นิติสงครามเริ่ม ‘นายกฯ อิ๊งค์’ ลุ้นหนัก
เริ่ม เดินหน้าแล้ว กระบวนการตรวจสอบ ทางกฎหมาย หรือที่ใครเรียกว่า "นิติสงคราม" หลังมีรายงานว่า ในการประชุม คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. ที่ประชุมมีมติเอกฉันท์ให้รับตรวจสอบเบื้องต้น กรณี น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ ถูกกล่าวหาว่า ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามมาตรฐาน จริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีการเผยแพร่คลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร กับ สมเด็จฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา เกี่ยวกับความขัดแย้งตามแนว ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยการให้สอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นนั้น จะดำเนินการถอดเทป พร้อมคำแปลภาษาต่างประเทศให้ถูกต้อง เนื่องจากถือเป็น พยานหลักฐานสำคัญ ทางคดี ตลอดจนการสอบพยานผู้เกี่ยวข้อง ถือเป็นกระบวนการตรวจสอบตามปกติ เมื่อมีการร้องเรียนเข้ามา ก็จะรับ ตรวจสอบในเบื้องต้น เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในความสนใจของประชาชน และให้รายงานให้ที่ประชุมคณะกรรมการ ป.ป.ช.รับทราบความคืบหน้าเป็นระยะ ๆ
เรื่องดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณี ประธานวุฒิสภา เข้าชื่อสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ยื่นร้องต่อ ป.ป.ช. เพื่อไต่สวนและมีความเห็นว่า น.ส.แพทองธาร นายกฯ ทุจริตต่อหน้าที่หรือจงใจปฏิบัติหน้าที่หรือใช้อำนาจขัดต่อ บทบัญญัติแห่งรัฐธรรมนูญ (รธน.) หรือกฎหมาย และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตาม มาตรฐานทางจริยธรรม อย่างร้ายแรง นอกจากนี้ ยังทำหนังสือถึงศาล รธน. ขอให้วินิจฉัยตาม รธน.มาตรา 170 วรรค 3 ประกอบมาตรา 82 ว่า ความเป็นนายกฯ ของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตาม รธน. มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบ มาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่
นอกจากนี้ศาล รธน. ได้นัดประชุม วันที่ 1 ก.ค. 68 ซึ่งคงต้องรอดูว่า มีวาระการพิจารณา หรือมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด ในคำร้องของประธานวุฒิสภา ที่ยื่นคำร้องของให้ศาล รธน.วินิจฉัย สถานะความเป็นนายกฯ ของ น.ส.แพทองธาร สิ้นสุดลงเป็นการเฉพาะตัว ตาม รธน.มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) หรือไม่ จากกรณีปรากฏ คลิปเสียงสนทนา กับสมเด็จฮุน เซน และในคำร้องดังกล่าว ยังขอให้ศาล รธน.คำสั่งให้ น.ส.แพทองธาร ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่จนกว่าศาล รธน. จะมีคำวินิจฉัยตาม รธน. มาตรา 82 วรรคสอง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ (พ.ร.ป.) ว่าด้วยวิธีการพิจารณาของศาล รธน. พ.ศ. 2561 มาตรา 71 ประกอบข้อกำหนดศาล รธน.ว่าด้วยวิธีพิจารณาคดี รธน. พ.ศ. 2562 ข้อ 40 (8) โดยกรณีนี้สามารถออกได้ 3 ทางคือ 1.ศาล รธน. ยังไม่ได้นำเรื่องดังกล่าวหยิบยกมาพิจารณา เลื่อนการพิจารณาออกไปก่อน 2.ศาล รธน. หยิบยกมาพิจารณา และอาจมีคำสั่งอย่างหนึ่งอย่างใด เช่น สั่งรับ หรือไม่รับคำร้อง หรือสั่งเรียกข้อมูลเพิ่มเติม 3.ศาล รธน.หยิบยกมาพิจารณา แล้วเห็นว่าคำร้องดังกล่าวไม่มีมูล ให้คำร้องตกไป เป็นต้น
