‘Short n’ Sweet’ อัลบั้มใหม่จาก Sabrina Carpenter ที่มีตั้งแต่เพลงป๊อป บัลลาด คันทรี R&B ดิสโก้ ยันอัลเทอร์เนทีฟร็อก
ซาบรินา คาร์เพนเทอร์ (Sabrina Carpenter) เป็นสาวบลอนด์มหัศจรรย์ที่ทำให้คนทั่วโลก ตะโกนร้องเพลงของเธอออกมาดังๆ ได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดเนื้อร้อง เพราะหลายคนน่าจะรู้จักท่อนไวรัลจากเพลงต่างๆ ของเธอ ไม่ว่าจะเป็น“Now he’s thinkin’ ’bout me every night, oh. Is it that sweet? I guess so. Say you can’t sleep, baby, I know. That’s that me, espresso.” ที่ทำให้เพลง ‘Espresso’ สุดน่ารัก ที่ว่าด้วยการมีคนรักที่ติดเรางอมแงม คิดถึงทั้งวัน ทั้งคืน จนนอนไม่หลับเหมือนกาแฟเอสเพรสโซ โด่งดังเป็นพลุแตก และต่อเนื่องความปังไม่หยุดหย่อนกับเพลง ‘Please, Please, Please’ ที่ว่าด้วยการหวังอยู่ลึกๆ ให้คนรักไม่ทำตัวบ้งในแบบที่เราคิดไว้แล้วลึกๆ จนท่อน“Please, Please, Please. Don’t prove I’m right. And please, pleasе, please. Don’t bring me to tеars when I just did my makeup so nice. Heartbreak is one thing, my ego’s another.” แฟนๆ ร้องกันด้วยอินเนอร์เสียดสีความรักแบบแรงดีไม่มีตก
ซึ่งก็เป็น 2 ใน 12 เพลง ที่อยู่ในอัลบั้มใหม่ของซาบรินาอย่าง ‘Short n’ Sweet’ ที่เธอเพิ่งปล่อยออกมา ซึ่งทำเอาหลายคนประทับใจ และเซอร์ไพรส์สุดๆ ที่ได้ฟังเพลงหลายรสชาติ และหลากหลายดนตรีในอัลบั้มเดียว เพราะซาบรินาเล่นเหมารวบทำทั้งเพลงป๊อป, บัลลาด, คันทรี, R&B, ดิสโก้, ซินธ์ป๊อป ยุค 80s, อะคูสติก หรือจะอัลเทอร์เนทีฟร็อก ก็มีเหมือนกัน! ด้วยความตั้งใจที่ว่า เธอจะทำทุกอย่างที่เธออยากทำ โดยไม่จำกัดตัวตนของเธอไว้แค่แบบใดแบบเดียว หรือมีภาพจำ ภาพจำเดียว อีกต่อไป
ในอดีต เธอเคยถูกพูดกรอกหูว่า การเป็นศิลปินต้องหาสไตล์ของตัวเองให้เจอ ซึ่งสไตล์นั้นควรมีแค่สไตล์เดียว แน่นอน ซาบรินาใช้เวลาเรียนรู้เรื่อยมา เธอค่อยๆ พาตัวเองมาอยู่ในจุดที่เรียกว่าเป็นศิลปิน หลังจากเคยเป็นนักแสดงเด็กมาก่อน ตั้งแต่เพลงแรกที่ปล่อยปี 2014 แต่ชื่อของเธอก็ยังไม่ได้เป็นที่จดจำในฐานะศิลปิน เรื่อยมาจนปี 2021 เธอเซ็นสัญญากับค่ายปัจจุบันของเธอ Island Records และอัลบั้มในปี 2022 ของเธอ emails i can’t send ก็ทำให้ชื่อของเธอถูกจดจำในฐานะเจ้าของเพลง Nonsense และ Feather ที่ได้รับความนิยมได้ในที่สุด และหลังจากวันนั้นจนปัจจุบันนี้ ซาบรินาก็ทำเพลงในแบบที่เธอพึงพอใจ และยืนยันกับตัวเองเป็นที่เรียบร้อยผ่านอัลบั้มใหม่นี้ว่า เธอไม่ซื้อความเชื่อที่ว่าการเป็นศิลปิน ควรจะทำเพลงแค่สไตล์เดียวถึงจะอยู่รอด แต่เธอเชื่อในการสะท้อนตัวตนผ่านเพลง โดยไม่จำกัดตัวเองต่างหาก และนี่คือคำตอบที่เธอใช้เวลาตามหามา 10 ปีในเส้นทางศิลปิน
