สอบใหม่ชดใช้‘จำนำข้าว’ ‘ทักษิณ’โชว์ตัวเวทีปาฐกถา
ทนาย “ยิ่งลักษณ์” แจงละเอียดยิบคดีจำนำข้าว อดีตนายกฯเป็นฝ่ายฟ้องเพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ชดใช้ 3.5 หมื่นล้าน ต่อมาศาลปกครองสูงสุดระบุรับผิดชอบ 10,028 ล้านบาท แต่ไม่ได้บังคับให้ชดใช้ ด้าน รมว.คลัง เผยเรียกหารือฝ่ายกฎหมายก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไร “ชูศักดิ์ ศิรินิล” ชี้เหมือนเริ่มใหม่ต้องตั้งกรรมการตรวจสอบค่าเสียหาย ส่วน “ภูมิธรรม” ระบุคำนวณผิดพลาดแต่แรก พร้อมตั้งข้อสังเกตสมัยเป็น รมว.พาณิชย์ขายข้าว 10 ปีได้ กก. 18 บาท แต่รัฐบาลก่อนหน้าขายเหลือ 3-5 บาท/กก. ต้องไปพิสูจน์กันด้วย “ทักษิณ” ปรากฏตัวเวทีปาฐกถาพิเศษปราบยาเสพติดพูดชัดยังอยู่ดีไม่ได้ไปไหน
จากกรณีศาลปกครองสูงสุดมีคำพิพากษาคดีนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี และนายอนุสรณ์ อมรฉัตร ฟ้องนายกรัฐมนตรี กับพวกรวม 9 คน เพิกถอนคำสั่งกระทรวงการคลังให้ชดใช้จากนโยบายจำนำข้าว จำนวน 3.5 หมื่นล้านบาทว่า ไม่ชอบและชอบบางส่วน พร้อมพิจารณาว่าค่าเสียหายจริงอยู่ที่ 10,028 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ศาลออกแถลงการณ์ ในภายหลังระบุว่าไม่ได้เป็นคำสั่งบังคับให้ต้องชดใช้ แต่เป็นเรื่องที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องไปดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายตามขั้นตอนนั้น
ทนายชี้แจงคำสั่งศาลปกครอง
นายนรวิชญ์ หล้าแหล่ง ทนายความของนางสาวยิ่งลักษณ์ โพสต์ข้อความและเอกสารสำนักงานศาลปกครอง เกี่ยวกับคดีที่เกิดขึ้นว่า ต้นเรื่องมาจากมีคำสั่งของกระทรวงการคลัง ให้ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ชดใช้เงินจำนวน 35,000 ล้านบาท ต่อมาท่านนายกฯยิ่งลักษณ์เห็นว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบ จึงฟ้องให้เพิกถอนคำสั่งของกระทรวงการคลัง
“ศาลปกครองชั้นต้นให้ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ชนะคดี โดยศาลเห็นว่า เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย จึงไม่ต้องชดใช้ค่าเสียหายจำนวน 35,000 บาท แต่ต่อมาศาลปกครองสูงสุด เห็นว่าคำสั่งชอบบางส่วนไม่ชอบบางส่วน จึงกำหนดให้รับผิดแค่ 10,028 ล้านบาท ลดไปประมาณ 25,000 ล้านบาท พูดง่าย ๆ ก็คือ ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ชนะคดีในส่วนที่ลดไป 25,000 ล้านบาท”
นายนรวิชญ์ชี้แจงอีกว่า ส่วนที่ศาลระบุว่า ศาลไม่ได้มีคำพิพากษาว่ามีคำสั่งให้ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ให้ชดใช้ หรือออกคำบังคับให้ชดใช้เงิน เป็นเพียงการอธิบายข้อกฎหมาย จากการที่ผู้ฟ้องคดี คือ ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ไม่ใช่ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งเก้า จึงไม่มีคำขอบังคับจากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งเก้า คดีจึงไม่มีประเด็นที่จะพิพากษาหรือออกคำบังคับให้ท่านนายกฯยิ่งลักษณ์ ชำระหรือชดใช้ให้กับผู้ฟ้องคดีทั้งเก้า
