โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่น นักลงทุนคงอยู่ในเกณฑ์ ‘ซบเซา’

The Better

อัพเดต 08 พ.ค. 2568 เวลา 11.13 น. • เผยแพร่ 08 พ.ค. 2568 เวลา 11.11 น. • THE BETTER
FETCO เผยดัชนีความเชื่อมั่น นักลงทุนคงอยู่ในเกณฑ์ ‘ซบเซา’ รับ “สงครามการค้า-ความขัดแย้งระหว่างประเทศ” ฉุด

นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ประธานกรรมการสภาธุรกิจตลาดทุนไทย เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ผลสำรวจในเดือนเมษายน 2568 (สำรวจระหว่างวันที่ 21-30เมษายน 2568) พบว่า “ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3เดือนข้างหน้ายังคงอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ที่ระดับ64.10 นักลงทุนมองว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ เป็นปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นมากที่สุด รองลงมาคือการไหลเข้าของเงินทุน และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุดได้แก่ สงครามการค้า รองลงมาคือสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ และสถานการณ์การเมืองในประเทศ

ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) สำรวจในเดือนเมษายน 2568 ได้ผลสำรวจโดยสรุป ดังนี้

▪ ดัชนีความเชื่อมั่นรวมทุกกลุ่มนักลงทุนในอีก 3เดือนข้างหน้า (กรกฎาคม 2568) อยู่ในเกณฑ์“ซบเซา” (ช่วงค่าดัชนี 40-79) ที่ระดับ 64.10

▪ ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคล กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ในขณะที่กลุ่มกลุ่มนักลงทุนสถาบัน อยู่ในเกณฑ์ “ร้อนแรง”

▪ หมวดธุรกิจที่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดธนาคาร(BANK)

▪ หมวดธุรกิจที่ไม่น่าสนใจมากที่สุด คือ หมวดยานยนต์ (AUTO)

▪ ปัจจัยหนุนที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

▪ ปัจจัยฉุดที่มีอิทธิพลต่อตลาดหุ้นไทยมากที่สุด คือสงครามการค้า

“ผลสำรวจ ณ เดือนเมษายน 2568 รายกลุ่มนักลงทุน พบว่า ความเชื่อมั่นกลุ่มนักลงทุนบุคคลปรับเพิ่ม9.9% อยู่ที่ระดับ 42.65 กลุ่มบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ทรงตัวอยู่ที่ระดับ 60.00 กลุ่มนักลงทุนสถาบันในประเทศปรับเพิ่ม 17.7% อยู่ที่ระดับ 130.77 และกลุ่มนักลงทุนต่างประเทศทรงตัวอยู่ที่ระดับ 66.67

ในเดือนเมษายน 2568 ตลาดทุนไทยเผชิญกับความผันผวนอย่างมากจากทั้งการประกาศมาตรการภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ การที่เศรษฐกิจในประเทศฟื้นตัวช้า ภาคการท่องเที่ยวไม่เติบโตตามคาด รวมถึงการที่ Moody’s rating ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็นเชิงลบ (Negative Outlook) จากเดิมที่มีเสถียรภาพ (Stable Outlook) อย่างไรก็ตาม ยังมีแรงหนุนจากการที่ กนง. ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง0.25% มาอยู่ที่ 1.75% โดย SET Index ณ สิ้นเดือนเมษายน 2568 ปิดที่ 1,197.26 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.4% จากเดือนก่อนหน้า ปริมาณซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในเดือนเมษายน 2568 อยู่ที่ 42,025 ล้านบาท นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิ 14,588 ล้านบาท ตั้งแต่ต้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิรวม 54,567 ล้านบาท

ปัจจัยต่างประเทศที่น่าติดตามได้แก่ นโยบายการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้(Reciprocal Tariffs) ระหว่างสหรัฐฯและประเทศเศรษฐกิจหลัก การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศทั้งในรัสเซีย-ยูเครนที่ยังไม่คลี่คลาย และความขัดแย้งระหว่างอินเดียและปากีสถานในบริเวณแคว้นแคชเมียร์กลับมารุนแรงขึ้นอีกครั้ง ในส่วนของปัจจัยในประเทศที่น่าติดตาม ได้แก่ การเจรจาการค้าระหว่างไทยและสหรัฐฯ การเพิ่มเม็ดเงินลงทุนในตลาดหุ้นไทยภายในเดือน พ.ค.—มิ.ย. 2568 ผ่านการสับเปลี่ยนกองทุน LTF มายังกองทุน ThaiESGX และเปิดให้ลงทุนเพิ่มในกองทุน ThaiESGX เพื่อลดหย่อนภาษีปี 2568 ผ่านการลงทุนใน ThaiESGX ได้สูงสุด 6 แสนบาท”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...