“ตอนฉันยังเด็ก เคยมีผู้ชายที่โตกว่าหลายคนบอกกับฉันว่า ฉันจำเป็นต้องเลือกแนวเพลงในการทำเพลง แล้วก็ควรอยู่กับการทำเพลงแนวนั้นแนวเดียวต่อไปก็พอ ซึ่งมันดันไม่มีแนวเพลงไหนที่ทำให้ฉันรู้สึกตื่นเต้นในเวลานั้นเลยค่ะ มันเหมือนเป็นความคิดของพวกเขามากกว่าที่มาบอกว่าฉันควรเป็นยังไง ซึ่งตอนนั้นฉันอายุแค่ประมาณ 12-13 ปีเอง ฟังดูมันอาจจะบ้า แต่นั่นคือสิ่งที่เข้ามาในหัวฉันจริงๆ” ซาบรินาให้สัมภาษณ์กับ Paper Magazine และนั่นทำให้ “ฉันก็เลยแอบคิดอย่างลับๆ มาตลอดชีวิตว่า เป้าหมายของฉันคือการสร้างสิ่งที่แม้จะมีหลากหลายแนว แต่ยังสะท้อนถึงตัวฉันได้ด้วย เพลงทั้งหมดอาจจะดูแตกต่างกัน แต่มุมมองผ่านเนื้อเพลงที่สื่อสารออกมา ทั้งหมดมันคือ ซาบรินา มันคือฉันและเรื่องราวในชีวิตของฉันทั้งหมด นี่แหละคือจุดเชื่อมโยงที่ฉันจะสื่อค่ะ”
เราเชื่อว่า คนทุกคนมีจังหวะเวลาชีวิตของตัวเองในการผลิบาน หรือจะพูดได้ว่า เวอร์ชันที่ดีที่สุดของตัวเราของแต่ละคน ไม่มีสูตรกำหนดตายตัว ว่าต้องเกิดขึ้นตอนอายุเท่าไร หรือเวลาใด ซาบรินาก็เชื่อแบบนั้น เธอจึงตั้งใจทำงานมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา แม้จะยังไม่แมส แม้เพลงจะยังไม่เป็นที่รู้จัก แต่เธอก็เชื่อเสมอว่าสักวันหนึ่ง จะต้องมีคนรู้จักเธอ และวันนั้นก็เกิดขึ้นจริง วันที่เธอรอมาตลอด
“ฉันเชื่อเรื่องจังหวะเวลาที่เหมาะสมค่ะ ฉันเชื่ออยู่เสมอเลย ว่ามันจะมีช่วงเวลาในชีวิตของทุกคนที่เป็นฤกษ์งามยามดีรออยู่ แต่มันคงไม่เกิดขึ้นเลย ถ้าฉันไม่ทำงานหนักมาตลอดหลายปี ทำงานหนักเพื่อให้สัมผัสถึงเสียงที่แท้จริงของตัวเอง และตื่นเต้นกับสิ่งต่างๆ ที่กำลังทำ ฉันต้องต่อสู้กับเสียงและความคิดเห็นมากมาย ต่อสู้กับผู้คนที่คอยบงการฉันเมื่อตอนฉันยังเด็ก ไม่ว่าจะเป็นในด้านดนตรี หรือด้านการแสดง เพราะตอนนั้นฉันยังเป็นเด็กน้อยที่เพิ่งเข้ามาในวงการนี้”
การที่เพลงขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ขึ้นมาได้ เป็นเรื่องที่ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา ไม่เคยเกิดขึ้นกับซาบรินาเลย เธอบอกกับ The Guardian ว่า “ฉันไม่เคยอยู่บนชาร์ตมาก่อนเลยจนกระทั่งไม่นานมานี้ มันจึงเป็นเรื่องใหม่ๆ ของฉัน คือฉันสนใจมันนะ แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่ฉันเขียนเพลงขึ้นมา และไม่ใช่เหตุผลหลักที่จะใช้มันแต่งเพลงต่อไปด้วย” เพราะเหตุผลหลักจริงๆ ของเธอคือการได้ทำเพลงแบบที่เธอให้สัมภาษณ์กับ Paper ไว้ว่า “ฉันพยายามที่จะอยู่กับปัจจุบันและเป็นศูนย์กลางของตัวเอง” เพราะ “ฉันรู้อยู่เสมอว่านี่คือสิ่งที่ฉันจะทำกับชีวิตของฉัน และฉันไม่เคยแคลงใจกับมันเลยจริงๆ”
สำหรับเพลงใหม่ในอัลบั้ม ‘Short n’ Sweet’ เต็มไปด้วยความแตกต่างของแนวเพลง และเนื้อเพลงที่เธอเขียนออกมาในสภาวะอารมณ์ที่แตกต่างกันของผู้หญิงที่ชื่อซาบรินา ตั้งแต่เพลง ‘Taste’ ที่เธอชวน เจนนา ออร์เทกา (Jenna Ortega) มาเล่นเอ็มวี ที่ว่าด้วยการฟาดฟันกันของหญิงสาว ระหว่างแฟนใหม่ของเขาคนนั้น กับแฟนเก่าของเขาคนนั้น เสียดสีกันไปมา เรื่องการแชร์ผู้ชายกัน เธอคบเขา ก็เหมือนได้ลิ้มรสของฉัน เพราะฉันกินเขาแล้วย่ะ! ซึ่งก็เหมือนภาพผู้หญิงตีกันเพราะผู้ชายคนเดียว ที่เกิดขึ้นหลายต่อหลายครั้งในสังคม ที่ในตอนจบ เมื่อผู้ชายคนนั้นได้หายไปจากชีวิตของพวกเธอทั้งคู่ (ในเอ็มวีคือผู้ชายสู่ขิตไปแล้ว) พวกเธอก็สงบศึกกันทันที นั่นแปลว่าศัตรูที่แท้จริงของพวกเธออาจไม่ใช่ผู้หญิงด้วยกันตั้งแต่แรก แต่เป็นผู้ชายต้นเรื่องต่างหาก!