พิชัยขอถกฝ่ายกฎหมายคลัง
นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ขอดูข้อเท็จจริงก่อน โดยจะเชิญฝ่ายกฎหมายกระทรวงการคลัง และผู้ที่เคยรับผิดชอบในคดีจำนำข้าว หารือว่าในแง่กฎหมายแล้ว กระทรวงการคลังจะต้องดำเนินการต่ออย่างไร
“ผมยังไม่รู้ว่าของเดิมที่กระทรวงการคลังยื่นไปที่ศาลนั้น มีรายละเอียดอย่างไร ตอนนี้ผมยังไม่มีไอเดียว่าจะทำอย่างไรต่อไป จึงต้องเรียกคนที่คำนวณค่าเสียหาย และนักกฎหมายมาพูดคุยก่อน ว่าเรื่องจริงเป็นอย่างไร ดังนั้นตอนนี้จึงยังไม่มีข้อสรุป ส่วนตัวมองว่าคำตัดสินศาลปกครองสูงสุด คิดว่าเป็นการเดินหน้าตามเอกสารที่กระทรวงการคลังส่งไป” นายพิชัยกล่าว
นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาเพื่อคำนวณค่าชดเชยใหม่ จะมีความชัดเจนเมื่อใดนั้น ว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้รับเรื่องอะไร
ชูศักดิ์ชี้คำนวณค่าเสียหายอีกรอบ
นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คดีนี้เป็นคดีที่นางสาวยิ่งลักษณ์และคณะ เป็นโจทก์ฟ้องเพื่อขอให้เพิกถอนคำบังคับกระทรวง ซึ่งศาลระบุว่าคำสั่งของกระทรวงการคลัง ที่ให้นางสาวยิ่งลักษณ์ชดใช้ค่าเสียหาย 3.5 หมื่นล้านบาท ไม่ชอบ จึงให้เพิกถอนคำสั่ง ในส่วนที่เกิน 10,028 ล้านบาท
“หมายความว่าเป็นการเริ่มต้นใหม่ ยกเลิกคำสั่งเดิม เพื่อดำเนินการใหม่ และต้องมีคณะกรรมการเข้าไปดูแลความเสียหาย คำสั่งฉบับเก่าผ่านมาหลายปีแล้ว ศาลตัดสินตั้งแต่ปี 2566 ฉะนั้นเป็นเรื่องที่ทนายความต้องไปดูว่าคณะกรรมการบังคับคดีของกระทรวงการคลังในเวลานั้น เขาคิดค่าเสียหายอย่างไร และมีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้างแล้ว ซึ่งผมไม่ทราบรายละเอียด”
คาดดำเนินการภายใน 60 วัน
ผู้สื่อข่าวถามว่า วงเงินค่าเสียหาย คณะกรรมการที่จัดตั้งขึ้นใหม่ต้องคำนวณค่าเสียหายหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า เป็นสิ่งที่ต้องคิด เพราะมีข้อเท็จจริงที่เปลี่ยนแปลงไป เช่น การขายข้าว สำนวน และคำบังคับคดีในขณะนั้น เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องรายละเอียด
เมื่อถามว่า ทรัพย์สินของนางสาวยิ่งลักษณ์ ที่อายัดไปแล้ว จะต้องคำนวณใหม่ด้วยหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า ต้องดูว่าถึงปัจจุบันมีความเสียหายเท่าไหร่ และรัฐได้เงินไปแล้วเท่าไหร่ ต้องไปดูทั้งหมด ส่วนตัวไม่รู้รายละเอียด
เมื่อถามว่า กระทรวงการคลังจะต้องทำคำสั่งใหม่ภายในกี่วัน นายชูศักดิ์กล่าวว่า คำพิพากษาในข้อ 3 ระบุว่าให้ดำเนินการภายใน 60 วัน ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการคลัง ต้องไปดู
ภูมิธรรมมองศาลไม่ได้บังคับ
