โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

เมมเต็ม แก้ยังไง ? รวมวิธีแก้แบบไม่ต้องลบภาพหรือแอปฯ ออกจากเครื่อง

BT Beartai

อัพเดต 22 ก.ค. 2568 เวลา 10.21 น. • เผยแพร่ 21 ก.ค. 2568 เวลา 05.23 น.
เมมเต็ม แก้ยังไง ? รวมวิธีแก้แบบไม่ต้องลบภาพหรือแอปฯ ออกจากเครื่อง

รวมวิธีแก้เมมเต็ม ทำตามง่าย ใช้เวลาน้อย แบบไม่ต้องลบข้อมูลออกจากเครื่องให้เสียดาย

เคยไหมเวลาต้องใช้โทรศัพท์มือถือในช่วงสำคัญ แต่ต้องสะดุดเพราะปัญหาเมมเต็ม หลายคนแก้ปัญหานี้ด้วยการจำใจต้องลบภาพ ลบแอปฯ เพื่อที่จะทำให้มีพื้นที่ว่างภายในเครื่องเหลือเพียงพอให้สามารถจัดเก็บข้อมูลใหม่เข้าไปได้ แต่จะดีกว่าไหมถ้ามีวิธีเพิ่มพื้นที่จัดเก็บโดยที่เราไม่จำเป็นต้องลบข้อมูล หรือป้องกันได้ตั้งแต่แรกก่อนที่เมมจะเต็ม !

บทความนี้ได้รวบรวมแนวทางที่สามารถนำไปใช้ได้จริง ด้วยขั้นตอนที่ง่าย รวดเร็ว เพื่อเพิ่มพื้นที่ว่างในโทรศัพท์มือถือทั้งระบบ Android และ iOS ที่จะช่วยให้คุณได้ใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

สาเหตุที่ทำให้เมมเต็มไว

เพื่อการแก้ไขปัญหาให้ถูกจุด ก่อนอื่นมาดูกันว่าต้นตอหรือสาเหตุที่ทำให้พื้นที่หรือเมมในสมาร์ตโฟนของเราเต็มจนไม่สามารถรับข้อมูลใหม่ได้ เกิดจากอะไรบ้าง ?

  • มีไฟล์รูปภาพและวิดีโอคุณภาพสูง

เนื่องจากกล้องโทรศัพท์มือถือสมัยใหม่สามารถถ่ายภาพความละเอียดสูงมาก ยิ่งตั้งค่าความละเอียดอยู่ที่ 4K ก็ยิ่งทำให้ไฟล์ใหญ่ขึ้นมาก อีกทั้งที่หลายคนชอบเป็นคือ ถ่ายเยอะแต่ไม่เคยลบ ซึ่งพฤติกรรมนี้จะทำให้มือถือของเราสะสมไฟล์เรื่อย ๆ โดยข้อมูลจาก Google Photos ระบุว่า วิดีโอ 1 นาทีที่ความละเอียด 4K (60 FPS) อาจกินพื้นที่ได้มากถึง 350 MB เลยทีเดียว

  • เก็บรูปซ้ำ หรือเผลอถ่ายแบบไม่ได้ตั้งใจ

สิ่งที่หลายคนมักเป็นโดยไม่รู้ตัวคือการเซฟรูปเดิมซ้ำ ๆ บางทีไม่ใช่แค่ 2 ภาพ แต่บันทึกซ้ำแล้วซ้ำอีกเหมือนลืมว่าเคยเก็บภาพนี้ไว้แล้ว เลยทำให้เกิดการบันทึกซ้ำหลาย ๆ ครั้ง และนั้นก็นำมาซึ่งการใช้พื้นที่โดยไม่จำเป็น

  • แอปพลิเคชันที่ใช้พื้นที่เยอะ

บางแอปฯ เช่น LINE, TikTok, Facebook, IG ฯลฯ เก็บข้อมูลชั่วคราว (Cache) ที่เป็นรูปหรือคลิปวิดีโอไว้ในเครื่องโดยอัตโนมัติ โดยเฉพาะ LINE ถ้าไม่เคลียร์แชตหรือรูปเก่า ๆ อาจกินพื้นที่หลาย GB โดยสามารถตรวจสอบที่เมนู “Storage” ทั้งบน Android และ iOS เพื่อดูว่าแอปฯ ใดใช้พื้นที่มากที่สุด และควรเคลียร์แคชทุก 1-2 สัปดาห์ เพื่อช่วยเพิ่มพื้นที่ความจำในการใช้งานอื่น ๆ ได้

