โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รีวิว SMILE 2 ภาคต่อของรอยยิ้มสยอง ที่จะทำให้คุณหลอน ต้อนรับฮาโลวีน

LSA Thailand

อัพเดต 21 ต.ค. 2567 เวลา 12.25 น. • เผยแพร่ 21 ต.ค. 2567 เวลา 08.00 น. • Lifestyle Asia Thailand
SMILE 2

ใครจะไปรู้ว่าภายใต้ ‘รอยยิ้ม’ นั้น จะแฝงไว้ด้วยความน่ากลัว และคำสาป ที่กลายเป็นวงจรไม่รู้จักจบสิ้น เรากำลังพูดถึงหนังสยองขวัญเรื่องหนึ่ง ที่เมื่อประมาณ 2 ปี ที่แล้ว คือหนังนอกกระแส ลงทุนน้อย แต่เปี่ยมไปด้วยพล็อตคุณภาพ ตอนนี้กลับมาอีกครั้งกับภาคต่อ ตัวละครใหม่ แต่ยังคงความ Horror เช่นเคย ไปพบกับรีวิวเรื่อง SMILE 2

Relate article

รวมหนัง Robot ที่จะทำให้ทุกคนเสียน้ำตา ต้อนรับแอนิเมชั่นสุดซึ้ง The Wild Robot

10 หนังสยองขวัญ และซีรีส์หลอน ๆ น่าดูเดือนตุลา ต้อนรับคืนวันฮาโลวีน มีเรื่องอะไรบ้าง?

Spoiler Alert!!! บทความนี้อาจมีการสปอยล์เนื้อหาสำคัญบางส่วนจากในภาพยนตร์

Lifestyle Asia rating: 3.5/5

ประเภท: หนังสยองขวัญที่มีสไตล์การเล่าเรื่อง และพล็อตอันเป็นเอกลักษณ์ เมื่อ ‘รอยยิ้ม’ อาจจจะไม่ได้สื่อถึงความสุขเสมอไป แต่สิ่งที่ได้รับอาจจะเป็นจุดจบของชีวิตคุณก็เป็นได้

นักแสดงนำ:

  • Naomi Scott รับบทเป็น Skye Riley
  • Kyle Gallner รับบทเป็น Joel
  • Lukas Gage รับบทเป็น Lewis
  • Ray Nicholson รับบทเป็น Paul

ผู้กำกับ: Parker Finn

เวลา: 2 ชั่วโมง 7 นาที

ดูได้ที่ไหน: โรงภาพยนตร์

ดูได้เมื่อไหร่: 17 ตุลาคม 2567

Photo Credit: by Paramount Pictures via Youtube

เราชอบอะไรในหนังเรื่องนี้

พล็อตเรื่องง่าย ๆ แต่น่าสนใจมากในภาคแรก เราซื้อตั๋วเข้าไปดูแบบไม่ได้คาดหวังอะไร แต่โดนตกจากตัวอย่างหนังที่ทำให้รู้สึกว่า ต้องมีอะไรดีแน่ ๆ เลย ซึ่งพอดูจบก็เป็นจริงตามนั้น ถือว่าเป็นความน้อยแต่มาก จนยกให้เป็นหนังสยองขวัญแห่งปี 2022 ไปเลย สำหรับภาคนี้ก็ยังคงคอนเซ็ปต์เดิมอยู่ คือการส่งต่อคำสาปอันน่ากลัวไปสู่ผู้อื่นที่ได้เห็นรอยยิ้มนั้น

เราไม่ชอบตรงไหน

อย่างที่เราเคยบ่นไปหลายรอบแล้วว่า ‘ภาคต่อ’ มักจะมีอาถรรพ์เสมอ ซึ่งสำหรับเรื่องนี้กลายเป็นสิ่งที่ทำให้เราแอบผิดหวังไปอย่างมาก อาจจะเพราะความคาดหวังที่ชอบภาคแรกมาก ๆ ด้วยนั้นแหล่ะ SMILE 2 ใช้การเล่าเรื่องแบบเดิม เพิ่มตัวละครใหม่ ฉากใหญ่กว่าเดิม เพราะคงได้เงินเยอะจากภาคแรก ที่ลงทุนน้อยแต่กำไรเยอะมาก นอกจากไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ ให้เรื่องนี้ดูมีมิติแล้ว จุดหักคะแนนมากที่สุดคือความทรมานที่ต้องเห็นตัวละครนางเอกที่ไม่มีทางสู้ ส่วนผียิ้ม ก็เก่งกาจเหลือเกิน ขยันหลอกทั้งเรื่อง

