โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Y Write เปิดแนวคิดและกระบวนการเขียนนวนิยายวายให้กลายเป็นซีรีส์

นิตยสารคิด

อัพเดต 16 ส.ค. 2567 เวลา 02.35 น. • เผยแพร่ 16 ส.ค. 2567 เวลา 02.35 น.
y-write-cover

กิจกรรมเสวนาในหัวข้อ “Y Write เขียนวายอย่างไร ให้กลายเป็นซีรีส์” จัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 3 สิงหาคม 2567 ที่ผ่านมา ณ ห้องออดิทอเรียม ชั้น M TCDC กรุงเทพฯ โดยเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่สนใจร่วมเรียนรู้กระบวนการทำงานและแลกเปลี่ยนความคิดกับผู้สร้างสรรค์เรื่องราวผ่านปลายปากกาไปสู่หน้าจออย่าง “นักเขียนบทซีรีส์และนวนิยายวาย” ที่ขับเคลื่อนให้อุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยให้สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ และผลักดันให้วงการซีรีส์วายไทยดังไกลในระดับโลก

“คิด” ได้มีโอกาสร่วมรับฟังการเสวนาโดย คุณเบส กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของนามปากกา ‘นายพินต้า’ ผู้เขียนนวนิยายวายเรื่อง เกียร์สีขาวกับกาวน์สีฝุ่น, ใครคืออองชองเต และรักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว ที่ถูกนำไปดัดแปลงเป็นซีรีส์ และ ครูโย ดร.อภิรักษ์ ชัยปัญหา ผู้เขียนบทซีรีส์วายเรื่อง The Rebound เกมนี้เพื่อนาย, วันดีวิทยา, คาธ และบทละครโทรทัศน์เรื่องดังอย่าง เกมรักทรยศ, ตะวันตกดิน และ รองเท้านารี พร้อมกับได้เก็บรายละเอียดสำคัญจากการเสวนาดังกล่าวมาฝากกัน

(จากซ้ายไปขวา) คุณเบส กิตติศักดิ์ คงคา เจ้าของนามปากกา ‘นายพินต้า’, ครูโย ดร.อภิรักษ์ ชัยปัญหา ผู้เขียนบทซีรีส์วาย

อยากสร้างเรื่อง ต้องเริ่มที่ตรงไหน
การเสวนาเริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามถึงการสร้างเรื่องวายขึ้นมาสักเรื่องว่าต้องเริ่มที่ตรงไหน ซึ่งคุณกิตติศักดิ์ได้ตอบคำถามนี้ไว้อย่างน่าสนใจว่า “ให้ตั้งต้นจากสิ่งที่อยากเล่า แล้วนำมาทำเป็นโครงสร้าง และย้อนกลับมาที่ทฤษฎีการเขียนเบื้องต้น ว่าเรื่องเล่าที่สนุกมีองค์ประกอบอะไรบ้าง จากนั้นผสมผสานระหว่างสิ่งที่ต้องเล่าและสิ่งที่อยากเล่าให้ลงตัว ใช้ประเด็นความสนใจส่วนตัว และหาความพิเศษในสิ่งนั้นมาสร้างเป็น Big Idea ขึ้นมา ที่สำคัญคืออย่าคิดว่าตนเองกำลังคิดพล็อต ให้นำประสบการณ์ตรงมาใช้แทน”

ส่วน ดร.อภิรักษ์ ซึ่งมีโมเดลแตกต่างจากคุณกิตติศักดิ์โดยเป็นทั้งนักเขียนบทและผู้จัดซีรีส์ ได้ให้คำตอบในทิศทางเดียวกันว่า “ผู้จัดจำเป็นต้องค้นหาเนื้อเรื่อง แนวคิด และ Big Idea ที่น่าสนใจ เพื่อนำเสนอในแต่ละแพลตฟอร์ม โดยให้คิดถึงการทำงานร่วมกัน ว่าจะทำอย่างไรให้ผลงานมีความสดใหม่ (Virgin Area) ค้นหาเนื้อหาที่ตนเองอยู่ด้วยแล้วมีความสุขและสามารถขายได้ รวมทั้งต้องให้เจ้าของแพลตฟอร์มเห็นถึงความสนุก”

