โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

บ้านทองหยอด โรงเรียนแบดมินตันที่เริ่มต้นจากการขายขนมไทย ผู้ปลุกปั้น “วิว-กุลวุฒิ” คว้าเหรียญเงินโอลิมปิก

Stock2morrow

อัพเดต 05 ส.ค. 2567 เวลา 15.27 น. • เผยแพร่ 05 ส.ค. 2567 เวลา 15.27 น. • Stock2morrow
บ้านทองหยอด โรงเรียนแบดมินตันที่เริ่มต้นจากการขายขนมไทย ผู้ปลุกปั้น “วิว-กุลวุฒิ” คว้าเหรียญเงินโอลิมปิก

บ้านทองหยอด โรงเรียนแบดมินตันที่เริ่มต้นจากการขายขนมไทย ผู้ปลุกปั้น “วิว-กุลวุฒิ” คว้าเหรียญเงินโอลิมปิก

นาทีนี้คงไม่มีคนไทยคนไหนไม่รู้จัก “วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์” นักกีฬาแบดมินตันทีมชาติไทยผู้คว้าเหรียญเงินในโอลิมปิกเกม 2024 แต่เส้นทางนี้จะขาดผู้สนับสนุนรายสำคัญอย่าง “บ้านทองหยอด” ผู้ปลุกปั้นนักกีฬาแบดมินตันไทยไปคว้าแชมป์โลกแล้วถึง 2 คนด้วยกัน

วันนี้ Stock2morrow จะพาทุกคนมาเจาะธุรกิจโมเดลของ “บ้านทองหยอด” ว่าทำไมโรงเรียนที่เปิดสอนเฉพาะแบดมินตันล้วน ๆ ถึงสามารถกลายเป็นสถานที่ฝึกสอนแบดมินตันที่มีชื่อเสียงและสร้างนักกีฬาระดับโลกได้

[ชีวิต วิว-กุลวุฒิ ไม่ได้ง่ายเหมือนที่คิด ?]

เริ่มต้นแรกเริ่ม “วิว กุลวุฒิ วิทิตศานต์” ในวัย 7 ปี ได้เริ่มเล่นแบดมินตันตามคุณพ่อของเขาในระยะเริ่มแรก โดยเริ่มเล่นด้วยความสนุกสนานเพียงเพื่อต้องการหายขาดจากโรค “ภูมิแพ้” ที่เป็นอยู่

ต่อมาจึงเริ่มเข้าฝึกแบดมินตันอย่างจริงจังเพื่อลงแข่งในระดับยุวชนและเยาวชนภายในประเทศ ก่อนที่จะเริ่มย้ายสังกัดเข้ามาสู่ “บ้านทองหยอด” เมื่อวัย 13 ปี โดยได้แรงบันดาลใจจากรุ่นพี่ที่คว้าแชมป์โลกอย่าง “เมย์- รัชนก อินทนนท์”

ในปีแรกวิว-กุลวุฒิ ก็ยังไม่ได้โชว์ฟอร์มออกมาดีนัก ก่อนที่ในปีต่อ ๆ มาจะสามารถคว้าแชมป์เยาวชนโลกได้ 3 สมัยติดต่อกัน

ทั้งนี้ในปี 2565 วิวยังคว้าเหรียญทองในกีฬาซีเกมส์ 2022 ที่ประเทศเวียดนามมากฝากคนไทย และคว้าแชมป์โลกชายเดี่ยวในปี 2566 ได้สำเร็จ

ล่าสุดในงานโอลิมปิกเกม 2024 ที่ประเทศฝรั่งเศส วิว-กุลวุฒิ ก็ยังเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ แต่พลาดท่าให้กับคู่แข่งอย่าง Viktor Axelsen ก่อนคว้าเหรียญเงินกลับมาฝากคนไทย

[โมเดลธุรกิจบ้านทองหยอด]