เนื้อเรื่องย่อ

‘สกาย ไรลีย์’ นักร้องป็อประดับโลก ที่กำลังอยู่ในช่วงทัวร์คอนเสิร์ตรอบโลก ชีวิตเธอเหมือนกำลังจะไปได้สวย กับชื่อเสียง เงินทอง ความสุข แต่ทุกอย่างกลับพลิกผัน เมื่อมีเหตุการณ์โหดร้ายปริศนา ที่ส่งผลให้เป็นฝันร้ายของเธอ นั่นคือได้เห็นการตายอย่างสยดสยอง ที่ใบหน้าของเหยื่อ กลับส่งรอยยิ้มอันน่ากลัวมาให้เธอ หลังจากเหตุการณ์นั้น ภาพหลอนในอดีตต่าง ๆ ก็ผุดขึ้นมาทำร้ายเธอเอง ท่ามกลางความกดดันนี้ เธอจะสามารถหลุดพ้นจากเรื่องราวที่ยากจะอธิบายได้หรือไม่ หรือจะถูกครอบงำโดยสิ่งชั่วร้ายด้านใน

ภาคต่อที่ทำเอา ‘ยิ้มไม่ออก!’

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าเราชื่นชอบหนังเรื่องนี้มาก ๆ ในภาคแรก เป็นหนังสยองขวัญที่เนื้อเรื่องแทบไม่มีอะไรเลย นอกจากการที่มีผีหน้ายิ้มเข้าสิงคน ปั่นหัวให้ประสาทเห็นภาพหลอน จนเป็นบ้าควบคุมตัวเองไม่ได้ และสุดท้ายก็ต้องจบชีวิตตัวเองอย่างโหดเหี้ยม และก่อนตายก็ต้องส่งรอยยิ้มสยองนี้ ให้คนที่พบเห็นต่อ ๆ ไป กลายเป็นวงจรไม่รู้จักจบสิ้น รวมถึงงานภาพ มุมกล้อง การแสดง ฉากหลอกที่แปลกใหม่ อีกส่วนคือพล็อตที่แฝงการสืบสวนสอบสวน ไล่ล่าหาความจริงของอาการประหลาดนี้ ทำให้น่าติดตาม ลุ้นไปกับตัวละครและเรื่องราวที่จะเกิดขึ้น

โดยในตอนจบ ความคิดเห็นส่วนตัวคือสมบูรณ์แบบแล้ว ไม่น่าจะมีต่อได้อีก แต่พอได้เห็นลิสต์ว่าจะมี SMILE 2 ทำให้แอบเซอร์ไพรส์ปนอยากดูและกลัวความคาดหวังของตัวเองไปบ้าง ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริง ๆ สำหรับภาค 2 เป็นการเล่าเรื่องแบบวนซ้ำ นางเอกที่น่าสงสารของเรา ไปเจอคนกำลังจะตายที่ทำร้ายตัวเอง และมอบรอยยิ้มปริศนาก่อนอำลาโลก

Photo Credit: by Paramount Pictures via Youtube

บ่นมาถึงตอนนี้ ไม่ได้แปลว่าหนังมันแย่ขนาดนั้นนะ ถ้าใครเป็นสายที่ไม่ได้คิดอะไรมาก อยากเข้าไปดูหนังผี ก็ต้องโดนผีหลอกสิ เรื่องนี้โดนใจคุณไปเลย ขยันหลอกมาก น่ากลัวด้วย แต่สิ่งที่ทำให้เราไม่ชอบเลยคือ การได้เห็นตัวละครนางเอกที่อ่อนแอ โดนหลอกซ้ำแล้วซ้ำเล่าวนไป โดยที่ไม่ได้มีวิธีตอบโต้อะไรเลย นั้นคือสิ่งที่แย่มาก ๆ จนทำให้เราไม่อยากลุ้น ติดตามต่อแล้ว อาการเบื่อเกิดขึ้นทันทีในโรง ถึงแม้ว่าถ้าตอนจบจะมีอะไรหักมุม ก็ไม่ทำให้ว้าวแล้ว แต่ระหว่างทางคือเราเหนื่อยใจไม่อยากไปต่อแล้ว

