โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อินโดนีเซีย เบรกมาตรการหนุนรถยนต์ไฮบริด เซ่นปมการเมือง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 13 ก.ย 2567 เวลา 14.05 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2567 เวลา 07.59 น.

อินโดนีเซีย เบรกแผนแรงจูงใจหนุนการซื้อรถยนต์ไฮบริด หลังรัฐมนตรีเศรษฐกิจผู้เสนอนโยบาย ตกภายใต้ความท้าทายทางการเมือง ชี้อาจกระทบบริษัทรถยนต์ญี่ปุ่นและธุรกิจญี่ปุ่น ในอินโดนีเซีย

วันที่ 12 กันยายน 2567 สำนักข่าวนิกเกอิเอเชียรายงานว่า แผนการของอินโดนีเซียในการนำเสนอแรงจูงใจทางภาษีสำหรับการขายรถยนต์ไฮบริดได้หยุดชะงักลง เนื่องจากผู้สนับสนุนหลักรายหนึ่งคือ นายไอร์ลังกา ฮาร์ตาร์โต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงประสานงานกิจการเศรษฐกิจ กำลังเผชิญกับความท้าทายทางการเมือง

นายฮาร์ตาร์โต ประกาศก่อนหน้านี้ว่าจะไม่มีมาตรการจูงใจใหม่ ๆ ในปีนี้ โดยชี้ว่ายอดขายรถยนต์ไฮบริดแซงหน้ายอดขายรถยนต์ไฟฟ้าไปแล้ว โดยมียอดขายรถยนต์ไฮบริดมากกว่า 30,000 คันในช่วง 7 เดือนแรกของปี 2567 ขณะที่ยอดขายรถยนต์ไฟฟ้าอยู่ที่ 18,000 คัน

ก่อนหน้านี้ นายฮาร์ตาร์โตสนับสนุนแนวคิดเรื่องแรงจูงใจด้านรถยนต์ไฮบริด โดยมองว่ารถยนต์ไฮบริดเป็นก้าวสำคัญสู่ในการเปลี่ยนผ่านไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้า ซึ่งมีราคาแพงกว่ารถยนต์ดั้งเดิมทั่วไป ซึ่งความคิดเห็นนี้ได้สร้างความกังวลให้กับบรรดาบริษัทผู้ผลิตรถยนต์ญี่ปุ่น เช่น โตโยต้า (Toyota) ซึ่งครองตลาดรถยนต์ในอินโดนีเซียมาอย่างยาวนาน และผู้ผลิตรถยนต์หลายรายได้ขยายข้อเสนอโปรโมชันรถยนต์ไฮบริดเพื่อรองรับแรงจูงใจเหล่านี้

รายงานระบุว่า การเปลี่ยนแปลงจุดยืนล่าสุดของนายฮาร์ตาร์โตในด้านแรงจูงใจรถยนต์ไฮบริด นับว่ามีความเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเมื่อวันที่ 11 ส.ค. เพียงหนึ่งสัปดาห์ หลังจากนายฮาร์ตาร์โตแสดงท่าจุดยืนไม่สนับสนุนแรงจูงใจรถยนต์ไฮบริด เขาก็ประกาศลาออกจากตำแหน่งหัวหน้าพรรคโกลการ์ ( Golkar Party) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สร้างความประหลาดใจแก่หลายฝ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื่องจากพรรคโกลการ์เป็นหนึ่งในพรรคที่ได้ที่นั่งมากในการเลือกตั้งเมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีบทบาทสำคัญในรัฐบาลผสมภายใต้การนำของนายปราโบโว ซูเบียนโต ประธานาธิบดีอินโดนีเซียคนใหม่ ซึ่งจะสาบานตนเข้ารับตำแหน่งในเดือนต.ค.

นายบาห์ลิล ลาฮาดาเลีย รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานและเหมืองแร่ ซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดของนายโจโก วิโดโด ประธานาธิบดีคนปัจจุบันที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคโกลการ์แทนนายฮาร์ตาโต ซึ่งหลายฝ่ายมองว่านายวิโดโดอาจเข้าร่วมพรรคโกลการ์ หลังจากออกจากตำแหน่งผู้นำประเทศ เพื่อรักษาอิทธิพลในรัฐบาลชุดใหม่

ด้านนายจุน ฮอนนะ ศาสตราจารย์แห่งมหาวิทยาลัยริตสึเมกัน ของญี่ปุ่น (Ritsumeikan University) กล่าวว่า นายวิโดโดอาจแต่งตั้งผู้ภักดีให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคโกลการ์เพื่อรักษาอำนาจเหนือพรรค และการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีแนวโน้มที่จะทำให้อิทธิพลทางการเมืองของนายฮาร์ตาร์โตอ่อนแอลง และจำกัดความสามารถของเขาในการผลักดันข้อเสนอแรงจูงใจรถยนต์ไฮบริด

ทั้งนี้ นายฮาร์ตาโตมีความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับธุรกิจญี่ปุ่นในอินโดนีเซียมาโดยตลอด และหลายฝ่ายคาดว่าเขาจะยังคงสนับสนุนนโยบายที่สร้างสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับญี่ปุ่นและจีนต่อไป แต่อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับอนาคตทางการเมืองของนายฮาร์ตาโตอาจส่งผลกระทบต่อกลยุทธ์ทางธุรกิจของบริษัทญี่ปุ่นในประเทศอินโดนีเซียอีกด้วย

อ้างอิง : asia.nikkei.com

📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์เศรษฐกิจเอเชีย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...