เริ่มแรกของบ้านทองหยอดเกิดขึ้นจาก “โรงงานทำขนมไทย” ก่อนที่เริ่มสร้าง “ชมรมแบดมินตันบ้านทองหยอด” จากความตั้งใจว่าอยากให้ลูก ๆ เพื่อน ๆ มีสถานที่เล่นแบดมินตัน ก่อนที่ท้ายที่สุดจะมีการจ้างโค้ชเข้ามาฝึกสอนภายในอย่างจริงจัง และขยายพื้นที่เป็น “โรงเรียนแบดมินตันบ้านทองหยอด”

ธุรกิจโมเดลของบ้านทองหยอด แบ่งออกเป็น 2 ส่วนใหญ่ ๆ ได้แก่

- สปอนเซอร์

- ค่าเล่าเรียนแบดมินตัน

ในส่วนของสปอนเซอร์ผู้สนับสนุนบ้านทองหยอดอย่าง Yonex ก็ได้มอบอุปกรณ์กีฬาให้กับนักกีฬาในสโมสรอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะมีเพียงนักกีฬาและนักเรียนที่ได้รับการคัดเลือกเท่านั้น

โดยโรงเรียนบ้านทองหยอดเปิดเผยว่าได้เงินเฉพาะค่าเรียนเฉลี่ยปีละเกือบ 40 ล้านบาทเลยทีเดียว

คำนวณจากนักกีฬาในสังกัดประมาณ 300 คน เฉลี่ยมีค่าเรียนคนละ 10,000 บาทต่อเดือน

นั่นหมายความว่าใน 1 ปี บ้านทองหยอดมีรายได้มากถึง 36 ล้านบาท

ทั้งนี้แม่ปุกเปิดเผยว่าหากเป็นช่วงที่ “เมย์-รัชนก” เพิ่งได้แชมป์โลกมาหมาด ๆ อาจพุ่งสูงขึ้นถึง 60 ล้านบาทต่อปีเลยทีเดียว

[บ้านทองหยอด ธุรกิจที่มีแต่ให้กับให้]

ก่อนที่ “เมย์-รัชนก” จะคว้าแชมป์โลกได้ คุณกมลา ทองกร (แม่ปุก) ควักเงินตัวเองให้เด็กไปแข่งขันทัวร์นาเมนต์ต่าง ๆ จัดซื้ออุปกรณ์ จ้างโค้ชปีละหลายล้านบาท

และแม้ว่า “เมย์-รัชนก” จะสามารถคว้าแชมป์โลกได้แล้ว แต่การปั้นนักกีฬา 1 คนเพื่อเติบโตบนเส้นทางอาชีพหรือก้าวขึ้นสู่ระดับโลกใหม่ ๆ นั้น ก็ยังจำเป็นต้องใช้เงินจำนวนหนึ่งอยู่ดี ซึ่งเฉลี่ยแล้วก็ตก 1 ล้านบาทเหมือนเดิม

ดังนั้นเงินที่หาได้จากบ้านทองหยอด ส่วนใหญ่มักจะถูกนำไปลงทุนกับนักกีฬา เนื่องจากนักกีฬาส่วนใหญ่ไม่มีเงินเดือนอยู่แล้ว ทำให้เงินที่ได้จากการแข่งขันจะถูกนำไปเป็นค่าใช้จ่ายส่วนตัว และไม่ได้หักเข้ากระเป๋าเลยแม้แต่บ้านเดียว เว้นแต่จะเป็นนักกีฬาบ้านทองหยอดเท่านั้นที่จะแบ่งเงินเข้ากองทุนบ้านทองหยอด 10%

แม้ว่าสุดท้ายแล้ว “วิว-กุลวุฒิ” จะยังไม่สามารถคว้าเหรียญทองในงานโอลิมปิก 2024 ได้ แต่เชื่อว่าปีหน้า ๆ ประเทศไทยจะกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งอย่างแน่นอน

#Stock2morrow #Badminton #Kunlavut #บ้านทองหยอด #ธุรกิจ #การลงทุน #ประเทศไทย #โอลิมปิก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...