โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

MILLไตรมาสแรกผงาด ราคาเหล็กขาขึ้นขายเด้ง

ทันหุ้น

อัพเดต 16 พ.ค. 2565 เวลา 23.25 น. • เผยแพร่ 16 พ.ค. 2565 เวลา 23.25 น.

#MILL #ทันหุ้น –MILL โชว์ผลงานไตรมาส 1/2565 กำไรกระฉูด 111 ล้านบาท เติบโต 103% โกยรายได้กว่า 5.15 พันล้านบาท พุ่ง 61% ปริมาณการขายเหล็กเส้นและเหล็กแท่งทรงยาวเพิ่มขึ้น แถมรับอานิสงส์ราคาเหล็กโลกปรับเพิ่มขึ้น ดันผลงานสู่เป้าหมายใหญ่คือการเป็น Green Steel

นายประวิทย์ หอรุ่งเรือง กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิลล์คอน สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ MILL เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2565 มีกำไรสุทธิ 111 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 54 ล้านบาท และ EBITDA อยู่ที่ 293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 22% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนที่มี EBITDA อยู่ที่ 241 ล้านบาท

ขณะที่มีรายได้รวมในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 5,150 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันปีก่อนที่มีรายได้รวม 3,194 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 5,108 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากปริมาณการขายเหล็กเส้นและเหล็กแท่งทรงยาวที่เพิ่มขึ้น

*ราคาเหล็กขาขึ้นดัน

ประกอบกับราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น บริษัทจึงมีโอกาสในการทำกำไรจากการขายเหล็กแท่งทรงยาวซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตเหล็กเส้นของกลุ่มมิลล์คอน ในส่วนของต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 4,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 66% จากช่วงเดียวกันปีก่อน จากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้บริษัทมีกำไรขั้นต้นอยู่ที่ 228 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9% จากช่วงเดียวกันปีก่อน

ทั้งนี้ภาพรวมการดำเนินงานของกลุ่มมิลล์คอน มีการเติบโตทั้งส่วนของธุรกิจหลักและบริษัทร่วมทุนเริ่มสามารถรับรู้กำไรได้แล้ว โดยในไตรมาสแรกของปีนี้ บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมอยู่ที่ 69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 37 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนการเงินที่ลดลง 5% ส่วนของผู้ถือหุ้นปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 6,448 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106 ล้านบาท จากผลการดำเนินงาน ในช่วง 3 เดือนแรกของบริษัท

*มุ่งสู่ Green Steel

นอกจากนี้ผลประกอบการไตรมาส 1/2565 ของกลุ่มมิลล์คอนมีกำไรเติบโตต่อเนื่อง ซึ่งหัวใจสำคัญที่ช่วยสนับสนุนให้ผลประกอบการเติบโตอย่างแข็งแกร่งนอกเหนือจากอานิสงส์ราคาเหล็กในตลาดโลกที่ปรับเพิ่มขึ้น และยังเป็นผลมาจากการบริหารจัดการภายในองค์กร โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างธุรกิจในกลุ่มตามแผนยุทธศาสตร์หลักให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจแบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพราะถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยขับเคลื่อนให้บริษัทไปสู่เป้าหมายใหญ่คือการเป็น Green Steel

เนื่องจากมิลล์คอน เป็นผู้ผลิตเหล็กทุกขั้นตอน ตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ ที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมด้วยการรีไซเคิลอย่างครบวงจร ตลอดจนการกำจัดของเสียอย่างเป็นระบบและมีประสิทธิภาพ โดยของเสียจากขั้นตอนการบดย่อยเศษเหล็กจะถูกนำมาคัดแยกไปใช้เป็นพลังงานเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า มีการใช้พลังงานทดแทน เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ อีกทั้งตระกันจากการหลอมเหล็กสามารถนำมาผสมคอนกรีตในการทำถนนตามหลัก Zero Waste

“กระบวนการดำเนินธุรกิจแบบ Circular Economy คือหัวใจสำคัญที่ทำให้ MILL เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เราใช้พลังงานที่ผลิตได้เองภายในกลุ่ม สามารถนำของเสียมาสร้างมูลค่าเพิ่มได้ ส่งผลให้สามารถบริหารจัดการต้นทุนการผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ” นายประวิทย์ กล่าว

*ราคาเหล็กสูงขึ้น

ส่วนภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็กในช่วงไตรมาส 1/2565 นายประวิทย์กล่าวว่า อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน ทำให้เกิดความผันผวนของราคาวัตถุดิบที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการลงทุนของภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลง ขณะที่ภาวะเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นจากไตรมาสก่อน หลังจากที่สถานการณ์แพร่ระบาดโควิด-19 เริ่มคลี่คลาย

จากข้อมูลของสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2565 ประเทศไทยมีปริมาณการบริโภคเหล็กสำเร็จรูปรวมทั้งสิ้น 4.04 ล้านตัน ลดลง17.8% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยแบ่งเป็นการบริโภคเหล็กทรงยาวอยู่ที่ 1.57 ล้านตัน ลดลง 19.7% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และการบริโภคเหล็กทรงแบนอยู่ที่ 2.47 ล้านตัน ลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน

รู้ทันเกม รู้ก่อนใคร ติดตาม "ทันหุ้น" ได้ที่นี่

APP ทันหุ้น ANDROID คลิก https://qrgo.page.link/US6SA

APP ทันหุ้น IOS คลิก https://qrgo.page.link/QJKT7

LINE@ คลิก https://lin.ee/uFms4n5

FACEBOOK คลิก https://www.facebook.com/Thunhoonofficial/

YOUTUBE คลิก https://www.youtube.com/channel/UCYizTVGMealUUalT6VdUdNA

TELEGRAM คลิก https://t.me/thunhoon_news

Twitter คลิก https://twitter.com/thunhoon1

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...