ลมขั้วโลกกำลังแบ่งเป็น 2 ส่วน ไม่เสถียรสุดในรอบ 2 ปี! อาจทำสภาพอากาศเลวร้ายขึ้น
กระแสลมวนขั้วโลก (Polar Vertex) ของแอนตาร์ติกากำลังแยกออกเป็น 2 ส่วน ความเสถียรดังกล่าวไม่เคยเกิดขึ้นมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ด้วยอุณหภูมิโลกที่ร้อนขึ้นอย่างรุนแรง อาจทำให้โลกต้องเผชิญกับสภาพอากศที่เลวร้ายยิ่งขึ้นในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า
กระแสลมวนขั้วโลก หรือ Polar Vertex นั้นเป็นกระแสลมแรงในชั้นสตราโตสเฟียร์ที่หมุนวนเหนืออาร์กติก (ขั้วโลกเหนือ) และแอนตาร์กติกา (ขั้วโลกใต้) ซึ่งโดยทั่วไปแล้วมันจะทำหน้าที่เป็นเหมือน ‘กำแพงอากาศ’ ที่คอยกักอากาศเย็นให้อยู่บริเวณขั้วโลกไม่ให้แพร่กระจายไปยังละติจูดกลาง
อย่างไรก็ตามในทุกวันนี้ชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์ที่อยู่เหนือขั้วโลกได้ประสบกับอุณหภูมิและความกดอากาศที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้กระแสลมวนขั้วโลกไม่มีความเสถียร พวกมันอาจแตกออก เปลี่ยนทิศทาง หรือพังทลาย
แต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ Polar Vertex นั้นมักจะคงที่มากในช่วงเวลานี้ของปี ทว่าเมื่อนักวิทยาศาสตร์ตรวจวัดพวกมันกลับพบสัญญาณของความสั่นคลอนมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยในช่วงกลางเดือนกรกฎาคมพบว่า กระแสลมวนขั้วโลกใต้มีความเร็วลดลงจาก 300 กม./ชม. เป็น 230 กม./ชม. ซึ่งทำให้ลมเย็นถูกพัดออกมา และทำให้อุณหภูมิแถบนั้นพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์
“เราเริ่มเห็นภาวะโลกร้อนที่ชัดเจนในชั้นที่สูงที่สุดของสตราโตสเฟียร์” Steven Keates จากสำนักงานอุตุนิยมวิทยาของสหราชอาณาจักร กล่าว โดยเสริมว่าความเร็วลงได้ช้าลงอีกครั้งในช่วงต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งแสดงให้เห็นความไม่เสถียรอย่างรุนแรง
หากกระแสลมวนขั้วโลกมีความเร็วที่ช้าเกินไปซ้ำแล้วซ้ำเล่าหลายครั้ง พวกมันถูกแยกออกจากกันเนื่องจากอากาศร้อนเข้าไปแทรกแซงได้มากขึ้น โดยปรากฏการณ์นี้เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2002 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ Polar Vertex แยกออกจากัน และทำให้อุณหภูมิของชั้นบรรยากาศสตราโตสเฟียร์พุ่งสูงขึ้น
นักวิทยาศาสตร์กล่าวว่ามันจะสร้างผลกระทบต่อไปให้อุณหภูมิพื้นดินของแอนตาร์กติกาสูงขึ้น และนั่นทำให้ออสเตรเลียกับอเมริกาใต้ต้องเผชิญกับความร้อนและความแห้งแล้งที่เลวร้ายมากขึ้นไปอีก
“บางครั้งการอุ่นขึ้นเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้กระแสลมรุนแรงขึ้นในภายหลักได้” Simon Lee แห่งมหาวิทยาลัย St Andrews ในสหราชอาณาจักรกล่าว “เนื่องจากความผันผวนของกระแสวนแอนตาร์กติกมีขนาดเล็ก ถ้าเกิดอะไรผิดปกติขึ้น แม้เพียงเล็กน้อย ก็สามารถขยายใหญ่อย่างรวดเร็วกลายเป็นเหตุการณ์รุนแรงได้”
Chantelle Blachut จากมหาวิทยาลัย Adelaide ประเทศออสเตรเลียซึ่งศึกษาพฤติกรรมของกระแสลมวนขั้วโลกใต้มาอย่างยาวนาน ได้ให้ความเห้นว่าโครงสร้างของปีนี้มีความผิดปกติอย่าง โดยมีรูปแบบลมที่ยืดและบิดเบี้ยว “มีบางอย่างผิดปกติกำลังเกิดขึ้นในปีนี้”
ยังไงก็ตามนักวิทยาศาสตร์ยังไม่สามารถบอกได้ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป เนื่องจากสภาพอากาศนั้นมีปัจจัยมากมายเข้ามาเกี่ยวข้อง บางแบบจำลองระบุว่าความเร็วลมอาจกลับมาอยู่ในระดับปกติหรือสูงกว่าเดิมในไม่ช้า ขณะที่บางแบบจำลองให้ความเห็นที่แตกต่างโดยบอกว่ากระแสลมจะช้าลงต่อไป
งานวิจัยใหม่บางชิ้นบ่งชี้ว่าผลกระทบจากสภาพอากาศเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดความไม่เสถียร์ใน Polar Vertex โดยระบว่าน้ำแข็งที่อยู่ในทะเลมีปริมาณต่ำกว่าค่าเฉลี่ยซึ่งลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในปี 2023 และยังคงต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในระยะยาวตลอดปี 2024 นี้ ทำให้กระแสลมพัดช้าลง
“มันไม่เสถียรอย่างมาก” Keates กล่าว
ที่มา