การโจมตีอิหร่านของอิสราเอลทำให้ฐานเสียงของ "ทรัมป์" แตกแยก
#อิหร่าน #อิสราเอล #ทันหุ้น - การโจมตีอิหร่านของอิสราเอลทำให้ฐานเสียงของทรัมป์แตกแยก
เนื้อหาโดยสรุป:
- อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อสงครามในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจดึงสหรัฐเข้าไปเกี่ยวข้อง
- แม้ทรัมป์เคยประกาศจะหยุดสงคราม แต่กลับสนับสนุนอิสราเอล ทำให้เกิดความขัดแย้งกับฐานเสียง “America First” ที่ต่อต้านสงคราม
- นักการเมืองฝ่ายขวาหลายคน เช่น Tucker Carlson, Rand Paul, Marjorie Taylor Greene ไม่เห็นด้วยกับการที่สหรัฐจะเข้าไปยุ่ง
- คนรุ่นใหม่ในพรรครีพับลิกันจำนวนมากเริ่มไม่สนับสนุนอิสราเอล
- นักวิเคราะห์เตือนว่าทรัมป์เสี่ยงจะเจอชะตาเดียวกับผู้นำก่อน ๆ หากพาสหรัฐเข้าสู่สงครามอีกครั้ง
.
‘ทิ้งอิสราเอล’: การเผชิญหน้าทางทหารกับอิหร่านกำลังแบ่งแยกฐานเสียงของทรัมป์ (ข่าวจาก Aljazeera)
.
นักการเมืองสายขวา รวมถึงพันธมิตรของทรัมป์บางราย เริ่มตั้งคำถามต่อการโจมตีของอิสราเอล และเตือนว่าไม่ควรให้สหรัฐอเมริกาเข้าไปพัวพันในสงครามกับอิหร่าน
วอชิงตัน ดี.ซี. – หลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยที่สองเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา เขาให้คำมั่นว่าจะ “ยุติสงครามทั้งหมด” และสร้างชื่อในฐานะ “ผู้สร้างสันติภาพและผู้รวมความเป็นหนึ่งเดียว”
แต่เพียง 6 เดือนต่อมา ขีปนาวุธก็เริ่มบินว่อนทั่วตะวันออกกลาง หลังจากอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน เสี่ยงต่อการเกิดสงครามภูมิภาคครั้งใหญ่ที่อาจลากสหรัฐเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย
การโจมตีของอิสราเอลต่ออิหร่าน ซึ่งทรัมป์แทบจะให้การสนับสนุนโดยตรง กำลังท้าทายคำมั่นของเขาที่จะเป็นผู้นำสันติภาพ และยังทำให้ฐานเสียงของเขาแตกแยก โดยนักการเมืองและนักวิจารณ์ฝ่ายขวาหลายคนชี้ว่า การสนับสนุนอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไขนั้น ขัดกับหลักการ “อเมริกาต้องมาก่อน (America First)” ที่เขาหาเสียงไว้
“ทิ้งอิสราเอล”
ทริทา ปาร์ซี รองประธานสถาบันควินซี ซึ่งเป็นคลังสมองของสหรัฐฯ ที่ส่งเสริมการทูต กล่าวว่า
“ฐานเสียงของแนวคิด ‘America First’ หลายส่วนรู้สึกโกรธและถูกหักหลัง เพราะพวกเขาต่อต้านการที่สหรัฐฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในสงครามเช่นนี้โดยสิ้นเชิง พวกเขาเริ่มสงสัยในอิสราเอล และเชื่อว่าสงครามแบบนี้ทำให้รัฐบาลรีพับลิกันล้มเหลว และทำลายวาระภายในประเทศของตนเอง”
