โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ผักที่คนไทยคุ้นเคย กินกันแค่หัว แต่ไม่รู้ว่า "ใบ" ก็เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่าเช่นกัน

sanook.com

เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2568 เวลา 12.14 น. • Sanook
พืชชนิดนี้พบได้ทั่วไป หลายคนมักกินแค่ส่วนราก แต่จริง ๆ แล้ว “ใบ” ของมันต่างหากคือขุมทรัพย์ ไม่เพียงอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังมีรสชาติสดอร่อยอีกด้วย

พืชชนิดนี้พบได้ทั่วไป หลายคนมักกินแค่ส่วนราก แต่จริง ๆ แล้ว “ใบ” ของมันต่างหากคือขุมทรัพย์ ไม่เพียงอุดมไปด้วยคุณค่าทางโภชนาการ แต่ยังมีรสชาติสดอร่อยอีกด้วย

"แครอท" เป็นผักรากที่ได้รับความนิยมในบ้านเรา และสามารถนำมาปรุงเป็นเมนูอร่อยได้หลากหลาย อีกทั้งยังมีประโยชน์ต่อสุขภาพมากมาย

แครอทอุดมไปด้วยสารพฤกษเคมีชนิดหนึ่งที่เรียกว่าแคโรทีนอยด์ ซึ่งสะสมอยู่ในส่วนหัวหรือรากที่เรานิยมรับประทาน โดยประมาณ 80% ของแคโรทีนอยด์ในแครอทเป็นชนิดที่เรียกว่าเบตาแคโรทีน ซึ่งมักถูกเรียกว่า "โปรวิตามินเอ" เพราะร่างกายสามารถเปลี่ยนมันให้เป็นวิตามินเอได้ในลำไส้

สารอาหารเหล่านี้ส่วนใหญ่อยู่ในเนื้อหรือเปลือกของแครอท ไม่ใช่ในแกนกลาง

แคโรทีนอยด์มีบทบาทสำคัญต่อการมองเห็น แครอทถือเป็นแหล่งวิตามินเอที่อุดมสมบูรณ์ วิตามินเอช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน เพิ่มความสามารถของร่างกายในการต้านทานการติดเชื้อต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง มีความสำคัญอย่างมากต่อดวงตา ช่วยป้องกันภาวะตาแห้ง เยื่อบุตาแห้ง กระจกตานุ่ม ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะตาบอดได้

แคโรทีนอยด์ยังช่วยให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานได้ดี ซึ่งมีความสำคัญต่อสุขภาพโดยรวม ชะลอความร่วงโรยของผิว และสนับสนุนการทำงานของเยื่อเมือกในระบบต่าง ๆ โดยเฉพาะระบบทางเดินหายใจ

แครอทยังเป็นแหล่งใยอาหารและสารพฤกษเคมีที่มีประโยชน์ รวมถึงแคโรทีนอยด์และวิตามินซี ซึ่งช่วยส่งเสริมสุขภาพหัวใจ โดยเฉพาะแครอทมีส่วนช่วยควบคุมการดูดซึมคอเลสเตอรอล จึงช่วยปรับสมดุลคอเลสเตอรอลในร่างกายได้ดี

อีกทั้งยังมีโพแทสเซียมในปริมาณสูง ซึ่งช่วยลดระดับโซเดียมส่วนเกินออกจากร่างกาย ส่งผลให้สามารถควบคุมความดันโลหิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ระดับโซเดียมที่สูงเกินไปถือเป็นหนึ่งในสาเหตุของโรคความดันโลหิตสูง

สารพฤกษเคมีที่พบในแครอท เช่น แคโรทีนอยด์, กรดคลอโรจีนิก และฟอลคารินอล มีความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง รวมถึงโรคมะเร็งบางชนิด

นอกจากนี้ แครอทยังอุดมไปด้วยวิตามินเอ ซึ่งจำเป็นต่อการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้แข็งแรง วิตามินบี 6 ที่มีอยู่ในแครอทก็มีบทบาทสำคัญในการกระตุ้นการสร้างเซลล์ภูมิคุ้มกันและการผลิตแอนติบอดี

สารออกฤทธิ์ต่าง ๆ อย่างโพลีอะเซทิลีน แคโรทีนอยด์ และแอนโทไซยานินในแครอท ยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายในร่างกาย ซึ่งเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็ง

