โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กสทช. ไฟเขียว ดึงค่ายมือถือร่วมรับผิดความเสียหาย

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 30 มิ.ย. 2568 เวลา 20.53 น. • เผยแพร่ 30 มิ.ย. 2568 เวลา 13.53 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 30 มิ.ย.-กสทช. ไฟเขียว ดึงค่ายมือถือร่วมรับผิดชอบความเสียหาย รองรับมาตรการป้องกันภัยไซเบอร์ หากสงสัยระงับบริการภายใน 24 ชั่วโมง ติดตั้งระบบปฏิเสธไม่รับสายจากต่างประเทศ

พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า กสทช. ได้กำหนดมาตรการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตจาก กสทช. ร่วมป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี มีประสิทธิภาพเป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมาย 8 มาตราการ ดังนี้

1.ผู้ให้บริการหรือค่ายมือถือมีหน้าที่ต้องตรวจสอบคัดกรองผู้ใช้บริการที่มีลักษณะผิดปกติ เพื่อพิจารณาระงับการใช้ทันทีโดยพิจารณาจากปัจจัย ดังนี้ (1) จำนวนครั้งที่โทรออก (2) พื้นที่การโทร (3) ข้อมูลลูกค้า (4) อุปกรณ์ที่ใช้ในการโทรออก (SIM BOX) โดยสำนักงาน กสทช. ร่วมกับผู้ให้บริการพิจารณากำหนดเงื่อนไขการคัดกรองดังกล่าว

2.ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องระงับบริการโทรคมนาคม นับแต่วันที่ผู้ให้บริการได้รับการแจ้งจากสำนักงาน กสทช. เมื่อพบเหตุต้องสงสัย ดังนี้ (1) บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ ผู้ให้บริการจะต้องระงับการให้บริการทันที ภายใน 24 ชั่วโมง (2) บริการโทรคมนาคมอื่น ให้ผู้ให้บริการระงับการให้บริการทันที ภายใน 3 วัน

3.ผู้ให้บริการ หรือค่ายมือถือต้องจัดให้ลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ใช้งานใหม่ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. ภายใน 7 วัน หากลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 จนถึงวันที่มาตรการนี้มีผลบังคับใช้ ต้องตรวจสอบเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วัน นับถัดจากวันที่ประกาศมาตรการ กรณีลงทะเบียนก่อนปี 2567 ให้ตรวจสอบเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ ให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี นับถัดจากวันที่ประกาศมาตรการ

4.บริการการส่ง SMS แบบ Application-to-Person (A2P) หรือการส่งข้อความจากแอปพลิเคชันถึงบุคคลทั่วไปต้องลงทะเบียนผู้ส่ง (Sender Name) กับผู้ให้บริการก่อนส่งข้อความ กรณีการส่งข้อความที่แนบลิงก์ ผู้ให้บริการต้องตรวจสอบความถูกต้องของลิงก์ที่ใช้แนบทุกครั้งก่อนส่งข้อความสั้นไปยังผู้รับบริการ

5.ผู้ให้บริการมีหน้าที่ต้องจำกัดการลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่ของบุคคลต่างชาติไม่เกิน 3 เลขหมาย/คน/ผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ และกำหนดให้ใช้หนังสือเดินทาง (Passport) ในการยืนยันตัวตนเพื่อลงทะเบียนผู้ใช้บริการเลขโทรศัพท์เคลื่อนที่

6.ผู้ให้บริการมีหน้าที่ ต้องจำกัดระยะเวลาการใช้งานโทรศัพท์เคลื่อนที่ของนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือ Tourist SIM ไม่เกิน 60 วัน โดยไม่สามารถเติมเงินเพื่อขยายระยะเวลาการใช้งานได้ และกรณีผู้ใช้บริการประสงค์ใช้งาน Tourist SIM ต่อเนื่อง ภายหลังครบกำหนดระยะเวลาใช้งาน จะต้องลงทะเบียนยืนยันตัวตนกับผู้ให้บริการอีกครั้งหนึ่งก่อน จึงจะขยายระยะเวลาการใช้งานได้

7.ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ต้องห้ามมิให้เครื่องวิทยุคมนาคมลูกข่ายในโครงข่ายโทรศัพท์เคลื่อนที่ประเภทซิมบ๊อกซ์ (SIM BOX) หรือประเภทเกตเวย์ (Gateway) ที่รองรับจำนวนซิม (SIM) ตั้งแต่ 4 ซิมขึ้นไปและไม่ได้รับการลงทะเบียนใช้งานกับสำนักงาน กสทช. เชื่อมต่อโครงข่ายโทรคมนาคมของผู้ให้บริการ

และ 8.ผู้ให้บริการต้องเติมเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์แจ้งเตือนผู้ใช้บริการทราบถึงทราฟฟิกที่รับจากต่างประเทศ และมีระบบปฏิเสธไม่รับสายจากต่างประเทศ อาทิ การเติม +697 +698 หน้าเลขหมายที่มาจากต่างประเทศ

พล.ต.อ.ณัฐธร กล่าวว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ ผู้ให้บริการโทรคมนาคมอื่น และผู้ให้บริการอื่นที่เกี่ยวข้อง มีส่วนต้องรับผิดต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น หากพิสูจน์ไม่ได้ว่าผู้ให้บริการได้ปฏิบัติตามมาตรฐานหรือมาตรการที่ กสทช. กำหนดตามมาตรา 8/10 แห่งพระราชกำหนดดังกล่าว คือการเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบของผู้ประกอบการโทรศัพท์เคลื่อนที่และโทรคมนาคมต่างๆ ในการป้องกันอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตลอดจนให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการส่งข้อมูลที่จำเป็น และป้องกันความสูญเสียจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมทั้งดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากขึ้น.-515.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...