โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทพนพเคราะห์ สู่เรื่องพระสี่เสาร์ กับที่มาสำนวน “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก”

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 06 ส.ค. 2567 เวลา 04.51 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 10.01 น.

คนโบราณเชื่อว่าดาว 9 ดวงบนท้องฟ้าซึ่งเรียงตามลำดับ “มหาทักษา” นั้นมีเทพยดาประจำแต่ละดวงอยู่เรียกว่า “เทพนพเคราะห์”อานุภาพจากอิทธิฤทธิ์ของเทวดาเหล่านี้ยังยึดโยงหรือส่งผลต่อโชคชะตาของผู้คนบนโลกด้วย

เทพนพเคราะห์ ประกอบด้วย พระอาทิตย์, พระจันทร์, พระอังคาร, พระพุธ, พระพฤหัส, พระศุกร์, พระเสาร์, พระราหู และพระเกตุ เรียกดาวข้างต้นว่า “ดาวพระเคราะห์” หรือนพเคราะห์ (นพ– แปลว่า 9) ทั้งนี้ ดวงดาวและเทพยดาเหล่านี้ไม่ได้เหมายถึงดาวเคราะห์ในทางวิทยาศาสตร์ (ดวงอาทิตย์ไม่ใช่ดาวเคราะห์) ในทางโหราศาสตร์ไทย เทพยดาทั้ง 9 องค์จะผลัดเปลี่ยนกันคุ้มครองรักษาชีวิตมนุษย์ทุก ๆ คน ตั้งแต่เกิดจนตาย เรียกว่า “เทวดาเข้าเสวยอายุ”

หลักการของเทวดาเข้าเสวยอายุคือ เมื่อบุคคลมีอายุครบแต่ละช่วง เทพนพเคราะห์องค์หนึ่งองค์ใดจะเข้าเสวยอายุบุคคลผู้นั้น ซึ่งอาจให้ได้ทั้งคุณและโทษ เพราะเทพยดาแต่ละองค์มีอุปนิสัยต่างกัน บางองค์ใจดี มีเมตตากรุณา แต่บางองค์มีใจเหี้ยมโหดดุร้าย

ในบรรดาเทพนพเคราะห์ พระเสาร์กับพระราหูขึ้นชื่อเรื่องการบันดาลเคราะห์ร้าย เรียกได้ว่า หากเทวดาทั้ง 2 เข้าเสวยอายุผู้ใด ผู้นั้นจะพานพบแต่เรื่องร้าย ๆ “จะเกิดภัยพิบัติพลัดที่นาคลาที่อยู่และจะได้ความทุกข์ความลำบาก เสียทรัพย์สินเงินทองต่าง ๆ”

อย่างไรก็ตาม ใช่ว่าจะไม่มีวิธีแก้ไข ตามหลักโหราศาสตร์แล้ว หากเทวดาองค์ใดจะเข้าเสวยอายุ ให้แต่งเครื่องสักการบูชาเคารพรับเทวดาองค์นั้น เมื่อทำแล้ว แม้จะเป็นเทวดาที่ดุร้ายมาเสวยอายุ ก็จะส่งผลให้เคราะห์ร้ายกลายเป็นเคราะห์ดีได้ หรือหากเทวดาใจดีเข้ามาเสวยอายุ ผู้สักการบูชาจะมีความสุขความเจริญยิ่งขึ้นไป

เรื่องเทพนพเคราะห์ที่มีผลต่อชะตามนุษย์ ยังปรากฏอยู่ในเอกสารสมุดไทยโบราณ คือ “เรื่องพระสี่เสาร์”

เรื่องพระสี่เสาร์

เรื่องพระสี่เสาร์นี้แปลงจากนิทานภาษาบาลีเป็นไทย ไม่ปรากฏหลักฐานว่าแต่งเมื่อใดหรือใครเป็นผู้แต่ง เป็นหลักฐานทางความเชื่อที่เผยถึงอานุภาพความ “ดุร้าย” ของพระเสาร์ โดยเฉพาะผลต่อชะตาชีวิตของผู้ต่อต้านขัดขืนการบูชาพระเคราะห์ที่เข้ามาเสวยอายุ เป็นเรื่องราวของกษัตริย์นามว่า พระเจ้าสีโสรราช หรือ“พระสี่เสาร์” ขอยกคำอธิบายฉบับร้อยแก้วจากหนังสือ พระสี่เสาร์กลอนสวด (กรมศิลปากร, 2547) มาเล่าโดยย่อ ดังนี้

