“ฮุน มาเนต” สั่งหยุดพึ่งไทย! ตัดอินเทอร์เน็ต-ไฟฟ้า-ละครไทย ไม่หวั่นแรงงานถูกส่งกลับ
"ฮุน มาเนต" สั่งหยุดพึ่งไทย! ตัดอินเทอร์เน็ต-ไฟฟ้า-ละครไทย ไม่หวั่นแรงงานถูกส่งกลับ ชี้ไทยก็ขาดแรงงานเหมือนกัน ยืนยันกัมพูชามีพลังงานและโครงข่ายเพียงพอใช้ในประเทศ ฮุน เซนจี้เพิ่มมาตรการตอบโต้
วันที่ 12 มิถุนายน 2568 เวลา 22.47 น. สำนักข่าว The Phnom Pehn Post รายงานว่า ฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา ระบุว่ากัมพูชาจะจัดหาพลังงานไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตด้วยตนเอง หลังมีกระแสขู่จากไทยจะตัดบริการสำคัญ
ในโพสต์บนโซเชียลมีเดียช่วงดึกของวานนี้ ฮุน มาเนต ได้แถลงต่อสาธารณชนถึงกระแสข่าวที่แพร่สะพัดในโซเชียลมีเดียของไทย ซึ่งระบุว่ามีกลุ่มหัวรุนแรงบางกลุ่มในประเทศไทยเรียกร้องให้มีการตัดไฟฟ้าและบริการอินเทอร์เน็ตที่ส่งมายังกัมพูชา
นายฮุน มาเนต กล่าวว่า “เพื่อไม่ให้ประเทศไทยต้องตกอยู่ในสถานการณ์ลำบากในการตัดสินใจว่าจะดำเนินการตัดหรือไม่ตัดบริการเหล่านี้เมื่อไร กัมพูชาจึงตัดสินใจดูแลการจัดหาพลังงานและอินเทอร์เน็ตด้วยตนเอง” พร้อมระบุว่า เชียะ วันเดต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงไปรษณีย์และโทรคมนาคม ได้รายงานว่าตั้งแต่เที่ยงคืนของวันนี้เป็นต้นไป ผู้ให้บริการเครือข่ายไฟเบอร์ออปติกและอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในกัมพูชาจะหยุดซื้อแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตจากประเทศไทย โดยยืนยันว่ากัมพูชามีความสามารถในการให้บริการอินเทอร์เน็ตได้อย่างเพียงพอภายในประเทศ
ขณะเดียวกัน เกีย รตนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเหมืองแร่และพลังงาน ยืนยันว่ากัมพูชาสามารถผลิตไฟฟ้าใช้ได้เพียงพอโดยไม่ต้องพึ่งพาไฟฟ้าจากต่างประเทศ
ทั้งนี้ ฮุน มาเนต ได้สั่งให้หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมดำเนินมาตรการเพิ่มเติมหากจำเป็น
ฮุน เซน ประธานวุฒิสภา ก็ได้กล่าวถึงประเด็นนี้เช่นกัน โดยระบุว่า“ในอดีต มีกลุ่มหัวรุนแรงในไทยซึ่งได้รับการสนับสนุนจากฝ่ายทหารนิยมสงคราม เคยข่มขู่จะตัดไฟฟ้าและอินเทอร์เน็ตของกัมพูชา แต่จะตัดไฟฟ้าอะไร ในเมื่อกัมพูชาไม่ได้ใช้ไฟจากไทยเลย? จะตัดอินเทอร์เน็ตอะไร ในเมื่อกัมพูชาก็มีอินเทอร์เน็ตของตนเองอยู่แล้ว?”
เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมเตือนเสมอว่าความตึงเครียดทางทหารในพื้นที่ใดก็ตาม ไม่ควรขยายไปสู่ภาคส่วนอื่นหรือกลายเป็นปัญหาในหลายมิติ แต่ตอนนี้เห็นชัดว่ามีการยกระดับแล้ว เช่น การปิดด่านชายแดนฝ่ายเดียว, การลดระยะเวลาพำนักของนักท่องเที่ยว, การข่มขู่ตัดไฟ-อินเทอร์เน็ต และการบุกรุกจุดผ่านแดนโดยพลการ”
ฮุน เซน เสนอว่า นอกจากจะยื่นเรื่องร้องเรียนต่อศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ (ICJ) แล้ว กัมพูชาควรพิจารณายุติการออกอากาศภาพยนตร์ไทยบนสถานีโทรทัศน์ของกัมพูชาทั้งหมด และอาจพิจารณาระงับการนำเข้าสินค้าจากไทยโดยสิ้นเชิง
“กัมพูชาไม่ควรหวั่นเกรงต่อการส่งแรงงานกัมพูชากลับจากประเทศไทย เพราะเรื่องนี้จะสร้างความลำบากให้ทั้งสองฝ่าย ประเทศไทยเองก็จะได้รับผลกระทบ เนื่องจากภาคธุรกิจกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงาน ซึ่งส่งผลลบต่อเศรษฐกิจไทยอยู่แล้ว ทั้งหมดนี้เป็นข้อเสนอให้พิจารณา แต่สิ่งที่ควรทำทันทีคือ หยุดออกอากาศภาพยนตร์ไทยทางทีวีในกัมพูชา”
อ้างอิง : phnompenhpost.com
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบรั้วอาเซียน ทั้งหมด ได้ที่นี่