เล่าวายอย่างไร ให้โดนใจคนดู
หลังจากสร้างเรื่องขึ้นมาแล้ว คำถามต่อมาคือแล้วเราจะเล่าเรื่องวายนั้นอย่างไรให้ฮุคใจคนดูได้อยู่หมัด คุณกิตติศักดิ์กล่าวว่า ต้องเข้าใจก่อนว่าผู้ชมต้องการเห็นอะไร นำสิ่งที่ผู้ชมต้องการเห็นมาก่อน และจึงนำเรื่องที่ตนเองสนใจเสริมเข้าไป โดยให้ความสำคัญกับเรื่องของความสัมพันธ์เป็นหลัก ซึ่งนวนิยายเป็นการเล่าเรื่องผ่านตัวอักษรจึงมีการใส่อารมณ์ของตัวละครได้มากกว่าซีรีส์ จึงจำเป็นต้องดูว่าสิ่งที่เขียนออกมานั้นจะอยู่ในสื่อประเภทไหน เพื่อให้ตรงกับการสื่อสาร และความต้องการของผู้ชม

ด้าน ดร.อภิรักษ์กล่าวเสริมว่า ผู้จัดจะอ่านนวนิยายวายจากเรื่องย่อที่ถูกส่งมา ดังนั้นสิ่งที่สำคัญที่จะทำให้นวนิยายได้นำไปทำเป็นซีรีส์ คือเรื่องย่อและประเด็นสำคัญของเนื้อเรื่อง (Log Line) บางเรื่องที่นักเขียนไม่ได้นำเสนอประเด็นสำคัญที่น่าสนใจขึ้นมา จึงไม่ได้รับการคัดเลือก ทางแก้คือ ควรหัดเขียนเรื่องย่อให้ดีเพื่อนำเสนอเรื่องที่ต้องการขาย ในส่วนของการเป็นผู้จัด ถ้าได้อ่านนวนิยายจริง ๆ แล้วเกิดความรู้สึกร่วม สนใจที่จะติดตามความเป็นไปของตัวละคร หรือเป็นเรื่องที่ค่ายสนใจเป็นพิเศษ จึงจะคัดเลือกมาทำเป็นซีรีส์ รวมถึงนักเขียนบทจำเป็นต้องทำความเข้าใจกระแสในโลกออนไลน์ ว่าเพราะอะไรนวนิยายนั้นถึงมีชื่อเสียง เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับการสร้างเป็นซีรีส์

เมื่องานเขียนกลายเป็นซีรีส์
หลายคนอาจะสงสัยถึงความแตกต่างของวิธีการสื่อสาร กระบวนการทำงาน รวมถึงผลตอบรับจากผู้ชม ระหว่างงานเขียนและซีรีส์ ซึ่งคุณกิตติศักดิ์ก็ได้อธิบายในแง่มุมนี้ว่า เมื่อนวนิยายถูกนำไปทำเป็นซีรีส์ กระบวนการทำงานจะเปลี่ยนไป ผลตอบรับทางโซเชียลมีเดียจะเร็วมาก บางครั้งผู้ชมซีรีส์ได้กลับมาย้อนอ่านนวนิยายและวิจารณ์มากขึ้น ทำให้เห็นประเด็นที่ควรแก้ไขหรือนำเสนอได้ ส่วนตัวแทนจากทางนักเขียนบทซีรีส์คือ ดร.อภิรักษ์ ได้ให้คำตอบว่า ในช่วงเริ่มแรก ตนเองไม่กล้าปรับบทจากนวนิยาย แต่หากมีการดัดแปลงจะคุยกับนักเขียนก่อนเสมอ และต้องเคารพนักเขียนรวมถึงแฟนคลับด้วย โดยกล่าวว่า “กลุ่มวัฒนธรรมวายเป็นกลุ่มที่แฟนคลับมีผลกับเรื่อง ผู้จัดต้องเคารพพวกเขา ต้องตระหนักและเรียนรู้ว่าจะนำเสนอแค่เด็กในสังกัด แล้วนำเนื้อหามาสวมไม่ได้ ไม่ใช่นวนิยายทุกเรื่องจะเข้านักแสดงคู่หลักได้”