ส่วน "น.ส.แพทองธาร" กล่าวถึงกรณีศาล รธน.จะรับพิจารณาคดีคลิปเสียงนายกฯ หรือไม่ว่า พร้อมให้ข้อมูล และชี้แจง เพราะคลิปเสียงที่หลุดออกมา ขอยืนยันว่าเป็นเรื่องที่ ผู้นำแต่ละประเทศ ใช้เจรจากันอยู่แล้ว ก็จะเห็นได้ชัด ตัวดิฉันเอง ก็ไม่ได้อะไร และก็ไม่ได้ทำให้ ประเทศไทยเสียหาย จุดนี้คือจุดที่เป็นการคุยกัน ซึ่งก็ทราบอยู่แล้วว่า ไม่ควรเปิดเผยคลิป ที่เป็นการสนทนาแบบส่วนตัว พร้อมยืนยันและพร้อมอธิบายเล่าทุกเหตุการณ์อยู่แล้ว
ต้องบอกว่า กระบวนตรวจสอบ หัวหน้ารัฐบาล ผ่านทางองค์อิสระเริ่มแล้ว โดยเริ่มจาก ป.ป.ช. เท่ากับสถานะของ น.ส.แพทองธาร เริ่มมีความไม่แน่นอน ต้องรอดูบทสรุปเรื่องนี้จะจบอย่างไร จะซ้ำรอยอดีตนายกฯ จากคนใน ตระกูล "ชินวัตร" หรือไม่
ส่วนพรรคการเมืองที่ได้รับผลกระทบจากการยืนยันสนับสนุน น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ต่อไป หนีไม่พ้น "รวมไทยสร้างชาติ (รทสช.)" และ "ประชาธิปัตย์ (ปชป.)" เพราะบรรดาสมาชิกพรรคลาออกอย่างต่อเนื่อง ล่าสุด "ดวงนภา ฤกษ์ดี" สมาชิกพรรคปชป. อดีตประธานสาขาพรรคประชาธิปัตย์เขตลาดกระบัง โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กระบุว่า ตัดสินใจลาออกจากสมาชิกพรรคปชป. ด้วยหัวใจที่เจ็บปวด ดิฉันไม่อาจที่จะตอบคำถามของสมาชิกพรรค ปชป. ได้ว่าแนวทางและจุดยืนของพรรค จะเดินไปในทิศทางใด แม้วันนี้จะไม่ได้ยืนอยู่ในฐานะสมาชิกพรรคอีกต่อไปแล้ว แต่ความหวังที่เคยฝากไว้กับพรรคยังไม่เคยเลือนหาย เพราะดิฉันยังเชื่อว่า "ความซื่อสัตย์ อุดมการณ์ และความรักชาติ" คือรากแก้วที่ทำให้พรรค ปชป.ยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้
ก่อนหน้านั้น "น.ส.วทันยา บุนนาค" หรือ "มาดามเดียร์" ได้ยื่นใบลาออก จากการเป็น สมาชิกพรรค ปชป. โดยระบุผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า ขอบคุณประชาชน ขอบคุณพรรค ปชป. ขอบคุณสมาชิกพรรค ปชป. ที่เปิดโอกาสให้เดียร์ได้เข้ามาทำงาน ในห้วงเวลาที่ผ่านมา บัดนี้เดียร์ตัดสินใจขอลาออกจากสมาชิกพรรค ปชป. แล้ว เนื่องจากรับไม่ได้กับการกระทำของ กรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคชุดนี้ ที่อยู่ร่วมรัฐบาลต่อ โดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนตัว โดยเฉพาะในเรื่องตำแหน่ง
ด้าน "นายเดชอิศม์ ขาวทอง" รมช.สาธารณสุข ในฐานะเลขาธิการพรรค ปชป. ให้สัมภาษณ์ถึงการปรับ ครม.ว่า พรรคจะได้ เพิ่มรัฐมนตรีช่วย แต่ยังไม่ได้คุยเบื้องลึกว่าจะได้เพิ่มตำแหน่งรองนายกฯ ด้วยหรือไม่ ต้องถาม นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะหัวหน้าพรรค ปชป. เมื่อถามว่า ถือว่าพรรค ปชป.พอใจใช่หรือไม่ที่สามารถมาไกลได้ขนาดนี้ จากเดิมที่ตัดสินใจ แค่อยากร่วมรัฐบาล นายเดชอิศม์ กล่าวว่า พรรค ปชป.ต้องทำใจอย่างหนึ่ง เพราะศิษย์เก่าของเรา เป็นพวกโมฆบุรุษหรือพวก ล้มละลายทางการเมือง ซึ่งออกจากพรรค ปชป.ไป ไม่ได้โจมตีพรรคไหนแต่กลับโจมตีพรรค ปชป. เกือบทั้งหมด ตนต้องฝืนแรงเสียดทานสักหน่อยหนึ่ง เมื่อถามต่อว่า มีชื่อนายเดชอิศม์ เป็น รมช.มหาดไทย และนายชัยชนะเป็น รมช.สาธารณสุข ใช่หรือไม่ นายเดชอิศม์ กล่าวว่า ตนก็อยากได้ แต่ไม่แน่ใจจะได้หรือเปล่า
ขณะที่ "นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี" รองโฆษกพรรค รทสช. อดีตรองโฆษกรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก "เนเน่ รัดเกล้า สุวรรณคีรี" ระบุว่า "ขอออกจากการเป็นสมาชิกพรรค รทสช. ในฐานะประชาชนคนไทยคนหนึ่ง ที่ยังรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ อธิปไตย และ ประชาธิปไตย เสมอมา และตลอดไป