พระสี่เสาร์เป็นกษัตริย์ผู้มีเดชานุภาพมาก สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ คืนหนึ่งพระองค์มีพระสุบินนิมิตว่า ยอดพระมหาปราสาทหักสะบั้นลง โหรจึงทำนายว่าเป็นเคราะห์ร้าย อีก 7 วัน พระเสาร์จะเข้าเสวยพระชนมายุให้เกิดเภทภัยนานัปการ ขอให้พระองค์ทรงทำบูชาพระเคราะห์เคารพรับพระเสาร์จึงจะพ้นภัย

แต่ปรากฏว่าพระสี่เสาร์ทรงถือตนว่ามีฤทธิ์เดชมาก แม้เทวดาและยักษ์มารยังกริ่งเกรง นับประสาอะไรกับพระเสาร์ จะทำอะไรพระองค์ได้ ว่าแล้วรับสั่งให้ทหารเฝ้าป้องกันปราสาททั้ง 7 ชั้น พร้อมมีพระบัญชาว่าหากพระเสาร์เข้ามาเมื่อใดให้จับกุมเสีย

เมื่อถึงกำหนด พระเสาร์เข้าเสวยพระชนมายุพระสี่เสาร์ ขณะพระองค์บรรทมอยู่นั้นก็บังเกิดความร้อนรุ่มพระหฤทัย เกิดพระสติวิปลาส คว้าได้พระแสงขรรค์แล้วเสด็จออกจากพระมหาปราสาทไปไล่ฟันผู้คนจนวุ่นวายไปทั่วเมือง เหล่าเสนาอำมาตย์และทหารทั้งหลายห้ามปรามไม่ฟัง แล้วทรงม้าพระที่นั่งออกนอกพระนคร ทหารติดตามเสด็จไปก็ไม่ทัน

เมื่อพระองค์มาถึงทุ่งนาแห่งหนึ่ง พลันมงกุฎที่ทรงมาด้วยได้กลายเป็นงอบ พระขรรค์กลายเป็นเคียว ม้ากลายเป็นวัว ขณะนั้นมีชาวนาตามหางอบ ตามหาเคียว ตามหาวัวของตนที่หายไป ประจวบกับข้าวในนายังมีคนขโมยเกี่ยวไปด้วย เมื่อพวกเขาพบพระสี่เสาร์ในสภาพนั้นจึงนึกว่าเป็นโจร พากันเข้าทำร้ายพระองค์จนได้ความเจ็บปวด แล้วยังยึดเอางอบ (มงกุฎ) เคียว (พระขรรค์) และวัว (ม้าพระที่นั่ง) ไปด้วย

พระสี่เสาร์สะบักสะบอมมาพบกับ 2 ตายายผู้ปลูกถั่วปลูกงาเลี้ยงชีพอยู่ในไร่แห่งหนึ่ง จึงขอเข้าไปอาศัยกระท่อมตายายรักษาตัวก่อน ครั้นรุ่งเช้าวันต่อมา ตายายที่กำลังเตรียมจะทำไร่ปลูกถั่วปลูกงาได้พบว่าเมล็ดพันธุ์ที่มีกลับหายไปเสียดื้อ ๆ แล้วหัวพระธำมรงค์ที่ทรงพระภูษาพระสี่เสาร์ยังกลายเป็นถั่วเป็นงาด้วย ตายายจึงคิดว่าพระองค์ลักเอาถั่วงาของตนไปเป็นแน่ แล้วเข้าทำร้ายจนได้ความทุกข์ทรมานเข้าไปอีก

พระสี่เสาร์จึงเสด็จหนีไปยังวัดแห่งหนึ่ง ขออาศัยอยู่กับพระสงฆ์ในวัดและผนวชที่วัดนั้น แต่ระหว่างทรงจัดย้อมผ้าไตรจีวร มีชายผู้หนึ่งติดตามหาโคที่หายไปและพบพระองค์กำลังต้มกรัก (แก่นขนุน) ย้อมผ้าอยู่ ปรากฏว่าผ้าสบงจีวรและรัดประคตที่ทรงย้อมกลายเป็นเนื้อหนังและไส้โค น้ำกรักย้อมผ้าก็แดงฉานดังเลือดโคอีก ชายผู้นั้นเข้าใจว่าภิกษุพระสี่เสาร์คือโจรขโมยโค เข้าทุบตีฟันแทงจนพระอาการเข้าขั้นสาหัส พระองค์จึงเสด็จหนีไปจากวัด

พระสี่เสาร์ระหกระเหินไปถึงต่างเมืองและได้นางสุทัตต์เป็นชายา นางสุทัตต์นั้นถูกท้าวกินนุวัตพระบิดาเนรเทศออกจากเมืองก่อนได้พบพระสี่เสาร์ เนื่องจากมีโหรทำนายว่านางจะทำให้บิดาเสื่อมเสีย เมื่ออยู่กินกับพระสี่เสาร์จนมีโอรสด้วยกัน ท้าวกินนุวัตจึงได้ทราบความจริงว่าธิดาของตนได้พระสี่เสาร์เป็นสวามี จึงถวายบ้านเมืองให้พระสี่เสาร์ปกครองร่วมกับนางสุทัตต์