  • การดาวน์โหลดอัตโนมัติจากแอปฯ แชต

แอปพลิเคชันแชต อาทิ WhatsApp, LINE และ Messenger มักดาวน์โหลดภาพและวิดีโอเข้าเครื่องอัตโนมัติ ทำให้พื้นที่ใช้งานภายในเครื่องถูกดึงไปใช้โดยที่เราไม่รู้ตัว ซึ่งการปิด “Auto-Download” ในแอปฯ แชตสามารถช่วยประหยัดพื้นที่ได้มาก

สาเหตุเพิ่มเติมที่ผู้ใช้ส่วนใหญ่มักไม่คาดคิด

แม้ปัญหาหน่วยความจำเต็มจะมักเกิดจากการจัดเก็บไฟล์จำนวนมาก เช่น รูปภาพ วิดีโอ หรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ แต่ในความเป็นจริงยังมีปัจจัยแฝงอื่น ๆ ที่ผู้ใช้งานส่วนใหญ่อาจมองข้าม ซึ่งล้วนส่งผลต่อพื้นที่จัดเก็บโดยตรง

  • การใช้ฟีเจอร์ Live Photo, Portrait, Burst Mode

โหมด Live Photo จะบันทึกภาพเคลื่อนไหวสั้น ๆ ก่อนและหลังภาพนิ่ง ทำให้ใช้พื้นที่มากกว่าภาพปกติหลายเท่า เช่น รูปปกติส่วนใหญ่จะใช้พื้นที่ประมาณ 3-4 MB แต่ถ้าเป็นรูปแบบ Live Photo จะใช้พื้นที่สูงถึง 10 MB เลยทีเดียว เช่นเดียวกับโหมดถ่ายภาพรัว (Burst Mode) และโหมดถ่ายภาพบุคคล (Portrait)

  • แอปพลิเคชันที่ไม่ได้ใช้งานแต่ยังคงเก็บข้อมูลเบื้องหลัง

แอปฯ ที่เปิดให้ Sync ข้อมูลหรืออัปเดตอัตโนมัติ แม้ไม่ได้ใช้งาน เช่น แอปฯ พยากรณ์อากาศ หรือสุขภาพ อาจใช้พื้นที่โดยไม่รู้ตัว

  • ไฟล์ Offline จากบริการสตรีมมิง

การดาวน์โหลดไฟล์จากแอปฯ เช่น Netflix, Spotify หรือ YouTube เพื่อเอาไว้ดูแบบออฟไลน์ตอนไม่มีอินเทอร์เน็ต หากโหลดแล้วไม่มาดูหรือฟัง อาจจะเปลืองพื้นที่

  • ไฟล์ที่ดาวน์โหลดมาใช้ แล้วไม่ได้ลบออก

ยกตัวอย่างที่เจอกันบ่อย ๆ ก็จะมี ไฟล์ APK (Android Package Kit) ที่ใช้สำหรับติดตั้งแอปพลิเคชันบนอุปกรณ์ Android ถ้าดาวน์โหลดมาติดตั้งแล้วไม่ได้ลบออกจะเปลืองพื้นที่เก็บข้อมูล รวมถึงไฟล์เอกสาร, ไฟล์วิดีโอ, และไฟล์อื่น ๆ ที่ดาวน์โหลดมาด้วย

วิธีแก้เมมเต็ม

ไม่จำเป็นต้องลบทุกอย่างเพื่อเพิ่มพื้นที่ในมือถือ เพราะจริง ๆ แล้วมีหลายวิธีง่าย ๆ ที่ช่วยเคลียร์หน่วยความจำได้ ทั้งการตั้งค่าบางอย่าง การย้ายไฟล์ หรือใช้เครื่องมือที่มีอยู่ในเครื่องอยู่แล้ว วิธีเหล่านี้ช่วยให้มือถือกลับมาใช้งานได้คล่องขึ้น โดยไม่ต้องเสียเวลาเยอะหรือเสี่ยงข้อมูลหาย

