โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ทริสเรทติ้งคงคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี68โต1.8%-ความไม่แน่นอนยังสูง

Manager Online

เผยแพร่ 15 มิ.ย. 2568 เวลา 05.35 น. • MGR Online

ทริส เรทติ้งคงคาดการณ์การเติบโตของ GDP ไทยในปี 2568 ที่ระดับ 1.8% โดยได้รวมผลกระทบจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯไว้ในการวิเคราะห์ภายใต้สมมติฐานในกรณีฐาน (Baseline Assumption) ทริสเรทติ้งคาดว่าการเจรจากับสหรัฐฯ ในช่วงพักการเก็บภาษีแบบตอบโต้เป็นเวลา 90 วันจะนำไปสู่การกำหนดอัตราภาษีตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่ระดับ 20% ซึ่งต่ำกว่าระดับ 36% ที่รัฐบาลสหรัฐฯประกาศไว้เดิม โดยการลงทุนภาครัฐคาดว่าจะเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยประมาณการว่าจะขยายตัวที่ระดับ 5.2% ซึ่งสูงกว่าที่เคยคาดการณ์ไว้เดิมที่ 3.7% ดังนั้น รัฐบาลควรเร่งเบิกจ่ายงบประมาณสำหรับโครงการลงทุนที่อนุมัติไปแล้วเพื่อพยุงเศรษฐกิจที่ยังเปราะบาง

อย่างไรก็ตาม ทริสเรทติ้งได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของทั้งการลงทุนภาคเอกชนและการบริโภคภาคเอกชนเนื่องจากนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นทางธุรกิจและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค โดยการลงทุนภาคเอกชนในปี 2568 คาดว่าจะเติบโต 1.8% ซึ่งชะลอลงจากคาดการณ์เดิมที่ 2.6% และการบริโภคภาคเอกชนลงมาอยู่ที่ 2.3% จาก 3.1% ซึ่งสอดคล้องกับความล่าช้าในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านดิจิทัลวอลเล็ตและการเบิกจ่ายเงินลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัว ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคได้รับผลกระทบจากความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่เกิดจากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ

ด้านการส่งออกและนำเข้าสินค้าโดยรวมในปี 2568 มีแนวโน้มเติบโตชะลอลงจากปีที่ผ่านมา โดยการนำเข้าสินค้าที่ยังขยายตัวได้มาจากการนำเข้าสินค้าจีนที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก โดยในปี 2568 การส่งออกไปยังสหรัฐฯ คาดว่าจะลดลง 10.5% ขณะที่การส่งออกไปยังประเทศอื่น ๆ นอกเหนือจากสหรัฐฯ และจีนจะเติบโตในอัตราเลขตัวเดียวระดับต่ำ(low single-digit) ดังนั้น การส่งออกสินค้ารวมคาดว่าจะขยายตัวเพียงเล็กน้อยที่ 0.15%

ในระยะข้างหน้า ความไม่แน่นอนที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินนโยบายทางการค้าของสหรัฐฯ มีแนวโน้มที่จะยังคงอยู่ในระดับสูง ในขณะที่ประเทศต่าง ๆ เข้าสู่กระบวนการเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ แต่ผลลัพธ์นั้นยากที่จะคาดเดา ความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจส่งผลให้การลงทุนภาคเอกชนเกิดความล่าช้าเพิ่มเติมและส่งผลกระทบต่อการบริโภคภาคเอกชน ในกรณีที่มาตรการภาษีของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้อย่างเต็มรูปแบบ เศรษฐกิจโลกอาจเผชิญกับการชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลทำให้ดุลการค้าของไทยแย่ลงไปอีก นอกจากนี้ หากงบประมาณรัฐบาลปี 2569 มีความล่าช้าก็อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงในเชิงลบเพิ่มเติมต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในปีนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในไตรมาสสุดท้าย

ยิ่งไปกว่านั้น แรงกดดันด้านเงินเฟ้อที่อาจเกิดขึ้นจากมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ก็อาจทำให้การปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสหรัฐฯ ล่าช้าออกไป ซึ่งจะส่งผลให้สภาวะการเงินทั่วโลกตึงตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ และนอกเหนือจากการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ แล้ว ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ก็ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลกซึ่งอาจทำให้ห่วงโซ่อุปทานหยุดชะงัก ต้นทุนพลังงานเพิ่มสูงขึ้น และภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ในขณะที่การดำเนินนโยบายการเงินที่ยังมีความไม่แน่นอนของประเทศเศรษฐกิจหลักก็อาจนำไปสู่ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและตลาดทุนทั่วโลกด้วยเช่นกัน

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...