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า เรื่องนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์เป็นโจทก์ ยื่นเรื่องเสนอศาลปกครอง เพราะเห็นว่า การกำหนดรายละเอียดงบประมาณต่าง ๆ ไม่มีความชัดเจน และเมื่อศาลได้ดูรายละเอียด และมีคำตัดสินออกมา จะต้องชดใช้ค่าสินไหมโครงการรับจำนำข้าวที่ 3.5 หมื่นล้านบาท เหลือเพียง 10,000 กว่าล้านบาท เนื่องจากคิดไม่ตรง และเกิดความผิดพลาด แต่ศาลไม่ได้สั่งบังคับว่าจะต้องไปจ่ายอะไร ซึ่งสิ่งนี้แสดงให้เห็นว่า การคำนวณตัวเลขค่าใช้จ่าย มีความผิดพลาดตั้งแต่แรกที่กำหนดมา แสดงให้เห็นว่ามีปัญหา จึงมีช่องให้พิจารณา
นอกจากนี้สิ่งที่เป็นหลักฐาน ในยุคที่ตนเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และตรวจสอบข้าว 10 ปี ซึ่งชี้ให้เห็นว่าสามารถขายข้าวได้กิโลกรัมละ 18 บาท จึงเป็นคำถามว่า ในช่วงก่อนหน้านี้ที่มีการขายข้าวในราคา 3-5 บาทต่อกิโลกรัม ก็ต้องไปพิสูจน์กันว่า ข้าวเสียได้อย่างไร ในเมื่อข้าว 10 ปียังขายได้ จึงสะท้อนให้เห็นว่า มีความคลาดเคลื่อนพอสมควร
ต้องนำข้าวที่ขายมาหักลบ
ฉะนั้นสิ่งที่ทำได้สำหรับคดีของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ตอนนี้ ทนายความกำลังยื่นข้อมูล ซึ่งอาจจะนำหลักฐานจากที่ตนดำเนินการไปประกอบให้ศาลพิจารณาว่า เป็นข้อมูลใหม่ เพื่อพิจารณาหักลบค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องว่าไปตามกระบวนการ ในขณะที่กระทรวงการคลังมีหน้าที่ในการกำหนดข้อมูลและฟ้อง ส่วนนายกฯโดยตำแหน่งในฐานะที่มีปัญหาเกิดขึ้นภายในประเทศ ก็ต้องกำกับดูแล แต่ศาลไม่ได้สั่งให้นายกรัฐมนตรี หรือกระทรวงการคลังดูแล
เมื่อถามว่าการที่รัฐบาลขายข้าวไปก่อนหน้านี้ สามารถนำไปชดเชยกับค่าสินไหมทดแทนได้หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า หากคิดตัวเลขผิด ยอดเรียกค่าเสียหายก็ไม่ถึง และช่วงหลังที่ขายข้าวได้ราคาดีกว่า ค่าเสียหายก็ต้องลดลงไปอีก ซึ่งจะเห็นได้ว่า ที่ศาลปกครองสูงสุดพิจารณาตัวเลขหายไปกว่า 20,000 กว่าล้านบาท
รอทนายยิ่งลักษณ์ยื่นเรื่อง
ถามว่าการขายข้าวที่อยู่ในราคา 3-5 บาท จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่าขายต่ำกว่าราคา นายภูมิธรรมระบุว่า อยู่ในดุลพินิจของศาลที่จะมองประเด็นนี้อย่างไร หากถามว่าพิสูจน์ได้หรือไม่ว่า ขายในราคาต่ำกว่า ก็ต้องดูว่าในอดีตสื่อพยายามขอเข้าไปดูโกดังข้าว แต่ไม่ได้รับอนุญาต จึงต้องดูว่าทนายความไปยื่นเรื่องในเงื่อนไขประเด็นใด
เมื่อถามว่า ตามหลักการแล้วเมื่อทนายความไปยื่นเรื่องร้องต่อศาลใหม่ ในฐานะนายกฯและกระทรวงการคลัง ต้องรอให้ทุกอย่างจบกระบวนความ ก่อนดำเนินการใด ๆ หรือไม่ นายภูมิธรรมระบุว่า ต้องเห็นรายละเอียดทั้งหมดก่อน และมีเรื่องที่ต้องดำเนินการอยู่หรือไม่ ซึ่งตนมองว่าต้องรอให้ครบกระบวนการทั้งหมดจะดีกว่า
เทียบปมเหมืองทอง-เรือดำน้ำ
ผู้สื่อข่าวถามว่า เพราะเหตุใดผู้กระทำความผิดเรื่องเหมืองทองอัครา และเรือดำน้ำขาดเครื่องยนต์ ถึงไม่ต้องดำเนินการอะไร นายภูมิธรรมระบุว่า แม้จะเป็นหน้าที่ตน ก็ต้องดูก่อน ขณะนี้ยังไม่ตัดสินใจอะไร และต้องชี้แจง ซึ่งผิดหรือไม่ก็ยังไม่รู้ เพราะศาลยังไม่ได้ตัดสิน แต่หากมองประเด็นเรื่องนางสาวยิ่งลักษณ์เป็นมาตรฐาน ก็เป็นเรื่องที่น่าเป็นห่วง เพราะเป็นเรื่องเชิงนโยบาย หากผู้ที่ทำนโยบายตามที่ได้รับเลือกจากการเลือกตั้งมา และไปเอาผิดกับผู้คุมนโยบาย ก็มีหลายเรื่องที่สะท้อนให้เห็น เช่น คดีของตึกสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ก็มีความเกี่ยวข้อง