Suzy Hazelwood

แครอทเป็นพืชที่ปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวส่วนหัวมาใช้ปรุงอาหาร ซึ่งคนส่วนใหญ่มักคุ้นเคยกับการนำแต่หัวแครอทมาใช้ ขณะที่ใบนั้นมักถูกตัดทิ้งโดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์ ทั้งที่จริงแล้ว "ใบแครอท" กลับอุดมไปด้วยสารอาหาร มีวิตามินหลากหลายชนิด และสามารถนำมาทำอาหารได้หลากหลายเมนู

ใบแครอทอุดมด้วยคลอโรฟิลล์ กรดโฟลิก ใยอาหาร และโพแทสเซียมในปริมาณสูง ดีต่อสุขภาพ โดยเฉพาะกับดวงตา อีกทั้งยังช่วยบำรุงตับ ส่งเสริมการย่อยอาหาร แก้ท้องผูก บำรุงผิวพรรณ และเสริมสร้างภูมิคุ้มกันของร่างกาย

สามารถนำใบแครอทไปดัดแปลงปรุงอาหารได้หลากหลาย เช่น ทำเป็นผักดอง ผัด ต้ม หรือนำไปเป็นไส้ของเกี๊ยวซ่า เป็นต้น

เมนูแนะนำ: ใบแครอทนึ่ง

วัตถุดิบที่ต้องเตรียม

  • ใบแครอท 300 กรัม
  • น้ำมันพืช
  • เครื่องปรุงรสตามชอบ
  • แป้งข้าวโพดชนิดไม่ผสม
  • กระเทียมสับ 3–5 กลีบ
  • พริก 1 เม็ด
  • ซีอิ๊วหรือน้ำปรุงรสในปริมาณที่เหมาะสม

วิธีทำ

ขั้นตอนที่ 1
เริ่มจากเด็ดใบแครอทที่เหี่ยวหรือเหลืองทิ้งไปก่อน แล้วล้างให้สะอาดหลาย ๆ ครั้ง สามารถแช่ใบแครอทในน้ำเกลือเจือจางสักพัก เพื่อช่วยลดสารตกค้าง จากนั้นตักขึ้นให้สะเด็ดน้ำ แล้วหั่นเป็นท่อนยาวประมาณ 5–7 เซนติเมตร

ขั้นตอนที่ 2
นำใบแครอทที่หั่นไว้ใส่ลงในอ่างผสม ใส่น้ำมันพืชเล็กน้อยและเครื่องปรุงรสตามชอบ จากนั้นคลุกเบา ๆ ให้เครื่องปรุงเคลือบใบแครอทให้ทั่ว แล้วโรยแป้งข้าวโพดลงไปให้ทั่วใบแครอท จากนั้นสวมถุงมือแล้วคลุกอย่างเบามืออีกครั้ง เพื่อให้แป้งเคลือบใบแครอทอย่างสม่ำเสมอ แล้วตักใส่จานที่มีขอบลึกเล็กน้อย

ขั้นตอนที่ 3
ตั้งหม้อนึ่งบนเตา เติมน้ำแล้วต้มจนเดือด จากนั้นนำจานใบแครอทที่เตรียมไว้วางในชั้นนึ่ง ปิดฝาแล้วนึ่งด้วยไฟแรงประมาณ 10–15 นาที เมื่อใบแครอทสุก นำออกจากหม้อ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มที่ผสมน้ำซีอิ๊ว กระเทียม และพริกตามชอบ

เมนูใบแครอทนึ่งที่ได้จะมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของผัก สดใหม่ เคลือบด้วยแป้งข้าวโพดบาง ๆ ให้สัมผัสนุ่มหนึบ จิ้มกับน้ำจิ้มรสจัดช่วยเพิ่มความกลมกล่อม อร่อยแปลกใหม่และดีต่อสุขภาพ

เมื่อนำใบแครอทไปนึ่งจนสุก จะยังคงมีกลิ่นหอมเฉพาะตัวอย่างชัดเจน เมื่อรับประทาน คุณจะได้สัมผัสถึงความหวานละมุนจากแป้งข้าวโพด ผสานกับความเผ็ดเล็กน้อยจากกระเทียมสับและพริกสด กลายเป็นรสชาติที่แปลกใหม่ไม่เหมือนใคร

วิธีการนึ่งยังช่วยรักษาคุณค่าทางโภชนาการของใบแครอทไว้ได้อย่างครบถ้วน ทำให้เนื้อผักนุ่มหนึบ รับประทานแล้วดีต่อปอด บำรุงตับ และช่วยขับสารพิษในลำไส้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...