โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เทคนิคสร้างวินัยและแรงจูงใจพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ

สยามรัฐ

อัพเดต 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.48 น. • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 08.48 น.

การไปศึกษาต่อต่างประเทศเป็นความฝันของนักเรียนไทยจำนวนมาก เพราะนอกจากจะได้ความรู้จากระบบการศึกษาระดับโลก ยังเป็นโอกาสในการเปิดโลกทัศน์ พัฒนาทักษะชีวิต และสร้างเครือข่ายกับผู้คนจากหลากหลายวัฒนธรรม อย่างไรก็ตาม ปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญอย่างยิ่งก่อนเดินทางไปศึกษาต่อต่างประเทศคือ “ทักษะภาษาอังกฤษ” ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้การใช้ชีวิตและการเรียนในต่างประเทศเป็นไปอย่างราบรื่น การมีพื้นฐานภาษาอังกฤษที่ดีช่วยเพิ่มความมั่นใจและลดอุปสรรคในการเรียน รวมทั้งการทำกิจกรรมทั้งในและนอกมหาวิทยาลัย และการสื่อสารในชีวิตประจำวัน

Paul Baker ผู้อำนวยการสถาบันสอนภาษาอังกฤษ มหาวิทยาลัยโอทาโก และผู้เชี่ยวชาญด้านการเรียนภาษาอังกฤษจากประเทศนิวซีแลนด์ ให้คำแนะนำว่า หลายคนคิดว่าการเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องยาก น่าเบื่อ หรือไม่รู้จะเริ่มยังไงดี รู้สึกประหม่าเวลาใช้ภาษาอังกฤษ หรือไม่กล้าใช้เพราะกลัวพูดผิด อย่างไรก็ตาม ความกลัวในการใช้ภาษาอังกฤษเป็นสิ่งที่สามารถเอาชนะได้ด้วยการฝึกฝน อย่ากลัวที่จะพูดผิด ความผิดพลาดคือโอกาสในการเรียนรู้ คนต่างชาติส่วนใหญ่จะดีใจเมื่อคุณพยายามใช้ภาษาของเขา การฝึกฝนอย่างสม่ำเสมอจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีในระยะยาว โดยเฉพาะหากผู้เรียนสามารถผสมผสานภาษาอังกฤษเข้าไปในชีวิตประจำวัน ควรฝึกพูดภาษาอังกฤษกับตัวเอง เช่น อธิบายสิ่งที่กำลังทำ หรือสมมุติสถานการณ์ต่างๆ เช่น แนะนำตัว หรือ สอบถามเส้นทาง หากมีเพื่อนที่เรียนภาษาอังกฤษเหมือนกัน ลองฝึกบทสนทนาในสถานการณ์จริงด้วยกัน

เทคนิคและแนวทางพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษ เตรียมตัวให้พร้อม ก่อนบินลัดฟ้า

1.) ควรฝึกทักษะภาษาอังกฤษให้ครบทั้ง 4 ทักษะ : ได้แก่ การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน เพราะทักษะทั้ง 4 ด้านล้วนมีความสำคัญ การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษอย่างรอบด้านเป็นสิ่งจำเป็น โดยเฉพาะในช่วงเริ่มต้นของการใช้ชีวิตในต่างประเทศ นักเรียนจะต้องใช้การฟังและการพูดเป็นหลักในการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็นการสอบถามข้อมูล การแนะนำตัว หรือการเข้าร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ในชั้นเรียน ซึ่งแม้ในระยะแรกอาจเป็นเรื่องยาก แต่เมื่ออยู่ในสภาพแวดล้อมที่ใช้ภาษาอังกฤษตลอดเวลา จะสร้างความแตกต่างอย่างมากโดยเฉพาะในประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และทักษะเหล่านี้จะพัฒนาอย่างรวดเร็วแบบก้าวกระโดดและทำให้เราสื่อสารดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น

2.) ควรฝึกภาษาอังกฤษด้วยตนเองเป็นประจำในชีวิตประจำวันอย่างสม่ำเสมอ: การฝึกภาษาไม่จำเป็นต้องจำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน หรือหนังสือเรียนเท่านั้น แต่สามารถทำได้ง่ายๆด้วยตนเองในชีวิตประจำวัน เช่น

• ฟังพอดแคสต์ภาษาอังกฤษมีเนื้อหาน่าสนใจ เพื่อช่วยฝึกทักษะการฟัง พร้อมถอดเสียงให้ฝึกอ่านตามด้วย

