โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้น AOT ร่วงต่ำสุดรอบ 10 ปี แรงสะเทือนจาก King Power จริงหรือ!

The Bangkok Insight

อัพเดต 15 มิ.ย. 2568 เวลา 02.41 น. • เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 02.00 น. • The Bangkok Insight

หุ้น AOT ร่วงต่ำสุดในรอบ 10 ปี แรงสะเทือนจาก King Power! พื้นฐานเปลี่ยนระยะยาว หรือแค่ผลกระทบชั่วคราว

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มิถุนายน 2568 ที่ผ่านมา ราคาหุ้น AOT ของ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ผู้ประกอบธุรกิจท่าอากาศยานของประเทศไทย ร่วงลงต่ำกว่าระดับ 30 บาทเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 10 ปี ฉุดมูลค่าบริษัทหายไปกว่า 32,000 ล้านบาทในวันเดียว (ลดลง 7.03%)

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันสำคัญ จากกรณีที่ King Power ยื่นขอเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขสัญญาสัมปทานดิวตี้ฟรีในสนามบินภูมิภาค สร้างความไม่แน่นอนต่อรายได้ส่วนแบ่งผลประโยชน์ของ AOT ในอนาคต บทความนี้ จะพาไปเจาะลึกปมร้อนที่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน พร้อมสำรวจมุมมองจากนักวิเคราะห์ที่มีต่อแนวโน้มกำไรของ AOT ในปี 2568-2569

AOT

King Power ยื่นขอเลิกสัญญา AOT

มีรายงานข่าวว่า บริษัท คิงเพาเวอร์ ดิวตี้ฟรี จำกัด (King Power) ได้ทำหนังสือถึงกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ AOT เมื่อเดือนพฤษภาคม 2568 เพื่อขอหารือแนวทางยกเลิกสัญญาร้านสินค้าปลอดอากรใน 3 ท่าอากาศยานในภูมิภาค ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่ ซึ่งมีสัญญาประกอบกิจการตั้งแต่วันที่ 28 กันยายน 2563 ถึงวันที่ 31 มีนาคม 2576 โดยให้เหตุผลว่าได้รับผลกระทบจากเหตุสุดวิสัยหลายประการต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายปี ทั้งโควิด-19 สงครามรัสเซีย-ยูเครน ไปจนถึงจำนวนนักท่องเที่ยวจีนที่ยังฟื้นตัวช้ากว่าคาด

จากนั้น นางสาวปวีณา จริยฐิติพงศ์ รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.ท่าอากาศยานไทย AOT เปิดเผยว่า King Power ส่งหนังสือขอเจรจาปรับสัญญาร้านสินค้าปลอดอากรทั้ง 3 ฉบับ ได้แก่ สัญญาร้านค้าปลอดอากร ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ, สัญญาร้านค้าปลอดอากรท่าอากาศยานดอนเมือง และสัญญาร้านค้าปลอดอากร 3 ท่าอากาศยานในภูมิภาค ได้แก่ ภูเก็ต เชียงใหม่ และหาดใหญ่

AOT

ทั้งนี้ ฝ่ายบริหารได้เตรียมแนวทางเจรจากับ King Power อาจจะนำไปสู่การจัดทำสัญญาใหม่ จะหารือกับที่ประชุมคณะกรรมการ AOT ในวันที่ 16 มิถุนายนนี้ เป็นนัดพิเศษที่เลื่อนขึ้นมาประชุมเร็วขึ้นกว่ากำหนดปกติ พร้อมยืนยันว่า AOT ไม่ได้นิ่งนอนใจ เพราะถือเป็นรัฐวิสาหกิจที่มีหน้าที่รักษาผลประโยชน์ของประเทศ คาดว่าจะหาข้อสรุปให้ได้ภายใน 2 เดือน แต่ระหว่างเจรจา King Power ยังคงต้องจ่ายผลตอบแทนให้กับ AOT

มุมมองนักวิเคราะห์ ความเสี่ยงเริ่มสะสม

บล. ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล ระบุว่า King Power มีปัญหาสภาพคล่อง หากมีการปรับลดเงื่อนไข MAG อาจกระทบความน่าเชื่อถือของรายได้ในระยะยาว ขณะเดียวกันก็เป็นสัญญาณเตือนว่าโครงสร้างรายได้ของ AOT จะไม่เหมือนเดิม หากผู้รับสัมปทานรายอื่นขอปรับเปลี่ยนสัญญาตาม