  • ล้างข้อมูลแคช (Cache) ของแอปพลิเคชัน

  • Android : เข้าไปที่ การตั้งค่า (Settings) > แอป (Apps) > การจัดการแอป (App Management) > เลือกแอปฯ ที่ต้องการ > การใช้เนื้อที่เก็บข้อมูล (Storage) > ล้างแคช (Clear Cache)

  • iPhone : ใช้ฟังก์ชัน Offload App เพื่อลบแอปฯ ที่ไม่ค่อยได้ใช้งาน ได้ที่ การตั้งค่า (Settings) > ทั่วไป (General) > พื้นที่จัดเก็บข้อมูลของ iPhone (iPhone Storage) > เอาแอปที่ไม่ได้ใช้งานออก (Offload App)

  • จัดการไฟล์ภายในแอปฯ แชต

  • LINE : การตั้งค่า (Settings) > ข้อความ (Chats) > ลบข้อมูล (Manage Storage) > ล้างเฉพาะภาพหรือไฟล์ที่ดาวน์โหลด

  • WhatsApp : การตั้งค่า (Settings) > พื้นที่เก็บข้อมูลและข้อมูล (Storage and Data) > ดูปริมาณไฟล์จากแต่ละแชต แล้วเลือกลบเฉพาะไฟล์ที่ไม่จำเป็น

  • จัดการไฟล์ซ้ำหรือไฟล์ดาวน์โหลดค้างไว้

  • ตรวจสอบโฟลเดอร์ Downloads หรือโฟลเดอร์ที่ชื่อซ้ำกัน หากไม่ใช้งานควรลบหรือนำออกไปเก็บใน Cloud หรือ External Storage

  • ใช้ฟีเจอร์ Optimize Storage หรือเปิดใช้งานบริการ Cloud Backup

  • iPhone : การตั้งค่า (Settings) > รูปภาพ (Photos) > เปิดใช้งาน ปรับขนาดพื้นที่จัดเก็บข้อมูล “Optimize iPhone Storage” เพื่อเก็บเฉพาะตัวอย่างรูป

  • Android : เปิด Google Photos > เปิด Backup & Sync เพื่ออัปโหลดภาพขึ้น Cloud และกด “Free up space” เพื่อเคลียร์พื้นที่เก็บภาพและวิดีโอออก

ทางเลือกในการเพิ่มพื้นที่โดยไม่ต้องลบข้อมูล

นอกจากการแก้ไขผ่านระบบของตัวเครื่องแล้ว การเพิ่มพื้นที่โทรศัพท์ยังสามารถทำได้ด้วยวิธีดังต่อไปนี้

  • ย้ายรูปและวิดีโอไป Cloud (Google Photos, iCloud, OneDrive)
  • ใช้ External Storage (OTG Drive, Flash Drive เสียบมือถือได้)
  • เชื่อมต่อคอมฯ แล้วเก็บไฟล์ไว้ใน External Hard Drive

การซื้อพื้นที่จัดเก็บข้อมูล Cloud เพิ่มเติม

หากพื้นที่ในเครื่องไม่เพียงพอ และต้องการเก็บข้อมูลเดิมไว้ทั้งหมด สามารถเลือกซื้อพื้นที่เพิ่มเติมได้ผ่านบริการต่าง ๆ ดังนี้

การซื้อพื้นที่ผ่าน Google One

  • เปิดแอปฯ Google Drive หรือ Google Photos
  • แตะที่รูปโปรไฟล์ > เลือก “อัปเกรดพื้นที่เก็บข้อมูล”
  • เลือกแพ็กเกจและดำเนินการสมัครสมาชิก

การซื้อพื้นที่บน iCloud

  • ไปที่ Settings > Apple ID > iCloud
  • เลือก “Manage Storage” หรือ “iCloud+”
  • เลือกแพ็กเกจพื้นที่และชำระค่าบริการ

ปัญหาพื้นที่จัดเก็บข้อมูลเต็มสามารถจัดการได้โดยไม่จำเป็นต้องลบข้อมูลสำคัญเสมอไป การวางแผนจัดการไฟล์อย่างเป็นระบบ และการใช้บริการสำรองข้อมูลหรือพื้นที่เสริม จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถใช้สมาร์ตโฟนได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...