ยืนยันเดินหน้านโยบายสำคัญ
เมื่อถามว่าหลังจากนี้พรรคเพื่อไทยจะกล้าผลักดันนโยบายหรือไม่ นายภูมิธรรมกล่าวว่า เรามีความมั่นใจว่า นโยบายทุกอย่างผ่านการคิดและกลั่นกรอง และจะผลักดันอย่างเต็มที่ ในแต่ละเงื่อนไขและสถานการณ์ ที่มีความจำเป็นจะต้องปรับ แต่สิ่งที่เราแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะเป็นแนวในการปฏิบัติ หากจะติดขัดอะไรก็ต้องแสดงให้เห็นว่า เรามีความตั้งใจ และมีเหตุผลในการเปลี่ยน
ถามว่าตามหลักการในฐานะเป็นผู้คุมนโยบาย หากทำให้เกิดความเสียหายจะต้องมีส่วนในการชดใช้หรือไม่ต้องรับผิดชอบ นายภูมิธรรมกล่าวว่า อยู่ที่ศาล หากระบุว่าควรกำหนดนโยบาย มีความไม่ชอบมาพากลหรือเจตนาแฝง อาจต้องรับผิดชอบ แต่กรณีนางสาวยิ่งลักษณ์ เป็นความเสียหายในกระบวนการบังคับใช้ หรือการปฏิบัติเรื่องการระบายข้าว ก็ไม่ควรจะเกี่ยวกับผู้บริหาร หรือผู้คุมนโยบาย แต่ยอมรับว่ามันเกี่ยวพันกัน และมีกระบวนการคิดที่ไม่เหมือนกัน แต่เมื่อศาลพิจารณาแล้วก็ต้องเคารพดุลพินิจ ยกเว้นว่ามีข้อมูลใหม่ว่าการตัดสินนั้นอาจมีความคลาดเคลื่อน
“ทักษิณ” ปรากฏตัวสยบลือ
เมื่อวันที่ 27 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและที่ปรึกษาประธานอาเซียน ขึ้นเวทีปาฐกถาพิเศษ “ยาเสพติด อาชญากรรมข้ามชาติ มุมมองและความท้าทายต่อการแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน” ในการประชุมคณะกรรมการติดตาม เร่งรัดการดำเนินงานป้องกัน ปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติด ครั้งที่ 3/2568
นายทักษิณเดินทางมาด้วยรถยนต์โรลส์-รอยซ์ สีกรมท่า ทะเบียน ฐฐ 267 กรุงเทพมหานคร โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม และ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) พร้อมด้วย พ.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. และนายเสริมศักดิ์ พงษ์พานิช อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สมัยนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สมัยนายทักษิณ ต้อนรับ
ย้ำชัด “อยู่ดี ไม่ได้ไปไหน”
นายทักษิณโบกมือทักทายผู้สื่อข่าวพร้อมพูดว่า “ยังอยู่ดีกินดีไม่ได้ไปไหน” จากนั้น คณะผู้บริหารสำนักงาน ป.ป.ส. ได้เชิญนายทักษิณเข้าห้องรับรอง ก่อนที่จะขึ้นปาฐกถาพิเศษ
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรกของนายทักษิณ ภายหลังศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพร้อมและนัดไต่สวนกรณีการพักรักษาตัวชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ในวันที่ 13 มิถุนายน และมีข่าวลือหลบหนีออกนอกประเทศ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สอบใหม่ชดใช้‘จำนำข้าว’ ‘ทักษิณ’โชว์ตัวเวทีปาฐกถา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net