นอกจากนี้ คุณกิตติศักดิ์ได้เสริมแนวคิดดังกล่าวว่า “ในวัฒนธรรมวาย คู่หลักจะไม่ค่อยเปลี่ยน พวกเขามีภาพจำเป็นไอดอลคู่ เวลาทำงานจึงต้องหาผลงานที่เหมาะสมกับคู่นักแสดง วิธีทำงานมีสองแบบ คือตั้งต้นจากเรื่อง หรือตั้งต้นจากนักแสดง ดังนั้นการพยายามที่จะเปลี่ยนบทประพันธ์หรือเปลี่ยนนักแสดงมักจะไปไม่รอด ทางที่ดีคือต้องเลือกเรื่องที่เหมาะสมกับนักแสดงจริงๆ” รวมถึงประเด็นเรื่องผลตอบรับจากผู้ชมที่ทั้งสองพูดไปในทิศทางเดียวกัน โดยคุณกิตติศักดิ์บอกว่า “เราโชคดีแค่ไหนที่มีคนพร้อมจะรีแอ็กผลงานกับเราเสมอ ว่างานดีหรือไม่ดีอย่างไร ทำให้เห็นถึงการทำงานร่วมกันระหว่างผลงานกับผู้ชมทันที นี่เป็นรางวัลของคนทำงาน เราควรขอบคุณสิ่งนี้ และนำสิ่งนี้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

ไม่ต่างกันกับ ดร.อภิรักษ์ที่มองเห็นถึงความสำคัญของคำวิจารณ์หรือฟีดแบ็กของผู้ชม โดยกล่าวว่า “ผู้ชมซีรีส์วายมีกระบอกเสียงทางโซเชียลมีเดียเยอะ เช่น การติดแฮชแท็กต่าง ๆ ทำให้ผู้จัดและค่ายเห็นคำวิจารณ์และข้อติชมได้ทันที โดยมีทั้งแง่บวกและแง่ลบ มีประโยชน์ในการจับประเด็นที่ผู้ชมสนใจและสร้างความเข้าใจ ว่าอะไรคือสิ่งที่ผู้ชมอยากดู”

เรื่องวาย-วายกับภาพสะท้อนของสังคมไทย
คุณกิตติศักดิ์กล่าวว่า นวนิยายวายเป็นงานวรรณกรรมประเภทหนึ่ง วรรณกรรมทุกอย่างทำหน้าที่ขับเคลื่อนอะไรบางอย่างอยู่แล้ว เพียงแค่จะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ งานวรรณกรรมของตนเป็นการพูดถึงเสียงส่วนน้อย โดยไม่ได้บังคับว่าต้องเขียนเนื้อหาที่ขับเคลื่อนสังคม แต่มีประเด็นในเรื่องที่ตนต้องการเล่า ยกตัวอย่างเช่น ผลงานเรื่องรักนี้ไม่มีถั่วฝักยาว ที่เห็นได้ชัดคือเรื่องของวัฒนธรรมอาหารไทยอย่างผัดกะเพรา คนเรามีสิทธิ์จะเลือกกะเพราในแบบของตนเอง เหมือนทุกคนในสังคมที่มีสิทธิ์จะเลือกในสิ่งที่ตนเองต้องการเช่นกัน เชื่อมโยงถึงวัฒนธรรมวาย ที่สมัยก่อนเป็นวงการใต้ดิน เป็นเรื่องที่มีแต่ประเด็นทางเพศ แต่เมื่อได้รับการพูดถึงมากขึ้น วัฒนธรรมนี้จึงกลายเป็นเรื่องปกติในสังคม

“เราโดนคนในวงการ LGBTQ ถามหลายครั้งว่า วัฒนธรรมวายเป็นการหยิบยืมอัตลักษณ์ทางเพศมาใช้หรือเปล่า แต่เรายังยืนยันว่า เราไม่รู้ว่าสิ่งที่เราทำจะเปลี่ยนแปลงสังคมได้มากน้อยแค่ไหน แต่เราตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด เมื่อมองย้อนกลับไป เราก็มีส่วนร่วมในการสร้างและเล่าเรื่องให้เกิดการรับรู้ทางสังคมมาตลอด และดีใจที่สิ่งนี้สามารถก้าวไปข้างหน้าได้ ซึ่งทุกวันนี้ซีรีส์วายกลายเป็นคอนเทนต์ระดับโลก”