• ฝึกเขียนไดอารี่ประสบการณ์ในชีวิตประจำวัน หรือหรือบทความสั้นๆ การฝึกเขียนภาษาอังกฤษแค่เพียงวันละไม่กี่ประโยค จะช่วยฝึกทักษะการเขียนและเพิ่มความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างน่าทึ่ง เช่น การเขียนบันทึกส่วนตัว เพื่อสะท้อนความคิด, ความรู้สึก, หรือฝึกเขียนบล็อก (blog) เขียนบทความ, ข่าวสาร, หรือการเล่าเรื่องราวเผยแพร่บนอินเทอร์เน็ตเพื่อแบ่งปันกับผู้อื่นเป็นภาษาอังกฤษ

• ดูภาพยนตร์หรือซีรีส์ภาษาอังกฤษ โดยเปิดคำบรรยาย (ซับไตเติล) เพื่อฝึกฟังสำเนียงต่างๆ และลองย้อนดูฉากที่ฟังไม่เข้าใจซ้ำๆ เพื่อฝึกจับคำ

• ฟังเพลงภาษาอังกฤษ หรือฝึกร้องเพลงคาราโอเกะ เพื่อจดจำคำศัพท์และวลี ก็เป็นอีกวิธีที่สนุกและได้ฝึกภาษาไปในตัว

• ฝึกอ่านข่าวออนไลน์ภาษาอังกฤษ โดยเฉพาะข่าวจากประเทศที่ตั้งใจจะไปเรียนต่อ เช่น นิวซีแลนด์ เพื่อเรียนรู้คำศัพท์เฉพาะและบริบทของภาษา

3.) สร้างวินัยและแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง: ความสำเร็จในการเรียนภาษาอังกฤษขึ้นอยู่กับวินัยและความต่อเนื่อง โดยมีเทคนิคช่วยเสริมแรงจูงใจ เช่น

• ทำให้การเรียนภาษาอังกฤษเป็นเรื่องสนุกโดยเลือกเรียนจากเนื้อหาที่สนใจ เพื่อให้การเรียนรู้ไม่น่าเบื่อ เช่น ฟังเพลง ดูคลิป หรืออ่านบทความที่ชอบ หรืออ่านบทความที่เกี่ยวข้องกับงานอดิเรกที่เราชอบ

• อัดเสียงตัวเองขณะพูดภาษาอังกฤษแล้วฟังย้อนกลับ เพื่อประเมินและพัฒนาแก้ไข

• ฝึกพูดเรื่องที่สนใจกับเพื่อน หรือจดบันทึกไดอารี่ในเรื่องที่ตนเองชอบเป็นภาษาอังกฤษ เพื่อให้เกิดความคุ้นเคย เช่น ซีรีส์ที่เพิ่งดู หรือเรื่องราวในชีวิตประจำวัน จะช่วยให้พัฒนาได้ต่อเนื่อง

4.) การเตรียมตัวเพื่อสอบวัดระดับภาษาอังกฤษ เช่น TOEFL หรือ IELTS : เป็นการสอบวัดทักษะภาษาอังกฤษทั้ง 4 ด้าน ได้แก่ การอ่าน ฟัง พูด และเขียน โดยผู้สอบสามารถเลือกสอบผ่านคอมพิวเตอร์ได้ทั้งสองแบบ แต่สำหรับ IELTS การสอบพูดจะต้องพูดกับผู้สัมภาษณ์จริง ผู้สอบต้องแสดงศักยภาพทางภาษาให้เต็มที่ในวันสอบ และการเตรียมตัวที่ดีจะช่วยให้ผู้สอบทำได้ดีที่สุด คำแนะนำที่สำคัญคือ

• ศึกษาโครงสร้างข้อสอบและรูปแบบคำถามอย่างละเอียด พร้อมฝึกทำแบบฝึกหัดภาษาอังกฤษในทุกทักษะอย่างสม่ำเสมอ

• เพิ่มคลังคำศัพท์ ด้วยการใช้ "high frequency word list" (หาได้ฟรีทางออนไลน์)

• ฝึกทำแบบฝึกหัดและวัดระดับความพร้อม โดยสามารถดูข้อมูลได้จากเว็บไซต์ทางการของแต่ละการสอบ และลองใช้แอปพลิเคชั่นเพื่อช่วยในการพัฒนาภาษาเพื่อการสอบ

• ลงเรียนคอร์สเตรียมสอบ TOEFL หรือ IELTS กับสถาบันที่เชื่อถือได้ เพื่อรับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญโดยตรงเพื่อสร้างความมั่นใจก่อนสอบจริง

• รู้จักคอร์สเรียน English Pathway ที่ให้นักเรียนเรียนภาษาอังกฤษเพื่อการเรียนต่อ โดยไม่จำเป็นต้องมีผล IELTS และเมื่อสอบผ่านกับทางสถาบันที่สอนก็สามารถนำผลการเรียนไปยื่นเข้าเรียนต่อกับมหาวิทยาลัยได้เลย เช่นในนิวซีแลนด์

