โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

S&P 500 ปรับตัวขึ้นเป็นวันที่ 3 เจรจาการค้าจีน - สหรัฐ หุ้นเทคหนุน

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 10 มิ.ย. 2568 เวลา 19.57 น. • เผยแพร่ 10 มิ.ย. 2568 เวลา 22.25 น.

ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ตลาดหุ้นวอลล์สตรีทปิดบวกในวันอังคาร (10 มิ.ย.68) เนื่องจากนักลงทุนมีความหวังในผลการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนที่ออกมาในเชิงบวก

โดยดัชนีอุตสาหกรรมดาวโจนส์Dow Jones Industrial Average เพิ่มขึ้น 105.11 จุด หรือ 0.25% ปิดที่ 42,866.87 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 0.55% ปิดที่ 6,038.81 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็กNasdaq Composite เพิ่มขึ้น 0.63% ปิดที่ 19,714.99 จุด นับเป็นการซื้อขายที่เป็นบวกเป็นวันที่ 3 สำหรับดัชนีทั้งสอง

การเจรจาระหว่างเจ้าหน้าที่สหรัฐ และจีนในกรุงลอนดอน ดำเนินต่อไปเป็นวันที่ 2 โดยนายฮาวเวิร์ด ลัทนิค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์สหรัฐ กล่าวว่า เขาหวังว่าการเจรจาจะสิ้นสุดลงในคืนวันอังคาร และหากจำเป็น การเจรจาอาจดำเนินต่อไปจนถึงวันพุธ

“ผมคิดว่าการเจรจาดำเนินไปได้ด้วยดีจริงๆ เราทุ่มเวลา ความพยายาม และพลังงานอย่างมาก ทุกคนทำงานกันอย่างใกล้ชิด” ลัทนิค กล่าวกับนักข่าวในวันอังคารที่ลอนดอน

นักลงทุนกำลังจับตาการหารือเพื่อหาสัญญาณของข้อตกลงที่จะไม่มีการบังคับใช้ภาษีศุลกากรในอัตราที่สูงเกินควรต่อกัน

ทั้งสองประเทศตกลงกันในเดือนที่แล้วว่าจะลดภาษีกันชั่วคราว ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในการเจรจาการค้า หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เปิดเผยแผนการจัดเก็บภาษีนำเข้าในวงกว้าง และในอัตราที่สูง

จนถึงขณะนี้ หุ้นปรับตัวสูงขึ้นในเดือนมิถุนายน เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีความหวังเกี่ยวกับการหารือการค้าโลกที่ดำเนินต่อไป และความแข็งแกร่งโดยรวมของตลาด การเพิ่มขึ้นนั้นขับเคลื่อนโดยผลประกอบการของบริษัทที่แข็งแกร่ง และการฟื้นตัวของหุ้นเทคโนโลยี และการประกาศดีลเกี่ยวกับปัญญาประดิษฐ์จำนวนมากในช่วงที่ผ่านมา

คาดแนวโน้มหุ้นดี แต่เงินเฟ้อเป็นปัจจัยถ่วง

“ในทางเทคนิคแล้ว หุ้นปรับตัวขึ้นได้ดีโดยทะลุระดับสำคัญเพื่อกลับมาอยู่ในเส้นทางเดิม ในระยะยาว หุ้นเริ่มต้นสัปดาห์เหนือเส้นแนวโน้มขาลงเล็กน้อย และกลับสู่ระดับสูงสุดของปี” เจย์ วูดส์ หัวหน้านักกลยุทธ์ระดับโลกของ Freedom Capital Markets กล่าว

“การปรับขึ้นครั้งนี้ดูเหมือนกับบริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ จำนวนมากที่พยายามจะกลับสู่จุดสูงสุดเดิม ข่าวดีก็คือ เมื่อพิจารณาจากการเปลี่ยนแปลงของการเคลื่อนไหวแล้ว แม้แต่หุ้นที่มีจุดอ่อนก็ดูเหมือนว่าจะมีจุดลงจอดที่นุ่มนวล และจุดเข้าที่ดีเมื่อพิจารณาจากความเสี่ยง/ผลตอบแทน” วูดส์ กล่าวเสริม

แน่นอนว่านักลงทุนบางส่วนกังวลว่าภาษีศุลกากรในปัจจุบันอาจส่งผลให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในอนาคตอันใกล้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหุ้นได้

“แม้ว่าภาพรวมจะยังไม่ชัดเจนนัก แต่ภาษีศุลกากรที่บังคับใช้ได้ก็มีอยู่” มาร์ก มาเล็ก ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการลงทุนของ Siebert Financial กล่าว “เฟดกังวลว่าผลกระทบต่อเงินเฟ้อที่แท้จริงยังไม่ปรากฏให้เห็น จากการจัดเก็บภาษีศุลกากรที่ซับซ้อนซึ่งมีผลบังคับใช้ในปัจจุบัน เราคาดว่าสินค้ารวม เช่น รถยนต์ เสื้อผ้า และอาหาร จะเริ่มแสดงสัญญาณเริ่มต้นของเงินเฟ้อที่เกิดจากภาษีศุลกากร

พิสูจน์อักษร….สุรีย์ ศิลาวงษ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...