นักอนุรักษนิยมหลายรายตั้งคำถามต่อการโจมตีของอิสราเอลเมื่อวันศุกร์ และเตือนว่าสหรัฐไม่ควรโดนลากเข้าสู่สงครามที่ไม่ใช่ผลประโยชน์ของชาติ
ทัคเกอร์ คาร์ลสัน นักวิจารณ์สายอนุรักษนิยมผู้ทรงอิทธิพล และเป็นผู้นำทางความคิดในขบวนการ MAGA ของทรัมป์ กล่าวว่า รัฐบาลอิสราเอล “หิวกระหายสงคราม” และสหรัฐไม่ควรให้การสนับสนุน
ในจดหมายข่าวของเครือข่าย Tucker Carlson Network เขียนไว้ว่า
“หากอิสราเอลอยากทำสงคราม พวกเขามีสิทธิ์ทำในฐานะประเทศอธิปไตย แต่ไม่ควรทำโดยมีอเมริกาหนุนหลัง”
และเตือนว่า สงครามกับอิหร่านอาจจุดชนวนให้เกิดการก่อการร้ายรุ่นใหม่ หรือทำให้ชาวอเมริกันหลายพันคนต้องเสียชีวิตเพราะวาระของต่างชาติ
“ไม่มีทางที่สถานการณ์เช่นนี้จะเป็นประโยชน์กับสหรัฐ” พร้อมเสนอทางเลือกว่า “ทิ้งอิสราเอล ปล่อยให้พวกเขารบกันเอง”
นักการเมืองรีพับลิกันอีกหลายคนก็ออกมาคัดค้าน
แรนด์ พอล ส.ว.จากพรรครีพับลิกัน เตือนว่า
“ประชาชนอเมริกันส่วนใหญ่ต่อต้านสงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น และพวกเขาแสดงออกอย่างชัดเจนผ่านการเลือกทรัมป์ในปี 2024”
พร้อมเรียกร้องให้ทรัมป์ “ยึดมั่นในแนวทาง America First และอย่าเข้าไปยุ่งกับสงครามของประเทศอื่น”
มาร์จอรี เทย์เลอร์ กรีน ส.ส.หญิงสายขวาจัด ก็โพสต์บน X (เดิมชื่อ Twitter) ว่า
“ฉันสวดภาวนาเพื่อสันติภาพ สันติภาพคือจุดยืนของฉัน”
ก่อนหน้านี้เธอก็เคยเตือนทรัมป์ไม่ให้โจมตีอิหร่านโดยอิงจากข้อกล่าวหาของอิสราเอลเรื่องโครงการนิวเคลียร์
แม้ชาร์ลี เคิร์ก นักเคลื่อนไหวสายขวาและผู้สนับสนุนอิสราเอล ก็ยังแสดงความไม่เห็นด้วยกับการทำสงครามกับอิหร่านในรายการพอดแคสต์ของตนว่า
“ผมยืนยันได้เลย ฐานเสียง MAGA ของเราไม่ต้องการสงคราม ไม่ต้องการให้สหรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องเลยแม้แต่น้อย”
การโจมตีของอิสราเอล
ก่อนที่อิสราเอลจะเริ่มทิ้งระเบิดฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวกนิวเคลียร์ และอาคารที่พักอาศัยในอิหร่านเมื่อวันศุกร์ ทรัมป์ได้กล่าวว่า ฝ่ายตนยังยึดมั่นในแนวทางการทูตกับอิหร่าน
“มันง่ายมาก อิหร่านไม่สามารถมีอาวุธนิวเคลียร์ได้ แค่นั้น นอกเหนือจากนั้น เราอยากให้อิหร่านประสบความสำเร็จ และเราจะช่วยให้เขาทำได้” – ทรัมป์กล่าวเมื่อวันพฤหัสฯ
อย่างไรก็ตาม วันรุ่งขึ้น ทรัมป์ยอมรับกับสื่อว่าเขารู้ล่วงหน้าว่าอิสราเอลจะโจมตี แต่ไม่ได้พูดว่าเขาพยายามจะหยุดยั้ง
ทรัมป์โยนความรับผิดชอบไปยังอิหร่าน โดยบอกว่ารัฐบาลเตหะรานควรฟังคำเตือนของเขาในการเจรจา