5.) หากไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ ควรเรียนเสริมในสถาบันสอนภาษาที่มีคุณภาพ : สำหรับน้องๆที่ยังไม่มีพื้นฐานภาษาอังกฤษ จุดเริ่มต้นที่ดีแนะนำให้เรียนในสถาบันสอนภาษาในระดับเริ่มต้น โดยเฉพาะหลักสูตรGeneral English และเมื่อมีทักษะที่ดีขึ้นอาจเริ่มเรียนภาษาอังกฤษะในทักษะอื่นๆ หรือเพื่อการเรียนต่อ (Academic English)

นิวซีแลนด์" ทางเลือกยอดนิยมสำหรับการเรียนภาษาอังกฤษของนักเรียนไทย

นิวซีแลนด์เป็นหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลัก และเป็นหมุดหมายอันดับต้นๆของโลกที่นักเรียนต่างชาติและนักเรียนไทยที่นิยมไปเรียนภาษาอังกฤษ ด้วยจุดแข็งของระบบการศึกษานิวซีแลนด์ โดยเฉพาะหลักสูตรภาษาอังกฤษ นิวซีแลนด์มีระบบการศึกษาคุณภาพสูง พร้อมคุณวุฒิที่ได้รับการยอมรับในระดับสากลผ่านกรอบคุณวุฒิแห่งชาตินิวซีแลนด์ (NZQF) รัฐบาลยังมีแผนยุทธศาสตร์เพื่อดูแลนักเรียนต่างชาติให้ได้รับความปลอดภัยและคุณภาพชีวิตที่ดี การเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ ไม่ต้องมีพื้นฐานมาก่อน นักเรียนสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการสอนที่เน้นการปฏิบัติ ฝึกฝนภาษาอังกฤษในชีวิตจริง ทั้งในการเรียนในห้องเรียนที่มีขนาดเล็ก ทำให้ใกล้ชิดครูและเพื่อนๆ และการใช้ชีวิตนอกห้องเรียน อีกทั้งผู้คนเป็นมิตร มีเพื่อนง่าย ช่วยให้การพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเป็นไปอย่างก้าวกระโดด โดยมีโรงเรียนสอนภาษาอังกฤษคุณภาพมากมาย เช่น University of Otago English Language Centre, University of Auckland, Lincoln University และ Victoria University of Wellington ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยและมีเส้นทางต่อยอดไปยังการศึกษาขั้นสูง นอกจากนี้ยังมีสถาบันภาษาชั้นนำของนิวซีแลนด์ครอบคลุมทุกระดับ เช่น Languages International, New Zealand College of Business, Seafield School of English และ Worldwide สำหรับนักเรียนและผู้ใหญ่วัยทำงาน เพื่อการพัฒนาไปสู่การเรียนต่อ หรือการเพิ่มทักษะในการทำงานในหลายๆด้าน ทั้งพูด ฟัง อ่าน เขียน เพื่อให้มีความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษ

สำหรับผู้สนใจอยากจะพัฒนาทักษะภาษาอังกฤษเพี่อการเรียนต่อ ที่ประเทศนิวซีแลนด์มีโปรแกรมอบรมภาษาอังกฤษ Pathway โดยนักเรียนที่ยังสอบไม่ได้ระดับ IELTS เพื่อเรียนต่อมหาวิทยาลัยที่นิวซีแลนด์สามารถเรียนจบและเข้ามหาวิทยาลัยได้เลย หรือเรียนเพื่อพัฒนาภาษาช่วยการสื่อสารหรือเพื่อการทำงาน การเรียนภาษาอังกฤษที่นิวซีแลนด์ตอนนี้ยังสามารถผ่อน 0% ได้ 6 เดือน หรือสามารถคะแนน 4 เท่า ด้วยบัตรเครดิต KTC

สามารถสอบถามและฟังรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในงานสัมมนาออนไลน์ (ฟรี) “Learn English Every Day – Only in New Zealand! ” หาทางเลือกในการเรียนภาษาอังกฤษเพื่อเรียนต่อในระดับต่างๆ หรือพัฒนาทักษะเพื่อทำงาน ทั้งเรียนระยะสั้นและระยะยาวเริ่มตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป ร่วมฟังตัวแทนจากสถาบันสอนภาษาและมหาวิทยาลัยนิวซีแลนด์โดยตรงในวันเสาร์ที่ 21 มิถุนายน นี้ เวลา 11.00-12.15 น. ลงทะเบียนร่วมงาน (ฟรี) ที่นี่ https://www.learnenglishnewzealand.com/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...