เพลง ‘Good Graces’ ที่ว่าด้วยการมอบความรัก ความใส่ใจให้แฟนหนุ่ม ราวกับว่าเราเป็นนางฟ้า แต่ถ้าคุณทำให้ฉันผิดหวัง ฉันก็พร้อมจะจากไปนะ อารมณ์เหมือนรักก็รักจริง แต่ถ้าได้เกลียดก็เกลียดจริงเหมือนกัน
เพลง ‘Sharpest Tool’ นี้ว่าด้วยการติดอยู่กับความสัมพันธ์ที่ไม่ชัดเจน มีเซ็กซ์กันแล้วทำตีเบลอ หนีหายไป โดยใช้ความเงียบแทนคำอธิบายกันตรงๆ แต่วันไหนอยากมาก็โผล่มา วันไหนอยากไปก็หายไป หรือนี่เป็นกลยุทธ์ที่ทำให้ผู้หญิงหัวหมุนของเขา?
เพลง ‘Slim Pickins’ ที่ว่าด้วยการตัดสินใจเลือกผู้ชายเข้ามาในชีวิตที่ยากเหลือเกิน เพราะคนดีๆ ที่ที่เติมเต็มชีวิตให้ดีขึ้น มันหายาก เพราะบางทีคนที่ได้เจอก็ดันเป็นอย่างเนื้อร้องที่ว่า “ผู้ชายคนนี้ เขาไม่รู้ถึงความต่างระหว่าง ‘there’, ‘their’, and ‘they are’ แต่เขาก็ยังเปลือยอยู่ในห้องฉัน” ถือเป็นเนื้อเพลงที่ฟังแล้วซู้ดปากขัดกับดนตรีฟังสบายแนวคันทรีสุดๆ ไปเลย และสุดท้ายสาวๆ บางคนก็อาจเริ่มปลงกับการตามหารักแท้ไปแล้ว ก็มันเหนื่อยอะแม่
หรือจะเพลง‘Juno’ ที่ว่าด้วยช่วงอารมณ์ที่เราคลั่งรักสุดๆ และพยายามบอกคนรักว่า เธอน่ะไม่ต้องพยายามพิสูจน์อะไรแล้ว เพราะเธอมีทุกอย่างที่พอดิบพอดี ทุกอย่างที่ทำให้ฉันอยากให้คุณมาตกหลุมรักฉัน
หรือจะหักเลี้ยวมาวีนผู้อีกครั้ง กับเพลง‘Lie To Girls’ ที่ว่าด้วยการแซะชายแท้บางคนไปพร้อมๆ กับแซะตัวเองไปด้วยว่า ไม่ต้องใช้เล่ห์เหลี่ยมมาโกหกสาวๆ หรอกจ้ะ เพราะบางทีผู้หญิงที่ชอบคุณ เขาก็โกหกตัวเองว่าคุณน่ะดีอยู่แล้ว! แสบสุดๆ สาวซาบรินา
12 เพลง 12 รสชาติของซาบรินา เป็นตัวตนส่วนหนึ่งและเรื่องราวในชีวิตของเธอที่อยากบอกเล่าให้คนฟังได้รับรู้ ซึ่งเราเชื่อว่า ใน 12 เพลง ต้องมีสักเพลงที่คุณชอบ และทำให้คุณหลงรักผู้หญิงคนนี้ได้อย่างง่ายๆ เลยล่ะ
อ้างอิง:
https://www.papermag.com/sabrina-carpenter-cover#rebelltitem19
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
- ‘Short n’ Sweet’ อัลบั้มใหม่จาก Sabrina Carpenter ที่มีตั้งแต่เพลงป๊อป บัลลาด คันทรี R&B ดิสโก้ ยันอัลเทอร์เนทีฟร็อก
- Mia Goth ราชินีหนังหวีดที่มองเห็นความหวังในบทบาทเด็กสาวในหนังสยองขวัญเสมอ
- หาก ROCKSTAR บอกเล่าถึงการเป็นคนไทย NEW WOMAN ก็ตั้งใจบอกเล่าถึงการเป็นหญิง และถ้าพวกผู้ชาย (not all) จะตีก็ตีกันไป งานนี้ เหล่า ‘ผู้หญิงคนใหม่’ จะคอยอยู่เคียงข้างกัน
ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com