ข้อผิดพลาดอีกอย่างน่าจะเป็นการตั้งให้บอสผียิ้มนี้ เก่งเกินไป ที่มีความสามารถในการเข้าไปในจิตใจคน ส่งผลให้เห็นภาพหลอน ขุดปมในอดีตขึ้นมาหลอก หรือกำหนดให้คนที่ถูกสาปเห็นอะไรก็ได้ที่มันอยากให้เห็น ประกอบกับการเซ็ตเนื้อเรื่องที่ตัวละครหลัก ต่อสู้ไม่ได้เลย ทำให้ความน่าสนใจลดน้อยลงไป ไม่มีอะไรให้น่าติดตามแล้ว

SMILE 2
Photo Credit: by Paramount Pictures via Youtube

ภาคต่อ ไม่ได้สร้างสรรค์อะไรใหม่ ๆ เพราะภาคแรกดันไปเล่าหมดแล้วว่าเหตุการณ์ประหลาดนี้เป็นมายังไง ส่วนวิธีที่จะให้หลุดจากวงจร หรืออาการนี้ได้คือการเอาชนะมัน ด้วยการอย่าให้มันควบคุมจิตใจเราได้ แต่ก็ไม่ได้บอกวิธีการชัดเจนอะไรเอาไว้ ว่าจะปราบผีตัวนี้อย่างไร พอ SMILE 2 กลับมาทำอีก แล้วเลือกที่จะทำอะไรเดิม มันก็กลายเป็นว่าไม่มีอะไรเหลือให้คนดูตื่นเต้นแล้ว นอกจากการโดนหลอกทั้งเรื่องตลอด 2 ชั่วโมงกว่า

บทเรียนทำให้รู้ว่า ได้เงินมาเยอะ ก็ใช่ว่าจะทำภาคต่อได้ดี เราเห็นได้ว่ามีการเพิ่มตัวละครมากขึ้น ฉากใหญ่ขึ้น มุมกล้องการหลอก ฉาก Long Take ที่ยาวและยากมากยิ่งขึ้น มันกลายเป็นอะไรที่หมดเสน่ห์จากภาคแรกไปเลย ทั้งเรื่องคือนางเอกโดนผีหลอกและกรี๊ดอย่างเดียว ส่วนมิติตัวละครที่อยากนำเสนออย่างการเป็น ศิลปิน ดารา นักร้อง ซุปเปอร์สตาร์ ที่ต้องอยู่ภายใต้แรงกดดัน ความเหงาเปล่าเปลี่ยว แบกความคาดหวังจากคนดู สะท้อนความรู้สึกภายในจิตใจ จนเป็นจุดอ่อนให้ผีเอามาเล่นงานจากความกลัวเหล่านั้น พูดได้เลยว่าเราไม่ซื้อประเด็นดราม่าพวกนี้เลย เพราะสิ่งเหล่านั้นกลับไม่ได้ทำงานพลักให้เนื้อเรื่องดำเนินไปอย่างที่ควร เป็นอารมณ์ที่ดูเอาสนุกและขาดความล้ำลึกไปอย่างน่าเสียดาย

อ่านเรื่องราวเกี่ยวกับ ไลฟ์สไตล์คนเมือง ร้านอาหารเด็ดดัง แฟชั่นล่าสุด สุขภาพ และความงาม พร้อมกับ เรื่องราวทางวัฒนธรรมต่าง ๆ ได้ที่ Lifestyle Asia

Main, Hero and Featured images: by Paramount Pictures via Youtube

Note : The information in this article is accurate as of the date of publication.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...