ดร.อภิรักษ์ ได้พูดถึงประเด็นนี้ว่า การต่อสู้ทุกอย่างก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ก่อนที่กฎหมายสมรสเท่าเทียมจะเดินทางมาถึงวันนี้ ได้มีศิลปินที่พยายามพูดถึงประเด็นนี้ผ่านซีรีส์วายมาเรื่อย ๆ ซึ่งสร้างการรับรู้ให้กับผู้ชม รวมทั้งในแง่ของการเมืองและชุมชนของ LGBTQ ปัจจุบันอุตสาหกรรมซีรีส์วายกลายเป็นสิ่งที่ส่งออกไปตลาดต่างประเทศได้ แฟนคลับต่างชาติเริ่มเรียนภาษาไทยเพื่อต้องการดูซีรีส์วาย โดยเฉพาะทางฝั่งเอเชีย เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และละตินอเมริกาที่มีความสอดคล้องกันทางวัฒนธรรม ทั้งหมดนี้แม้จะไม่ได้แสดงออกให้เห็นมากในสังคมใหญ่แต่ก็แสดงให้เห็นว่า สังคมเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริง ๆ รวมทั้งเรื่องของการแข่งขันในอุตสาหกรรมซีรีส์วายที่สูงขึ้น ทำให้คุณภาพของซีรีส์วายสูงขึ้นตามไปด้วย

“เราสร้างผลงานโดยไม่ดูถูกคนดู เราต้องเคารพเขา เราไม่ได้เล่าเรื่องเพื่อตอบสนองความต้องการของตนเองอย่างเดียว การเขียนนวนิยายหรือบทซีรีส์วายเป็นเครื่องมือในการสื่อสารอย่างหนึ่ง เป้าหมายของการสื่อสารไม่ใช่ผู้ส่ง แต่คือผู้รับสาร”

การสอดแทรกศิลปวัฒนธรรมไทยเข้าไปในการเล่าเรื่อง
ในประเด็นการสอดแทรกศิลปวัฒนธรรมไทยเข้าไปในการเล่าเรื่องวาย คุณกิตติศักดิ์กล่าวว่า ในการเล่าเรื่อง ไม่ควรบังคับว่าต้องใส่ประเด็นนี้เข้าไป อย่างตนเองสนใจเรื่องความหลากหลายของการตีความอาหารไทยอย่าง ‘ผัดกะเพรา’ ซึ่งแต่ละที่มีสูตรการทำที่แตกต่างกัน ก็มัการหยิบจับวัฒนธรรมดังกล่าวสอดแทรกเข้ามาในการเล่าเรื่องเสริมทีหลัง “การสอดแทรกศิลปวัฒนธรรมไทย ไม่ต้องบังคับว่าต้องใส่ลงไปเยอะ ถ้าคนชอบเนื้อเรื่อง เดี๋ยวเขาจะพยายามสนใจในประเด็นนั้นเอง”

สำหรับ ดร.อภิรักษ์ กล่าวว่าผลงานของตนได้สอดแทรกเรื่องศิลปวัฒนธรรมไทยเข้าไปเสริมกับตัวละครที่มีความเหมาะสม เช่น ‘ยอยักษ์’ ในเรื่องวันดีวิทยาที่มีอาชีพเป็นนักมวย ทำให้เหงื่อออกบ่อยจึงชอบใส่เสื้อผ้าสบาย ๆ ตัวละครนี้จึงใส่กางเกงมวยไทยและกางเกงช้างอยู่บ่อย ๆ รวมถึงมีการนำเสนอให้กรุงเทพฯ เป็นเมืองที่โรแมนติกผ่านความสัมพันธ์ของคนสองคน และการทำขนมไทยในเรื่อง The Rebound ที่นำข้าวต้มมัดมาตีความให้เป็นขนมของคู่รักสมัยก่อน โดยให้ผู้เป็นย่าในเรื่องเป็นคนอธิบายถึงความหมายของขนมข้าวต้มมัด

ยกระดับอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทย
การยกระดับอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยนั้นไม่เพียงช่วยพัฒนาการเติบโตของอุตสาหกรรมบันเทิง แต่ยังมีการต่อยอดและพัฒนาอุตสาหกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการพัฒนาสินค้าที่ระลึก การนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวของไทย เป็นการสร้างจุดขายในซีรีส์ที่สามารถทำให้เกิดการกระจายรายได้ หรือในแวดวงวรรณกรรมที่นวนิยายวายในปัจจุบันได้กลายเป็นหนึ่งในนวนิยายแปลที่ได้รับความนิยมอย่างมากในต่างประเทศ เช่น ประเทศไต้หวัน ที่นวนิยายวายไทยได้ติดหนึ่งในอันดับหนังสือขายดี โดยคุณกิตติศักดิ์ได้ทิ้งท้ายว่า “ตลาดของอุตสาหกรรมซีรีส์วายใหญ่มาก มีคอนเทนต์เยอะมาก ดังนั้นช่องทางที่จะเติบโตในตลาดซีรีส์วายจึงมีเยอะมากเช่นกัน แต่การจะเข้ามาในอุตสาหกรรมนี้ ผลงานสร้างสรรค์ต้องมีความโดดเด่น ต้องรู้ช่องทางการติดต่อกับเหล่าค่ายผู้จัด ว่าต้องยื่นเรื่องที่ไหน และเขียนเรื่องย่ออย่างไรให้สามารถดึงดูดความสนใจได้ สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่สามารถเรียนรู้ได้”

ส่วนทาง ดร.อภิรักษ์ได้กล่าวก่อนจะจบงานเสวนาไว้ว่า “ตนเองก็เคยเป็นคนหน้าใหม่ในวงการอุตสาหกรรมซีรีส์วาย โดยต้องผ่านการทดสอบด้วยการสร้างผลงานต่าง ๆ เพื่อให้ได้รับการยอมรับ ดังนั้นคำวิจารณ์จากผู้ชมและการปรับแก้ผลงานเป็นสิ่งที่ดีที่ทำให้ผลงานเกิดการพัฒนามากขึ้น”

จะเห็นได้ว่าอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยเป็นอุตสาหกรรมสำคัญที่สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจสร้างสรรค์ได้ การสร้างผลงานในอุตสาหกรรมนี้ขึ้นมา ต้องใช้ทั้งความสามารถและความพร้อมในการเปิดรับคำวิจารณ์ต่าง ๆ เพื่อนำมาพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพสูงขึ้น สอดคล้องไปกับการแข่งขันในอุตสาหกรรมซีรีส์วายไทยในปัจจุบันที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นเรื่อย ๆ สำหรับใครที่ต้องการเรียนรู้และสำรวจจักรวาลของอุตสาหกรรมซีรีส์วายเพิ่มเติม ก็สามารถมาชมนิทรรศการจักรวาลแฟนด้อมวาย (Y-niverse) จัดแสดงณ TCDC กรุงเทพฯ Front Lobby ชั้น 1 ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 15 กันยายน 2567 เวลา 10.30 - 19.00 น. (ปิดวันจันทร์) โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ที่มา : กิจกรรมเสวนา “Y Write เขียนวายอย่างไร ให้กลายเป็นซีรีส์”

ภาพ : จิรายุ เสรีภัทรกุล

เรื่อง : ณัฐนิช พุฒเหียง

#จักรวาลแฟนด้อมวาย #ซีรีส์วาย #นิยายวาย

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ไลฟ์สไตล์ อื่น ๆ

นอนไม่หลับทำอย่างไรดี? รวม 8 วิธีช่วยให้นอนหลับง่าย โดยไม่ต้องพึ่งยา

sanook.com

ทำไมอกหักต้องฟังเพลงเศร้า? ไขความลับสมอง พร้อมวิธีแก้ให้มูฟออนไว

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

PUMA x MondaySleepingClub เปิดตัวคอลเล็กชันซัมเมอร์ใหม่ล่าสุด

สยามรัฐ

เชิญร่วมแข่งขันประชันกลอนสดชิงแชมป์ประเทศไทย ครั้งที่ 19 ฉลอง 50 ปี สัมพันธ์ทางการทูตไทย–เวียดนาม

สยามรัฐ

BOWKYLION ส่งซิงเกิลรักแสนเศร้า ‘นาฬิกาทราย’ ที่มี เจนิส เจณิสตา มาร่วมแสดงใน MV

THE STANDARD

ฮือฮา ม.เกษตร พบ “บัวบา” 5 ชนิดใหม่ของโลกในไทย

Manager Online
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...