โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แก้อาการนอนกรนด้วยตัวเอง ทำได้ง่ายๆ เพื่อการนอนหลับที่ดีขึ้น

sanook.com

เผยแพร่ 26 ก.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • Sanook
ค้นหาสาเหตุและ วิธีแก้นอนกรนด้วยตัวเองง่ายๆ! มาดูเคล็ดลับให้คุณหลับสบาย หายกรน เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นกันเลย

การนอนกรนเป็นปัญหาที่พบบ่อย ไม่เพียงแต่รบกวนการนอนหลับของผู้อื่นเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่กรนเองด้วย หากอาการนอนกรนไม่รุนแรงมากนัก คุณสามารถลองปรับเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างเพื่อลดหรือแก้อาการนอนกรนได้ด้วยตัวเอง ลองมาดูวิธีง่ายๆ เหล่านี้กันเลยค่ะ

สาเหตุหลักของการนอนกรน

ก่อนจะหาวิธีแก้ เรามาทำความเข้าใจสาเหตุของการนอนกรนกันก่อน โดยส่วนใหญ่แล้ว อาการนอนกรนเกิดจากการที่ทางเดินหายใจส่วนบนแคบลง ทำให้ลมที่ผ่านเกิดการสั่นสะเทือนบริเวณเพดานอ่อนและลิ้นไก่ ส่งผลให้เกิดเสียงกรน สาเหตุที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงมีหลายอย่าง เช่น:

  • น้ำหนักตัวเกิน: เนื้อเยื่อบริเวณลำคอและโคนลิ้นมีปริมาณมาก ทำให้ไปเบียดทางเดินหายใจ
  • การดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้ยาบางชนิด: ทำให้กล้ามเนื้อลำคอหย่อนคลายมากเกินไป
  • การนอนหงาย: ทำให้ลิ้นตกไปปิดกั้นทางเดินหายใจ
  • โครงสร้างจมูกหรือลำคอ: เช่น ผนังกั้นจมูกคด โพรงจมูกอักเสบ ทอนซิลโต
  • อาการภูมิแพ้: ทำให้เกิดอาการบวมในโพรงจมูกและทางเดินหายใจ

วิธีแก้อาการนอนกรนด้วยตัวเอง

  • ปรับท่านอน:

  • นอนตะแคง: เป็นวิธีที่ง่ายและได้ผลดีที่สุดในการลดอาการกรน การนอนตะแคงจะช่วยป้องกันไม่ให้ลิ้นและเพดานอ่อนตกลงไปขวางทางเดินหายใจ

  • หนุนหมอนให้สูงขึ้นเล็กน้อย: ช่วยให้ศีรษะและลำคออยู่ในแนวตรง ทำให้ทางเดินหายใจเปิดโล่ง

  • ควบคุมน้ำหนัก:

  • ลดน้ำหนัก: หากคุณมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากในการลดการกรน เพราะจะช่วยลดปริมาณเนื้อเยื่อส่วนเกินบริเวณลำคอ

  • หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์และยาบางชนิด:

  • งดดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน: แอลกอฮอล์ทำให้กล้ามเนื้อบริเวณลำคอหย่อนคลาย ทำให้ทางเดินหายใจแคบลงและกรนได้ง่ายขึ้น ควรหลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 4 ชั่วโมงก่อนนอน

  • ระวังการใช้ยาบางชนิด: ยาบางประเภท เช่น ยานอนหลับ ยาแก้แพ้ หรือยาคลายกล้ามเนื้อ อาจทำให้เกิดอาการกรนได้ ควรปรึกษาแพทย์หากสงสัยว่ายาที่คุณใช้เป็นสาเหตุ

  • ดูแลสุขอนามัยของจมูกและลำคอ:

  • ล้างจมูกด้วยน้ำเกลือ: หากคุณมีอาการภูมิแพ้หรือคัดจมูก การล้างจมูกด้วยน้ำเกลือจะช่วยลดการบวมและทำให้หายใจสะดวกขึ้น

  • ทำความสะอาดที่นอนและหมอน: ฝุ่นละออง ไรฝุ่น อาจกระตุ้นอาการภูมิแพ้และทำให้เกิดอาการคัดจมูกได้

  • ใช้เครื่องเพิ่มความชื้นในอากาศ (Humidifier): หากอากาศในห้องนอนแห้ง อาจทำให้เยื่อบุจมูกและลำคอแห้งและบวม การใช้เครื่องเพิ่มความชื้นจะช่วยให้ทางเดินหายใจชุ่มชื้นขึ้น

  • เลิกสูบบุหรี่:

  • การสูบบุหรี่เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เยื่อบุในทางเดินหายใจเกิดการอักเสบและบวม ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง การเลิกบุหรี่จะช่วยลดอาการบวมและกรนได้

  • ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ:

  • การออกกำลังกายไม่เพียงช่วยควบคุมน้ำหนัก แต่ยังช่วยให้กล้ามเนื้อทั่วร่างกาย รวมถึงกล้ามเนื้อลำคอแข็งแรงขึ้น ซึ่งอาจช่วยลดอาการกรนได้

  • งดรับประทานอาหารมื้อหนักก่อนนอน:

  • การรับประทานอาหารมื้อใหญ่หรืออาหารรสจัดก่อนนอน อาจทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานหนัก และอาจส่งผลกระทบต่อการหายใจขณะนอนหลับ

ควรพบแพทย์เมื่อไหร่?

แม้ว่าวิธีข้างต้นจะช่วยลดอาการนอนกรนได้ในหลายคน แต่หากคุณลองทำแล้วอาการยังไม่ดีขึ้น หรือมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น:

  • หยุดหายใจขณะหลับ (สังเกตได้จากคนข้างๆ)
  • ง่วงนอนมากผิดปกติในเวลากลางวัน
  • ปวดศีรษะตอนเช้า
  • ความดันโลหิตสูง

อาการเหล่านี้อาจบ่งบอกถึงภาวะ หยุดหายใจขณะหลับจากการอุดกั้น (Obstructive Sleep Apnea - OSA) ซึ่งเป็นภาวะที่รุนแรงและอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการวินิจฉัยและรักษาที่เหมาะสม

การแก้อาการนอนกรนด้วยตัวเองสามารถเริ่มต้นได้จากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการนอนหลับเล็กๆ น้อยๆ ซึ่งอาจนำไปสู่การนอนหลับที่มีคุณภาพมากขึ้น ทั้งสำหรับตัวคุณเองและคนรอบข้าง อย่างไรก็ตาม หากอาการไม่ดีขึ้นหรือมีข้อสงสัย ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...