เวลาผ่านไป เมื่อพระเสาร์โคจรออก มิได้เสวยพระชนมายุพระสี่เสาร์แล้ว พระองค์จึงสิ้นพระเคราะห์กรรมทั้งหลาย สิ่งของต่าง ๆ ก็กลับกลายคืนรูปดังเก่า ผู้คนที่ครอบครองจึงตกใจกลัวความผิด พากันถวายคืนของมีค่าเหล่านั้น ฝ่ายพระสี่เสาร์ทรงระลึกว่าเรื่องราวทั้งหมดเป็นเพราะเคราะห์จากการไม่ทรงกระทำบูชาพระเสาร์ จึงไม่พยาบาทจองเวรต่อผู้ใดเลย

ใจความของเรื่องทั้งหมดจึงเพื่อย้ำเตือนว่า หากไม่เชื่อถือเทพนพเคราะห์หรือไม่สักการบูชาตามคติโบราณ หากเป็นเทวดาที่ดุร้ายย่อมให้เคราะห์กรรมหรือบันดาลโทษร้ายแรงแก่ผู้นั้นได้

พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก

คติเกี่ยวกับเทพนพเคราะห์และอุปนิสัยเหี้ยมโหดของเทวาบางองค์จึงเป็นที่มาของสำนวนไทย “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก” ซึ่งพจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 ให้ความหมายไว้ว่า“ความทุกข์ยากลำบากที่เกิดซ้อน ๆ เข้ามาในขณะเดียวกัน”

ส่วนที่มีทั้งการเข้า (เสวยอายุ) และการแทรกนั้น เพราะจริง ๆ แล้วในแต่ละช่วงอายุที่มีเทวดาคอยบันดาลดวงชะตายังมีเทวดาอีกองค์เข้ามา “แทรก” ระหว่างนั้นด้วย

ยกตัวอย่างจากหนังสือ ตำราเทพนพเคราะห์และวิธีรักษาอุโบสถ (ห้องสมุดมหามกุฏราชวิทยาลัย, 2499) ที่อธิบายการเข้าเสวยอายุและการแทรกของเทพนพเคราะห์ในกรณีของพระเสาร์ ดังนี้

พระศุกร์เสวยตัวเอง ๔ ปีกับ ๑ เดือน แล้วพระอาทิตย์เข้าแซก ๑ ปี กับ ๒ เดือนแล้ว พระจันทร์แซก ๑ ปี กับ ๑๑ เดือน… เมื่อพระศุกร์ออก พระอาทิตย์ก็เข้าเสวยอีกต่อไป”

และเมื่อพิจารณาจากตำราโหราศาสตร์ไทย พระศุกร์กับพระเสาร์ถือเป็น 2 เทพนพเคราะห์ที่ไม่ค่อยจะถูกกันนัก เพราะโดยทั่วไปแล้วพระศุกร์เป็นดาวดี เสวยอายุใครคนนั้นมักจะได้รับความสุขสบาย แต่พระเสาร์คือดาวให้โทษ คือเป็นยอดดาว (วาย) ร้าย ดังนั้น เมื่อพระศุกร์เสวยอายุใคร หากพระเสาร์เข้ามาแทรก จะส่งผลให้เกิดเรื่องไม่ดี ประสบเคราะห์ร้ายแบบซ้ำซ้อน หรือได้รับความทุกข์ยากอยู่เป็นนิจ

ดังความว่า “พระศุกร์เสวยตัวเอง ให้บูชาพระศุกร์จะได้ลาภเงินทองและผ้าผ่อน จะอยู่เย็นเป็นสุข ลาภนั้นจะมาแต่หนอุดรและอาคเณแลฯ … พระเสาร์แซกพระศุกร์ จะพลัดพรากจากของรัก จะเสียเงินทอง ข้าคนจะหนี ให้บูชาพระศุกร์พระเสาร์จึงจะบันเทาโทษแลฯ”

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2544. (ออนไลน์)

สำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์. (2547). พระสี่เสาร์กลอนสวด.กรุงเทพฯ : กรมศิลปากร.

ห้องสมุดมหามกุฎราชวิทยาลัย. (2499). ตำราเทวดานพเคราะห์และวิธีรักษาอุโบสถ.พระนคร : โรงพิมพ์มหามกุฎราชวิทยาลัย. ที่ระลึกในการพระราชทานเพลิงศพ นางบุญเรือน ชูบรรจง.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 5 สิงหาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เทพนพเคราะห์ สู่เรื่องพระสี่เสาร์ กับที่มาสำนวน “พระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก”

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...