“ผมบอกพวกเขาว่า ถ้าไม่ยอมเจรจา สิ่งที่จะตามมาจะเลวร้ายยิ่งกว่าทุกอย่างที่พวกเขาจินตนาการไว้ เพราะสหรัฐมีอาวุธที่ทรงพลังที่สุดในโลก และอิสราเอลก็มีมันจำนวนมาก และจะมีเพิ่มอีกมาก”
นักวิเคราะห์กล่าวว่า ทรัมป์ทำให้เข้าใจผิด
ปาร์ซีกล่าวว่า แรกเริ่ม ทรัมป์ต้องการเจรจา แต่ความต้องการให้เตหะรานยุติการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมทำให้การเจรจาชะงัก และอิสราเอลก็ใช้จุดนี้ผลักดันให้เกิดการโจมตีทางทหาร
“ทรัมป์พูดเชิงสนับสนุนการทูตเพื่อหลอกล่อให้ทุกฝ่ายเข้าใจว่าจะไม่มีการโจมตีจนกว่าการเจรจารอบที่หกจะเสร็จ แต่สุดท้ายอิสราเอลก็ลงมือก่อน”
ฐานเสียง ‘America First’
แม้การโจมตีของอิสราเอลจะได้รับเสียงสนับสนุนจากสมาชิกรัฐสภาบางส่วน แต่ส่วนหนึ่งของฐานเสียงที่สำคัญของทรัมป์ – โดยเฉพาะฝ่ายขวาที่ไม่เห็นด้วยกับการหนุนอิสราเอลอย่างไม่มีเงื่อนไข – เริ่มแสดงจุดยืนที่ต่างออกไป
จอน ฮอฟฟ์แมน นักวิจัยจาก Cato Institute กล่าวว่า
“โดยเฉพาะคนอายุน้อยในพรรครีพับลิกัน พวกเขาเริ่มมีมุมมองในทางลบต่ออิสราเอลมากขึ้น”
ผลสำรวจจาก Pew พบว่า รีพับลิกันอายุต่ำกว่า 50 ปี ราว 50% มีทัศนคติลบต่ออิสราเอล
สหรัฐฯ เคยถลำลึกในสงครามอิรักและอัฟกานิสถานภายใต้รัฐบาลจอร์จ ดับเบิลยู. บุช ซึ่งส่งผลเสียหายอย่างใหญ่หลวงทั้งชีวิตและทรัพยากร ทิ้งคำถามว่า สงครามเหล่านี้ทำให้สหรัฐได้ประโยชน์จริงหรือไม่
ในปี 2021 กลุ่มตาลีบันกลับมาครองอำนาจในอัฟกานิสถานอีกครั้งแทบจะทันทีหลังสหรัฐถอนทหารออก
ทรัมป์หาเสียงเลือกตั้งในปี 2024 โดยเล่นกับความโกรธของประชาชนจากสงครามเหล่านั้น
เขาชี้ว่าหากเขาเป็นประธานาธิบดีในตอนนั้น รัฐบาลอัฟกันจะไม่ล่มสลาย
“เราคงไม่ต้องเจอสถานการณ์เลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์แบบนั้น” – ทรัมป์กล่าวในการหาเสียงที่ดีทรอยต์
เขายังโจมตี คามาลา แฮร์ริส คู่แข่งจากเดโมแครต ว่าพัวพันกับตระกูลเชนีย์ที่มีบทบาทสำคัญในการก่อสงครามตะวันออกกลาง
“คามาลากำลังรณรงค์กับพวกคลั่งสงครามที่เกลียดชังชาวมุสลิมอย่างลิซ เชนีย์ พวกเขาอยากบุกเกือบทุกประเทศมุสลิมบนโลกนี้”
แต่ผู้วิจารณ์กล่าวว่า หากทรัมป์ยังคงสนับสนุนการโจมตีของอิสราเอล เขาเองก็เสี่ยงที่จะกลายเป็นประธานาธิบดีที่นำพาสหรัฐเข้าสู่สงครามตะวันออกกลางอีกครั้ง
ฮอฟฟ์แมนเตือนว่า
“ความสัมพันธ์ใกล้ชิดระหว่างสหรัฐกับอิสราเอล และอิทธิพลของกลุ่มการเมืองที่ต้องการทำสงครามกับอิหร่านมานาน อาจทำให้สหรัฐถูกลากเข้าสู่สงครามโดยไม่รู้ตัว”