แม่ม่ายสาย ฝ. ระวัง! หนุ่มฝรั่งเศสใคร่เด็กเล็งลูกติดสาวไทย
ข่าวเวิร์คพอยท์ 23
อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 08.25 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 08.25 น. • ข่าวเวิร์คพอยท์(25 ก.ค. 68) ภายใต้สั่งการบังคับบัญชาของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข และ พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง โดย พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ระพีพัฒน์ อุตสาหะ รองผู้บังคับการฯ รับผิดชอบงานตรวจคนเข้าเมืองในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
ได้รับรายงานจาก ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.สุริยะ พ่วงสมบัติ รองผู้กำกับการสืบสวนฯ พร้อมชุดปฏิบัตินำโดย พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และ พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 เกี่ยวกับผู้ใช้งาน TIKTOK สายรีวิวท่านหนึ่ง ซึ่งได้มีการแจ้งเบาะแสโดยตรงเข้ามายังสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง มีผู้ติดตามรับชมเป็นวงกว้างกว่าหลายแสนยอดวิว เกี่ยวกับบุคคลต่างด้าวสัญชาติฝรั่งเศสชื่อว่า นายฌอน อังเดร (นามสมมติ) อายุ 40 ปี มีแผนประทุษกรรมในการใช้งานแอพพลิเคชั่นหาคู่ชื่อดังในไทย นัดเดทกับสาวไทย โดยมุ่งเป้าไปที่ หญิงไทยที่ชื่อชอบชาวตะวันตก และเป็นแม่ม่ายมีลูกติดเป็นผู้หญิง
เมื่อพูดคุยถูกคอ ก็จะมีการนัดมาที่คอนโดมิเนียมหรูหลายแห่งทั้งในกรุงเทพมหานครและพัทยา และอาศัยจังหวะที่ได้อยู่ลำพังกับ ด.ญ. ที่ติดตามแม่มาที่คอนโด ลวนลาว ถอดเสื้อผ้า ทำอนาจาร ถ่ายภาพ และคลิปวิดิโอ เก็บซ่อนไว้ในแอพพลิเคชั่นสำหรับเก็บภาพส่วนตัว ที่ไม่ต้อหารให้ใครเข้าถึง มีผู้เสียหายหลายราย
หลังได้รับเบาะแส เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2568 เวลาประมาณ 09.00 น. เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง สังกัด บก.ตม.1 ชุดสืบสวน ได้ประชุมวางแผน โดยนำกำลังลงพื้นที่สืบสวนหาข่าวในพื้นที่ซึ่งได้รับข้อมูลจากสายลับว่าบุคคลต่างด้าวที่เป็นเป้าหมายพักอาศัยอยู่ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้กระจายกำลังกันสังเกตการณ์เนื่องจากชุดสืบสวนเชื่อว่า บุคคลต่างด้าวเป้าหมายจะต้องมาปรากฏตัว
จนกระทั่งเวลาประมาณ 13.00 น. ความอดทนของเจ้าหน้าที่ก็เป็นผล เมื่อหนึ่งในเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้พบบุคคลต่างด้าวลักษณะใกล้เคียงกับเป้าหมาย มีตำหนิรูปพรรณ ลายสักใกล้เคียงกับที่สายลับแจ้ง เดินลงมาจากที่พัก เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จึงได้แสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ แสดงบัตรประจำตัวให้ดู และขอตรวจสอบเอกสารประจำตัวหรือหนังสือเดินทาง แต่ผู้ถูกจับไม่มีหนังสือเดินทาง อ้างว่าอยู่ในห้องพัก
เจ้าหน้าที่จึงทำการขยายผลต่อเนื่องเข้าไปตรวจสอบในห้องพัก พบโทรศัพท์มือถือ 2 เครื่องจึงได้ตรวจยึดไว้เป็นหลักฐาน ผลการตรวจสอบกับระบบไบโอเมตริกซ์สามารถเปรียบเทียบใบหน้าพบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรตั้งแต่ปี 2565 แต่ปัจจุบันพบว่าอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด
ควบคุมตัวไปสอบสวนอย่าละเอียด พร้อมทั้งตรวจสอบโทรศัพท์ทั้งสองเครื่อง จนพบโปรแกรมเข้ารหัสสำหรับเก็บคลิปและภาพลับ เมื่อเปิดดูเจ้าหน้าที่พบภาพอนาจารเด็กหญิงอายุตั้งแต่ 6 – 13 ปี หลายคน ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ จำนวนหลักร้อยไฟล์
จึงแจ้งข้อกล่าวหา “มีสื่อลามกอนาจารเด็ก ไว้ในครอบครองเพื่อประโยชน์ทางเพศของตนเองหรือผู้อื่น” และ “เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด” ควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.ทองหล่อ ดำเนินคดี พร้อมคัดค้านการให้ประกันตัว เนื่องจากเป็นภัยสังคมอย่างร้ายแรง และไม่มีวีซ่ารวมถึงที่อยู่เป็นหลักแหล่ง
นอกจากนี้จากการตรวจสอบคลิปวิดิโอบางส่วนเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน ยังสามารถระบุตัวตนเด็กและหญิงสาวในคลิปได้ จึงได้สอบสวนขยายผล เพื่อที่จะรู้ข้อเท็จจริงว่ามีรายใด ถูกผู้อื่นเป็นธุระจัดหามาให้ หรือมีผู้ร่วมขบวนการรายอื่นอยู่หรือไม่ เพื่อจะได้ดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างถึงที่สุดต่อไป