บล. ยูโอบี เคย์เฮียน รายงานว่าลูกหนี้การค้าไม่หมุนเวียนของ AOT พุ่งจาก 2 พันล้าน เป็น 5.7 พันล้านบาท เนื่องจากการเลื่อนจ่ายจาก King Power โดยมีความเสี่ยงที่ AOT ต้องตั้งสำรองหนี้ หากไม่สามารถเก็บได้ครบ จะกระทบกำไรสุทธิและงบการเงินในระยะถัดไป

บล. เอเซีย พลัส ปรับลดประมาณการกำไรสุทธิของ AOT ทั้งปี 2568 และ 2569 ลงจากประมาณการเดิม โดยให้เหตุผลว่าแนวโน้มการฟื้นตัวของจำนวนนักท่องเที่ยวชะลอตัวลง โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ยังช้ากว่าที่คาดไว้ สำหรับตัวเลข 4 เดือนแรกปี 2568 นักท่องเที่ยวจีนลดลง 30% จากปีก่อน เนื่องจากการแข่งขันจากประเทศอื่นเพิ่มขึ้น เช่น ญี่ปุ่นและเวียดนาม ดึงดูดนักท่องเที่ยวจีนได้มากกว่า

ส่วนรายได้จากค่าบริการผู้โดยสารขาออกและธุรกิจดิวตี้ฟรีที่พึ่งพาชาวจีน ก็ยังไม่กลับมาสู่ระดับปกติ แม้จำนวนผู้โดยสารโดยรวมตุลาคม 2567 - 17 พฤษภาคม 2568 อยู่ที่ 84.5 ล้านคน (+9.9% YoY) แต่ช่วง 1-17 พฤาภาคม 2568 เติบโตเพียง 0.2% YoY แบ่งเป็นผู้โดยสารต่างประเทศลดลง 3.9% ผู้โดยสารในประเทศเพิ่มขึ้น 6.4%

ดังนั้น กำไรสุทธิปี 2568 ถูกปรับลดลง 4% เหลือ 19,600 ล้านบาท (ทรงตัวจากปีก่อน) ด้านปี 2569 ปรับลด 11% เหลือ 21,000 ล้านบาท (+9% YoY)

AOT

โอกาสหรือกับดักสำหรับนักลงทุน

ราคาหุ้น AOT ณ วันที่ 13 มิถุนายน 2568 อยู่ที่ 29.75 บาทต่อหุ้น ต่ำกว่าราคาเป้าหมายเฉลี่ยจาก IAA Consensus ที่ 40.42 บาทต่อหุ้น แปลว่ายังเหลือ Upside ราว +36% อย่างไรก็ตาม นี่เป็นราคาเป้าหมายเดิมที่ยังไม่รวมผลกระทบจากประเด็นที่เพิ่งมีกระแสข่าวออกมา เพราะฉะนั้น นักลงทุนควรระมัดระวังประเด็นต่อไปนี้

หนึ่ง… ผลการเจรจา King Power หาก AOT ต้องยอมลด MAG (Minimum Annual Guarantee: ค่าตอบแทนขั้นต่ำรายปี) หรือยกเลิกสัญญาทั้งหมดจริง

สอง… แนวโน้มจำนวนนักท่องเที่ยวที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาด โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนที่ AOT พึ่งพาอย่างสูง

สาม… ต้นทุนการดำเนินงานและหนี้ลูกหนี้การค้า ซึ่งอาจกดดันกำไรสุทธิในระยะสั้น

สรุปแล้ว กรณี King Power ไม่ใช่แค่เรื่องของพันธะสัญญา แต่สะท้อนความเปราะบางในโครงสร้างรายได้ของ AOT ที่พึ่งพาผู้รับสัมปทานรายใหญ่และลูกค้าต่างชาติเป็นหลัก แม้ราคาหุ้นจะร่วงลงมามาก แต่สำหรับนักลงทุนที่มองหามูลค่าที่แท้จริง ยังต้องรอดูความชัดเจนของการเจรจาก่อนตัดสินใจเข้าซื้อ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...