ส่วน "นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์" รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาธิการพรรค รทสช. ให้สัมภาษณ์ถึงข้อเสนอให้นายกฯ ลาออก ไม่เช่นนั้น รทสช. จะถอนตัวจากรัฐบาล ว่า สถานการณ์แบบนี้ต้องยอมรับ ประเทศอยู่ในจุดสั่นคลอน โดยเฉพาะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา เราจึงต้องสนับสนุนให้เขาทำหน้าที่อย่างเต็มที่ รวมถึงปัญหาอื่นๆ กับ สิ่งที่เราต้องทำ ตัดสินใจไม่ง่ายเลย ให้ผ่านสถานการณ์แบบนี้ไปได้ก่อน เมื่อถามต่อว่า จะรับมือกับผู้สนับสนุน รทสช.ที่รับไม่ได้กับการตัดสินใจแบบนี้ กล่าวว่า เราต้องรับผิดชอบต่อการตัดสินใจ แต่เป็นเรื่องตัดสินใจยาก
หากเป็นแค่สมาชิกพรรค หรือผู้สนับสนุน ก็คงตัดสินใจเช่นนั้น แต่วันนี้เป็นกัปตัน เรือก็กำลังล่องผ่านมรสุม ให้ตนทิ้งตอนนี้ คนบนเรือก็ตายกันหมด เมื่อถามว่า แล้วสิ่งที่เลือกเช่นนี้จะ สามารถดึงกองเชียร์ กลับมาได้หรือไม่ นายเอกนัฏ กล่าวว่า ไม่มั่นใจ เข้าใจสำหรับทุกคนที่คิดและตัดสินใจ และ ก็ไม่อยากจะหลบ และไม่ปิด อยากจะ พูดตรงไปตรงมาได้ เมื่อถามว่า จะยืนยันได้หรือไม่ว่า รทสช.จะสนับสนุนรัฐบาลไปจนสุดทาง นายเอกนัฏ กล่าวว่า เราก็อยู่ประคับประคองให้ผ่านสถานการณ์วิกฤติไปก่อน ซึ่งตอนนี้ ไม่มีอะไรแน่นอน เพราะมีเรื่องศาล รธน.ที่จะพิจารณา เกี่ยวกับตัวนายกฯ อีกในสัปดาห์หน้า ฉะนั้นเหตุการณ์อะไรก็เกิดขึ้นได้ ทำวันนี้ให้ดีที่สุด
ด้าน "น.ส.แพทองธาร ชินวัตร" นายกฯ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้า การปรับ ครม.ว่า "ลงตัวดีค่ะ ไม่มีอะไร ได้พูดคุยกับ หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ทุกคนแล้ว ต่อไปจะเป็นเรื่องของการส่งชื่อเข้าตรวจสอบคุณสมบัติ เมื่อเรียบร้อยแล้วจะเข้าสู่ขั้นตอน นำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป"
เมื่อถามต่อว่าในส่วนของ กระทรวงกลาโหม มีการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เดี๋ยวได้ไฟนอลแล้ว บอกอีกที ขออนุญาตยังไม่เปิดเผยชื่อใดๆ ทั้งสิ้น เมื่อถามอีกว่านายกฯ มีความคิดนั่งควบ เก้าอี้ รมว.กลาโหม หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ไม่ควบแน่นอน เรามอบอำนาจให้กับกองทัพ เพื่อดูหน้างานใน การบริหารจัดการ ให้สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ทุกอย่างก็ราบรื่นดี
เมื่อถามอีกว่าปัญหาของพรรค รทสช.จบหรือยัง นายกฯ กล่าวว่า จบแล้วไม่มีอะไรแล้ว เมื่อถามย้ำว่า มีกระแสข่าวว่า นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกฯ และ รมว.พลังงาน ในฐานะหัวหน้าพรรค รทสช. กดดันให้นายกฯ ลาออก น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ไม่จริงเลยค่ะ ไม่มีการกดดันใดๆ เกิดขึ้นเลย ได้คุยกันที่โรงแรมโรสวูด เมื่อวันที่ 22 มิ.ย. ก็เรียบร้อย และ พรรคร่วมรัฐบาล ให้การสนับสนุนอย่างมากและให้กำลังใจด้วย เพราะฉะนั้น ผ่านไปได้ด้วยดี เมื่อถามย้ำว่านอกจากเสียงของพรรคร่วมรัฐบาลแล้วยังจะมีเสียง สส.มาเติมให้รัฐบาลเข้มแข็งขึ้นกว่าเดิมหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า ตอนนี้เสียงของ พรรคร่วมรัฐบาล โอเคอยู่แล้ว
ต้องรอดูหลังการเปลี่ยนแปลงใน รัฐบาล น.ส.แพทองธาร รัฐบาลจะเดินต่อได้อีกมากน้อยแค่ไหน เพราะนอกจากจะต้อง เจอแรงกดดัน จากภายใน ยังต้องเผชิญกับการตรวจสอบของพรรคฝ่ายค้าน และความเคลื่อนไหวนอกสภา เพื่อต้องการให้นายกฯ รับผิดชอบ ต่อปมคลิปหลุด
ทีมข่าวการเมือง