเหลือ จะนำไปใช้เพื่อความสุขอย่างการกินอาหารดี ๆ สักมือ ช้อปปิ้ง หรือจะนำไปออมเพิ่มก็ได้

ตัวอย่างการบริหารเงินเดือน 20,000 บาท

ตัวอย่างการบริหารเงินเดือน 20,000 บาท

สามารถปรับใช้ได้ตามความเหมาะสม ให้เข้ากับรายได้ และรายจ่ายของแต่ละคนได้เลย

แต่ส่วนที่สำคัญคือ ให้ "ออมก่อน แล้วค่อยใช้จ่าย"

จากเงินออม 20% เราจะนำไปออมที่ไหน บริหารยังไงดี ?

บริหาร 20 เปอเซน

แนะนำให้วางแผนเงินออมตาม "สามเหลี่ยมการเงิน" โดยเริ่มจาก

1. ฐานแรก เป็นฐานที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้เราวางแผนการเงินได้มั่งคงในระยะยาว โดยเริ่มจาก

  • เงินสำรองฉุกเฉิน (เป้าหมายระยะสั้น) ให้เก็บเงินในส่วนนี้ไว้เป็นค่าใช้จ่ายฉุกเฉินในตอนที่เราไม่มีรายได้ แต่ยังมีรายจ่ายที่ต้องจ่าย 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายต่อเดือน
  • โอนย้ายความเสี่ยง หากเราไม่อยากรับความเสี่ยงทั้งต่อตัวเราและทรัพย์สินเอง ให้โอนย้ายความเสี่ยงนี้ไปไว้ที่บริษัทประกัน เช่น ซื้อประกันสุขภาพ, ประกันรถยนต์ หรือประกันบ้าน เป็นต้น

2. ฐานสอง เมื่อเราวางแผนฐานแรกเรียบร้อยแล้ว ก็มาต่อที่การออมเงินเพื่อเป้าหมายต่าง ๆ อาจแบ่งเป็น

  • เป้าหมายระยะกลาง เพื่อแต่งงาน, เรียนต่อ หรือซื้อบ้าน เป็นต้น
  • เป้าหมายระยะยาว อย่างการเกษียณ

3. ฐานสาม เป็นการลงทุนเพื่อให้เงินเของเราเติบโตงอกเงย จะเลือกลงทุนแบบไหนก็ได้ ตามความเสี่ยงที่แต่ละคนรับได้ เพราะถึงแม้ว่าเราจะขาดทุนจากการลงทุน ชีวิตเราก็ยังปกติ มีเงินซื้อบ้านเหมือนเดิม มีเงินเกษียณเหมือนเดิม เพราะเราได้วางแผนไว้ก่อนหน้าเรียบร้อยแล้ว

ในทางกลับกัน ถ้าเราเลือกที่จะลงทุนเป็นอย่างแรก แล้วหากวันใดวันนึงเกิดเจ็บป่วยขึ้นมา ต้องเข้าโรงพยาบาลอย่างกระทันหัน ก็ต้องดึงเงินจากการลงทุนมาใช้ก่อน ก็จะทำให้การลงทุนสะดุด ไม่เป็นไปตามที่วางแผนเอาไว้

หรืออยากซื้อบ้านเงินสด เลยนำเงินทั้งหมดที่มีไปลงทุนในคริปโต เพื่อหวังรวยทางลัด ให้เงินงอกเงยจะได้มีเงินมาซื้อบ้านเร็ว ๆ แต่อยู่ดี ๆ โดนเจ้าทุบตลาดร่วง ขาดทุนหนักมาก บ้านที่ฝันเอาไว้ก็คงเหลือแต่เสา ถูกต้องมั้ยครับ ?

ตัวอย่างการบริหารเงินออม 4,000 บาท

ให้เราตั้งเป้าหมายเป็น 3 ระยะ ตาม "สามเหลี่ยมการเงิน"

1. ระยะสั้น 20% (800 บาท) ไว้เป็นเงินสำรองฉุกเฉิน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในสินทรัพย์สภาพคล่อง หากจำเป็นต้องใช้เงินก็สามารถนำออกมาใช้ได้ทันที เช่น บัญชีออมทรัพย์ หรือกองทุนรวมตลาดเงิน

2. ระยะกลาง 50% (2,000 บาท) ไว้ซื้อบ้าน แต่งงาน แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ในพอร์ตลงทุนความเสี่ยงปานกลาง เช่น ฝากประจำ, กองทุนรวมหุ้น หรือกองทุนรวมผสม

3. ระยะยาว 30% (1,200 บาท) ไว้ใช้ยามเกษียณอายุ แนะนำเก็บเงินส่วนนี้ไว้ใน RMF, ประกันบำนาญ หรือกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

สามารถปรับใช้ได้ตามคามเหมาะสม ของรายได้ และรายจ่ายของแต่ละคน

ติดตามบทความอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่ www.finspace.co
ติดตามเรื่องราวการเงินที่จะมาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ที่เป็นคุณก่อนใครได้ที่
Facebook : FinSpace
LINE Official : http://bit.ly/2qL8S48
Twitter : http://bit.ly/2keFfVD
Instagram : http://bit.ly/2ktv2o7
Blockdit : https://bit.ly/37EWqmb
กลุ่มความรู้นักลงทุน: http://bit.ly/3clAwZ2
กลุ่มพัฒนาตัวเอง: http://bit.ly/3ejPXnk
กลุ่มคริปโต บิทคอยน์ NFT: https://bit.ly/3J8LS1W

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...